วธ.ประกาศชื่อปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย พร้อม 23 ศิลปินรับรางวัลเพชรในเพลง

 

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการ วธ.กล่าวในการแถลงข่าวงาน “วันภาษาไทยแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2560” มีนายกฤษญพงษ์ ศิริ ปลัด วธ., นางพิมพ์รวี วัฒนวรางกูร อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.), นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร (ศก.) และผู้บริหาร วธ.เข้าร่วม ว่า วันภาษาไทยแห่งชาติตรงกับวันที่ 29 กรกฎาคม ของทุกปี ปีนี้จัดงานในวันที่ 27 กรกฎาคม ที่หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กิจกรรมครั้งนี้ วธ.ร่วมมือกับองค์กรเครือจัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพด้านภาษา และวรรณกรรมที่ทรงเป็นนักปราชญ์ และนักภาษาไทย ซึ่งพระองค์ท่านได้ทรงร่วมอภิปรายปัญหาการใช้ภาษาไทยการประชุมทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นายวีระกล่าวอีกว่า เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) และกรมศิลปากร (ศก.) ได้คัดเลือกบุคคล และองค์กร เพื่อรับเข็ม โล่เชิดชูเกียรติ และมอบรางวัล ดังนี้ ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย 2 คน ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น 15 คน ผู้ใช้ภาษาไทยถิ่นดีเด่น 8 คน และผู้มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทยประเภทบุคคล 5 คน และประเภทองค์กร 5 องค์กร ส่วนศิลปิน ผู้ได้รับรางวัลเพชรในเพลง 23 รางวัล สำหรับรายชื่อผู้ได้รับรางวัล มีดังนี้ รางวัลปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย 2 คน ได้แก่ ศ.ชลดา เรืองรักษ์ลิขิต และ รศ.บุญยงค์ เกศเทศ

รางวัลผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น รวม 15 คน แบ่งเป็น กลุ่มนักวิชาการ 3 คน ได้แก่ รศ.จิตต์นิภา ภักดีชุมพล ศรีไสย์, ผศ.บัวผัน สุพรรณยศ และ น.ส.ละเอียด สดคมขำ กลุ่มพิธีกร 4 คน ได้แก่ นายกันต์ กันตถาวร, น.ส.ประวีณมัย บ่ายคล้อย, นางมุทิตา อิทธิผล และ น.ส.อริสรา กำธรเจริญ กลุ่มนักเขียน 3 คน ได้แก่ นายชมพร เพชรอนันต์กุล, นายนิพล รัตนพันธ์ และนางปราศรัย รัชไชยบุญ ศิลปิน 1 คน ได้แก่ นางมัณฑนา อยู่ยั่งยืน และกลุ่มชาวต่างประเทศ 4 คน ได้แก่ นายชิเงกิ โคบายาชิ, นายปีเตอร์ มิเชนเนอร์, นายปีเตอร์ เฮย์มอนด์ และนางวีเบคเก้ ลีแซนด์ แลร์วอก

รางวัลผู้ใช้ภาษาไทยถิ่นดีเด่น 8 คน ได้แก่ นายคฑาวุธ ทองไทย, นายเฉลิมพล มาลาคำ, นายธราธิป ส่งเสริม, น.ส.ลำดวน สุวรรณภูคำ, น.ส.ลำใย พานิชย์, นายวิเชียร เกื้อมา, พระครูวิบูลกิตติรักษ์ (สายัณห์ ปาลี) และพระนคร ปัญญาวชิโร (ปรังฤทธิ์)

รางวัลผู้มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทย ประเภทบุคคล 5 คน ได้แก่ นายดิเรก อินจันทร์, นายตอฮีรน หะยีเลาะแม, นางประกอบ ลาภเกษร, นายประพัฒน์ แสงวณิช และนายสมคิด จูมทอง

ประเภทองค์กร 5 องค์กร ได้แก่ 1.กองทุนหม่อมหลวงบุญเหลือเทพยสุวรรณ 2.มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ 3.มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวในพระบรมราชูปถัมภ์ 4.มูลนิธิศาสตราจารย์ หม่อมหลวง จิรายุ-ศาสตราจารย์ ท่านผู้หญิงพูนทรัพย์ นพวงศ์ และ 5.สถาบันอนุรักษ์คัมภีร์ใบลาน วัดสูงเม่น อ.สูงเม่น จ.แพร่

นายวีระกล่าวว่า ปีนี้เป็นปีแรกที่ วธ.ได้ประสานขอความร่วมมือไปยังสถานทูตกว่า 9 ประเทศประจำประเทศไทย ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สวิตเซอร์แลนด์ ฮังการี ไนจีเรีย มอลตา จีน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย โดยเชิญชวนเอกอัครราชทูต และผู้แทนสถานทูตแต่ละประเทศ ถ่ายคลิปวีดีโอรณรงค์การใช้ภาษาไทยเพื่อเผยแพร่และส่งเสริมการใช้ภาษาไทย ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายทั้งใน และต่างประเทศ เสริมสร้างความสัมพันธ์เกียรติภูมิ และภาพลักษณ์ที่ดี เพื่อนำความเป็นไทยสู่สากล


นายวีระกล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันยังมีกิจกรรมเสวนาเรื่อง “ครบเครื่องเรื่องภาษาไทยและการประยุกต์ใช้ในสังคมสื่อดิจิทัล” ที่หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย และที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ร่วมกับคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดเสวนาวิชาการ “บันทึกไว้ในงานจิตรกรรม” วันที่ 29-30 กรกฎาคม ที่หอประชุมศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร และจัดนิทรรศการเนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ อีกทั้ง มีการแสดงการขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ โดยเครือข่ายผู้รักภาษาไทย การแสดงการสวดโอ้เอ้วิหารราย การแสดงภาษาพาโชว์ โดยนายนพพร เพริศแพร้ว นอกจากนี้ ศก.จัดพิมพ์หนังสือหายากเรื่อง บุรุษเรืองนามของหลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมทั้ง จัดพิมพ์หนังสือวันภาษาไทยแห่งชาติ พ.ศ.2560 และจัดพิมพ์บันทึกการเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานกระแสพระราชดำริ เรื่อง “ปัญหาการใช้คำภาษาไทย” เพื่อเป็นที่ระลึกให้แก่ผู้ร่วมงาน

นายอนันต์ กล่าวว่า ศก.ได้ดำเนินการประกวดเพชรในเพลงเนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ เพื่อยกย่องบุคคลในวงการเพลงที่มีผลงานดีเด่นภาษาไทย ได้แก่ นักประพันธ์เพลงที่มีความสามารถในการผสมผสานในการใช้ความรู้ทางภาษาวรรณศิลป์ คีตศิลป์ จินตนาการได้เหมาะสม นักร้องที่ออกเสียงถูกต้องตามหลักภาษาไทย มีการออกเสียงได้เหมาะสมกลมกลืนกับดนตรี มีจังหวะอารมณ์ขับร้องใช้ภาษาได้ยอดเยี่ยม ซึ่งปีนี้มีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวด 385 เพลง โดยคณะกรรมการตัดสินให้ได้รับรางวัลทั้งสิ้น 23 รางวัล ได้แก่

1.รางวัลการขับร้องเพลงดีเด่นด้านภาษาไทย ประเภทผู้ขับร้องเพลงไทยสากลชาย รางวัลชนะเลิศ เพลงพ่อภูมิพล ผู้ขับร้อง นายยืนยง โอภากุล รางวัลชมเชย 2 รางวัล เพลงสวรรค์ปลายด้ามขวาน ผู้ขับร้อง จ่าสิบเอกเกียรติเมฆ มีมาก (เมฆ อาร์มี่) และเพลงมะลิ ผู้ขับร้อง นายธานินทร์ อินทรแจ้ง (ธานินทร์ อินทรเทพ)

ประเภทผู้ขับร้องเพลงไทยสากลหญิง รางวัลชนะเลิศ เพลงตราบลมหายใจสุดท้าย ผู้ขับร้อง น.ส.ธนพร แวกประยูร (ปาน ธนพร) รางวัลชมเชย 2 รางวัล เพลงคำถามแห่งชีวิต ผู้ขับร้อง น.ส.ปราชญา ศิริพงษ์สุนทร และเพลงขอเป็นแค่ดาว ผู้ขับร้อง น.ส.ดวงดาว ทินโรจน์

ประเภทผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งชาย รางวัลชนะเลิศ เพลงทุ่งเหงา ผู้ขับร้องนายจักรพงศ์ หาญภิรมย์ รางวัลชมเชย 2 รางวัล เพลงขายข้าวขอนาง ผู้ขับร้อง นายจักร์รินท์ ศิลา (เต้ย จักร์รินท์) และเพลงฝากเพลงถึงเธอ ผู้ขับร้อง นายเกษม ศรีสมบูรณ์ (เต๋า ภูศิลป์ วารินรักษ์)

ประเภทผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งหญิง รางวัลชนะเลิศ เพลงรอพี่ที่บ้านนอก ผู้ขับร้อง น.ส.นิภาพร บุญยะเลี้ยง (กระแต อาร์สยาม) และรางวัลชมเชย 2 รางวัล เพลงลองรัก ผู้ขับร้อง น.ส.สุพรรษา ยิ้มพรรณวงษ์ (ยิ้ม สุทธิดา) และเพลงทำดีตามรอยพ่อ ผู้ขับร้อง น.ส.เสาวลักษณ์ โกสุมพันธ์ (เหมียว คุณาธาร)

2.รางวัลการประพันธ์เพลงดีเด่นด้านภาษาไทย ประเภทประพันธ์คำร้องเพลงไทยสากล รางวัลชนะเลิศ เพลงตราบลมหายใจสุดท้าย ผู้ประพันธ์ พระปกรณ์วินน์ ฐิตวํงโส และรางวัลชมเชย 2 รางวัล เพลงคำถามแห่งชีวิต ผู้ประพันธ์ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี และเพลงสวรรค์ปลายด้ามขวาน ผู้ประพันธ์ จ่าสิบเอก เกียรติเมฆ มีมาก (เมฆ อาร์มี่)

ประเภทการประพันธ์คำร้องเพลงไทยลูกทุ่ง รางวัลชนะเลิศ เพลงทุ่งเหงา ผู้ประพันธ์ นายบำเรอ ผ่องอินทรกุล (โน้ต เชิญยิ้ม) และรางวัลชมเชย 2 รางวัล เพลงเล่าสู่หลานฟัง ผู้ประพันธ์ นายสลา คุณวุฒิ และเพลงดับไฟใต้ ผู้ประพันธ์ นายสมนึก ทองมา (ครูชลธี ธารทอง)

และ 3.รางวัลเชิดชูเกียรติ ดังนี้ รางวัลเชิดชูเกียรติพิเศษผู้มีคุณูปการต่อวงการเพลง นายวิรัช อยู่ถาวร รางวัลเชิดชูเกียรติพิเศษองค์กรที่สนับสนุนการเผยแพร่เพลงไทยที่มีคุณภาพ ได้แก่ กรมประชาสัมพันธ์ รางวัลเชิดชูเกียรติพิเศษครูเพลงผู้ประพันธ์เพลงอมตะ นายสุรพล โทณะวณิก และรางวัลเชิดชูเกียรติผู้ประพันธ์เพลงดีเด่นในอดีต 2 รางวัล ได้แก่ เพลงเกิดมาพึ่งกัน นายไสล ไกรเลิศ และเพลงเทพธิดาผ้าซิ่น นายสมนึก ทองมา (ครูชลธี ธารทอง)

บทความก่อนหน้านี้20 ปีไม่เคยซ่อมสักครั้ง! ชาวบ้านร้องถนนพัง เดือดร้อนหนัก วอนหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งแก้ไข
บทความถัดไปปทุมฯมุ่งยกระดับ ‘ศูนย์กลางตลาดระดับสากล’ รองรับขยายตัวชุมชนเมือง