ผลวิจัย ป.โท ม.รามฯ ชี้จัดอบรมคุณธรรมครู ร.ร.ร่วม ช่วยแม่พิมพ์เข้าใจเด็กพิเศษมากขึ้น

 

นายสุรศักดิ์ สีลูกวัด นักศึกษาปริญญาโท สาขาการศึกษาเพื่อการพัฒนา จิตวิทยาครูการศึกษาพิเศษ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง (ม.ร.) เจ้าของงานวิจัยที่จัดแสดงในกิจกรรม Thailand Research Symposium 2017 ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและการพัฒนาอย่างทั่วถึง ภายในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2560 ถึงวันที่ 27 สิงหาคม ที่ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า ปัจจุบันครูอาจารย์ที่สอนอยู่ในโรงเรียนยังไม่มีความพร้อม หรือความเข้าใจต่อเด็กที่มีความต้องการพิเศษในด้านของคุณธรรมจริยธรรมเท่าที่ควร ทำให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ต้องทำการบ้านอย่างหนัก เพื่อให้ครูมีประสิทธิภาพสูงสุดด้านคุณธรรมจริยธรรมของการสอนนักเรียนปกติ และเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ตนจึงศึกษาวิจัยผลของพฤติกรรมด้านคุณธรรมจริยธรรมของครูผู้สอนในโรงเรียนเรียนร่วม สำนักงานเขตสายไหม สังกัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) ทั้งหมด 4 ด้าน ได้แก่ พฤติกรรมคุณธรรมจริยธรรมที่มีต่อศิษย์ พฤติกรรมคุณธรรมจริยธรรมที่มีต่อตนเอง พฤติกรรมคุณธรรมจริยธรรมที่มีต่ออาชีพ และพฤติกรรมคุณธรรมจริยธรรมที่มีต่อสังคม พบว่า โรงเรียนสังกัด กทม.ทุกเขตได้รับนโยบายจากสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร ให้ครูในโรงเรียนเรียนร่วมเข้าร่วมอมรม สัมมนา เพื่อสร้างความตระหนัก และความเข้าใจต่อการจัดการเรียนร่วม ตลอดจนการแสดงออกทางด้านพฤติกรรมคุณธรรมจริยธรรมของครูผู้สอนในโรงเรียนเรียนร่วมที่มีต่อเด็กพิเศษ เพื่อให้ครูได้มีทัศนคติ และพฤติกรรมด้านคุณธรรมจริยธรรมต่อเด็กที่มีความต้องการพิเศษอย่างแท้จริง


“จึงทำให้พฤติกรรมด้านคุณธรรมจริยธรรมของครูผู้สอนในโรงเรียนเรียนร่วม โดยรวม และรายด้านอยู่ในระดับมากที่สุด สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 มาตรา 6 บัญญัติไว้ว่า การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรม และวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผลการจัดอบรมสัมมนาเป็นผลดีต่อการสร้างคุณค่าของคุณธรรมจริยธรรมของครูผู้สอนได้” นายสุรศักดิ์ กล่าว

สุรศักดิ์ กล่าวอีกว่า ผลการวิจัยยังพบว่า ไม่ว่าเพศชาย หรือหญิง หรือแม้กระทั่งวุฒิการศึกษาที่แตกต่างกันนั้น ไม่สำคัญ ต่างมีความเข้าใจในด้านคุณธรรมจริยธรรม ตลอดจนหน้าที่ความเป็นครู ต่อความเท่าเทียมกันระหว่างเด็กพิเศษกับเด็กปกติอีกด้วย สำหรับประสบการณ์การทำงานก็ไม่มีความแตกต่างกัน เพราะการทำงานของครูผู้สอนของแต่ละบุคคลย่อมได้รับการถ่ายทอดด้านคุณธรรมจริยธรรมจากรุ่นสู่รุ่นเสมอ ดังนั้น เป็นผลดีที่สำหรับเด็กปกติ กับเด็กพิเศษ และโดยเฉพาะผู้ปกครอง ที่ครูอาจารย์ในโรงเรียน ถ้าฝึกอบรม หรือสัมมนาด้านคุณธรรมจริยธรรมอยู่เป็นประจำ ก็อาจทำให้เป็นที่ไว้วางใจของผู้ปกครองได้อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม การอบรมที่ได้ผลต้องขึ้นอยู่กับเนื้อหาสาระของการจัดสัมมนา หรือการอบรม และทัศนคติความใส่ใจของครูที่มีต่อสัมมนา หรือการอบรมนั้นๆ ด้วย ผู้ใหญ่ใน ศธ.หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง นอกจากจะจัดฝึกอบรมด้านคุณธรรมจริยธรรมของครูแล้ว ยังต้องทำให้ครูมีส่วนร่วมในกิจกรรมนั้นๆ อย่างแท้จริง ผลลัพธ์ที่ได้จะเกิดผลดีต่อทุกฝ่ายอย่างแน่นอน

บทความก่อนหน้านี้โคราชสนธิกำลังตั้งด่านความมั่นคง 12 จุด สกัดม็อบเชียร์ปู กระจายกำลังคุยผู้โดยสารรถไฟฟรี
บทความถัดไปชาวบ้านสุราษฎร์ แตกตื่นแก๊งโจรกรรมปล่อยสัญญาณรบกวนรีโมทรถ ทำเปิด-ปิดประตูไม่ได้