รวมพลังเครือข่าย ‘เด็กไทย’ ปั้นคนรุ่นใหม่..โตไปหัวใจไม่โกง

 

ปัจจุบันเยาวชนไทยคนรุ่นใหม่ ได้หันมาใส่ใจ ให้ความสำคัญ และรณรงค์เรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นมากขึ้น จะเห็นได้จากกลุ่มนิสิต-นักศึกษาจากรั้วสถาบันต่างๆ เข้าร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้น ทั้งองค์กรภาครัฐ และเอกชน โดยเฉพาะ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT ที่จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง นับว่าเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน และรณรงค์ควบคู่กับการปลูกฝังจิตสำนึกให้กับคนรุ่นใหม่ที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคตให้มีหัวใจที่ไม่คดโกง โดยปลูกฝังวินัยไม่โกงเริ่มจากตัวเอง

อมรศรี ไฝเอ้ย หรือ “แป้ง” นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะสังคมศาสตร์ ภาควิชารัฐศาสตร์ วิชาเอกรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ในฐานะประธานชมรมต่อต้านการคอร์รัปชัน มศว (SWU ACT Club) เล่าถึงประสบการณ์ที่มีต่อสังคมไทยว่า การเมืองไทยกับการทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นสิ่งที่คู่กัน และเกิดขึ้นมานานแล้ว เพราะการเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์ในการใช้อำนาจที่ได้มาด้วยวิธีต่างๆ ให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ส่วนตน หรือพวกพ้อง และยังคงเป็นของคู่กัน หากมองการเมืองเป็นหนทางไปสู่ผลประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม

ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหานั้น ในฐานะคนรุ่นใหม่ คงไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ให้หมดไปได้ในทันที คงต้องมองย้อนมาที่ตัวเราในฐานะเยาวชน ที่กำลังก้าวสู่การเป็นผู้ใหญ่ในสังคมไทย จะป้องกันไม่ให้ปัญหาการคอร์รัปชั่นเกิดขึ้น แล้วหยั่งรากลึกได้อีกอย่างไร ลำดับแรกต้องเริ่มที่ตัวเราก่อน หากเราไม่โกงเพียงแค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น การแซงคิว ที่หลายคนมองว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่โต แต่มันเป็นจุดเล็กๆ ที่ก่อให้เกิดการโกง แล้วเป็นนิสัยติดตัวไป

“ในฐานะเยาวชนคนหนึ่ง อยากเห็นการเมืองไทยให้ความสำคัญกับประชาชน โดยดำเนินนโยบายบนพื้นฐานที่ประชาชนได้รับผลประโยชน์เป็นหลัก และหากการเมืองมองถึงผลประโยชน์ส่วนรวมมากขึ้น ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นคงจะลดน้อยลง” น้องแป้ง กล่าว

ที่ผ่านมาทางชมรมต่อต้านการคอร์รัปชั่ มศว ได้ดำเนินกิจกรรมในลักษณะของการป้องกัน ปลูกฝัง ผ่านโครงการรณรงค์ต่อต้านการโกง เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติการโกงเป็นเรื่องใกล้ตัว จากเดิมที่ถูกมองเป็นเรื่องไกลตัว โครงการนี้ได้ต่อยอดจากการเข้าร่วมค่าย “เยาวชนไทยไร้คอร์รัปชั่น” หรือ YOUTH 2020 รุ่นที่ 7 ที่จัดขึ้นโดย ACT ในรูปแบบของเวทีเสวนาวิชาการ ภายใต้หัวข้อ “บทบาท ทิศทาง และการปลูกฝังเยาวชน ในการต่อต้านการคอร์รัปชั่น”

ยุทธนา เวชสิทธิ์ หรือ “เขม” นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา ผู้ที่มีความใฝ่ฝันอยากเป็นพนักงานอัยการ เพราะมีความเชื่อในเรื่องความยุติธรรมมาตั้งแต่ยังเด็ก เล่าถึงปัญหาคอร์รัปชั่นในสังคมไทยว่า การทุจริตคอร์รัปชั่นมีให้เห็นอยู่ในสังคมไทยมานาน และยังไม่ได้รับการแก้ไขที่ตรงจุด ขณะที่ผลกระทบจากการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นสิ่งที่ปั่นทอนต่อภาพรวมต่างๆ ทั้งด้านสังคม และเศรษฐกิจของประเทศ

เขม มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมค่ายเยาวชนไทยไร้คอร์รัปชั่น รุ่นที่ 5 สิ่งที่ได้จากการเข้าร่วมค่ายฯ ยังคงจดจำได้ได้ดี เพราะเป็นประสบการณ์ที่ดี และมีประโยชน์อย่างมาก ทำให้รับรู้ถึงเรื่องราวของคดีทุจริตคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เช่น คดีคลองด่าน ซึ่งเป็นการทุจริตคอร์รัปชั่นโครงการจัดซื้อที่ดินโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย ถือเป็นโครงการก่อสร้างบำบำบัดน้ำเสียที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียในขณะนั้น
“การโกงไม่ใช่เรื่องที่ดี ถ้าหากเราโกงโครงการก่อสร้างสาธารณประโยชน์ ความเดือดร้อนจะตกไปอยู่กับผู้ที่ใช้บริการโครงการก่อสร้างนั้นๆ ซึ่งก็คือประชาชนทั่วไป แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อคนที่คดโกง”

เขม เล่าต่อว่า ที่ผ่านมาได้ยินข่าวเกี่ยวกับการโกงของนักการเมืองบ่อยมาก โดยเฉพาะการเอื้อผลประโยชน์ให้กับพรรคพวกเดียวกัน หากการเมืองไทยยังคงเป็นรูปแบบนี้ มองว่าจะกระทบต่อสังคม รวมถึง เศรษฐกิจของประเทศ ในฐานะของคนรุ่นใหม่ที่ยังช่วยอะไรไม่ได้มากนัก แต่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมขององค์กรต่างๆ ที่จัดขึ้น ซึ่งจะทำให้เรามีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น เพื่อนำไปถ่ายทอด และรณรงค์เรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นให้กับกลุ่มเพื่อนๆ และน้องๆ ในรั้วมหาวิทยาลัยของเรา และต่อยอดไปในระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศในอนาคต ขณะเดียวกันอยากให้รัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง ช่วยเหลือประชาชนอย่างจริงจัง และเท่าเทียมกัน ควบคู่กับการพัฒนาด้านระบบสาธารณูปโภค โดยเฉพาะเรื่องของถนนหนทางต่างๆ ที่ยังเป็นหลุมเป็นบ่ออยู่ในปัจจุบัน

สุรศักดิ์ ลิ่มกาญจน์กุล หรือ “ข้าวโอ๊ต” นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา อนาคตปลัดอำเภอหนุ่มที่มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาบ้านเกิดของตัวเองไม่ให้มีการทุจริตคอร์รัปชั่น เล่าประสบการณ์จากการเข้าร่วมค่ายยาวชนไทยต่อต้านคอร์รัปชั่น ว่า ได้ทั้งความรู้ และประสบการณ์ที่หาจากในห้องเรียนไม่ได้ โดยเฉพาะผลกระทบจากการทุจริตคอร์รัปชั่น ที่ทำร้ายทั้งสังคม เศรษฐกิจ และประเทศชาติ

นอกจากนี้ ยังนำความรู้ที่ได้มาต่อยอดจัดกิจกรรมภายในรั้วมหาวิทยาลัย ภายใต้ชื่อโครงการ “ปริชาตช่อใหม่หัวใจต้านโกง” ซึ่งจัดในช่วงต้นปีที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากเพื่อนๆ และน้องๆ กว่า 300 คน สะท้อนให้เห็นว่าเยาวชนคนรุ่นใหม่ มีความสนใจ และให้ความสำคัญกับการรณรงค์เรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น โดยโครงการนี้แบ่งออกเป็น 4 กิจกรรมหลัก อาทิ กิจกรรม “ชวนน้องตัดวงจรโกง” ซึ่งเป็นกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัย เช่น การจัดทำป้ายรณรงค์, จุดถ่ายรูปพร้อมติดแฮทแท็กชื่อกิจกรรม พร้อมกับประกวดภาพถ่ายที่ออกแบบท่าได้เจ๋งสุด พร้อมแคปชั่นโดนๆ

กิจกรรม “เล่าโกงสู่กันฟัง” การแข่งขันผลิตวิดีโอนำเสนอกลโกงต่างๆ ที่เคยพบเจอในหัวข้อ “แบบนี้เขาก็เรียกว่าโกง” พร้อมบอกวิธีป้องกัน และแก้ไขลงใน Youtube และให้กดแชร์ลงใน Facebook โดยคนที่มียอดไลค์ และยอดแชร์สูงสุด จะเป็นผู้ชนะ และได้รับถ้วยรางวัลจากผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กิจกรรม “ปาริชาติช่อใหม่หัวใจไม่โกง” ในรูปแบบกิจกรรม One Day Camp หัวข้อเปลี่ยนมุมมองส่องความเสียหายจากการโกง และกิจกรรม “Don’t cheat” ภายใต้รูปแบบกิจกรรมการเปิดเพลง และวิดีโอการรณรงค์ไม่ทุจริตในการข้อสอบ และการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ กิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้น เพื่อต้องการสร้างจิตสำนึกในเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นให้กับกลุ่มเยาวชนรุ่นใหม่ที่จะเติบโตไปเป็นคนดี และอนาคตของชาติ

ในฐานะของคนรุ่นใหม่มองว่า แนวทางการไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น จะต้องเริ่มจากการสร้าง และปลูกจิตสำนึกตั้งแต่วัยเด็ก เพราะปัจจุบันคนไทยมีความชินชากับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ไปแล้ว โดยเฉพาะคำว่า “ไม่เป็นไร ใครๆ ก็ทำ จึงทำให้มีการทุจริตคอร์รัปชั่นเกิดขึ้นจนถึงทุกวันนี้” ซึ่งจริงๆ แล้ว การทุจริตคอร์รัปชั่นเพียงเล็กน้อย แต่ผลกระทบที่ได้รับมันมีมากมหาศาล

การแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน รวมถึง พลังเยาวชนคนรุ่นใหม่ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น จะทำหน้าที่เป็นตัวกลาง และช่วยรณรงค์ พร้อมสร้างเครือข่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่ ผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ ทุกรูปแบบ เพื่อให้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นหมดสิ้นจากประเทศของเรา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon