ศธ.รับ’ศธจ.-สพท.’ขัดแย้ง เรื่องปกติช่วงปรับโครงสร้าง เล็งโยกอำนาจ’ลงโทษทางวินัย-แต่งตั้งรก.’กลับสพท.

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน นายสุรินทร์ แก้วมณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะดูแลการบริหารจัดการคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) และศึกษาธิการภาค (ศธจ.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)นครราชสีมา เขต 7 ตอบกลับหนังสือของนายสุวิทย์ ศรีฉาย รองศธจ. รักษาการศธจ.นครราชสีมา กรณีเชิญร่วมเป็นเกียรติประดับเครื่องหมายอินทรธนูแก่ข้าราชการครูบรรจุใหม่ในวันที่ 23 พฤศจิกายนว่า ทราบ, ไม่ไป, ข้าราชการที่บรรจุใหม่ ล้วนเป็นข้าราชการสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ทั้งสิ้น ควรให้ผู้บังคับบัญชาโดยชอบเป็นผู้ดำเนินการ นั้นว่า ตนเห็นเอกสารดังกล่าวแล้ว เข้าใจว่าคนทั่วไปอาจมองเป็นเรื่องของความขัดแย้ง แต่ในเชิงบริหารมองเป็นเรื่องปกติ เพราะอยู่ในช่วงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงานในส่วนภูมิภาค ย่อมมีแรงต้านเป็นธรรมดา โดยสมัยที่มีการเปลี่ยนโครงสร้าง จาก ศธจ. สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอ มาเป็นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ก็มีแรงต้าน และใช้เวลานานกว่า 10 ปีการปรับโครงสร้างจึงจะลงตัว แต่การปรับโครงสร้างครั้งนี้ เพิ่งผ่านมาไม่ถึงปี จึงต้องให้เวลา เชื่อว่าอีกไม่นานการทำงานจะประสานสอดคล้องกันด้วยดี

นายสุรินทร์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ส่วนกลางทั้ง ศธ. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เข้าใจถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น โดยอยู่ระหว่างการหารือเพื่อเสนอปรับปรุงรายละเอียดการทำงาน เพื่อให้ศธจ. และสพท. สามารถทำงานประสานกันได้อย่างไม่มีปัญหา โดยเฉพาะในเรื่องของอำนาจต่าง ๆ ซึ่งที่ผ่านมา ยังมีความไม่ลงตัวในเรื่องของอำนาจการบรรจุแต่งตั้ง การพิจารณาโทษทางวินัย หรือแม้กระทั่งการแต่งตั้งรักษาราชการแทน ซึ่งเดิมเป็นอำนาจของสพท. แต่ถูกโอนย้ายมาไว้ที่ศธจ . ทั้งหมด ขณะที่สพท. ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของครูโดยตรงกลับไม่มีอำนาจอะไรเลย ตรงนี้ทำให้เกิดความขัดแย้ง ดังนั้นอาจจะต้องมีการปรับแก้ และเกลี่ยอำนาจบางส่วนมาไว้ที่ สพท.บ้าง เช่น อำนาจในการลงโทษทางวินัยหรือการแต่งตั้งรักษาราชการแทน เป็นต้น

“ขณะเดียวกันได้เร่งประสานกับนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เพื่อจัดประชุม ศธจ. และผู้อำนวยการสพท. ร่วมกัน เพื่อชี้แจงแนวทางการทำงาน โดยเฉพาะเรื่องบุคคลที่จะเร่งจัดสรรให้เพียงพอต่อความต้องการทั้งในสำนักงานศธจ. และสพท. ซึ่งยังไม่ลงตัว รวมถึงจะสรรงบประมาณส่วนหนึ่งให้ทั้ง ศธจ. และสพท.เพื่อให้การทำงานเกิดความคล่องตัว อย่างไรก็ตามการปรับโครงสร้างครั้งนี้ เป้าหมายเพื่อให้คุณภาพการศึกษาเกิดขึ้นที่ตัวเด็กอย่างแท้จริง ซึ่งหน่วยงานสำคัญที่จะเร่งผลักดันเรื่องนี้ได้คือ สพท. ที่จะต้องลงไปดูงานด้านวิชาการ หลักสูตร การพัฒนาการเรียนการสอนให้ถึงตัวผู้เรียน ดังนั้น ส่วนกลางจึงตัดภาระการบริหารงานบุคคลออกจากสพท. และมอบหมายให้ศธจ. เป็นตัวแทน รวมถึงเป็นผู้ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธาน กศจ.เพื่อลดความยุ่งยาก และให้สพท.มีเวลาทำงานด้านวิชาการอย่างเต็มที่” ผู้ช่วยปลัดศธ. กล่าว

อ่านเพิ่มเติม

ฮือฮา!! ผอ.สพป.โคราช 7 ปฏิเสธหนังสือศธจ.โคราช เชิญร่วมงานครูบรรจุใหม่ “ทราบ-ไม่ไป”

บทความก่อนหน้านี้ศูนย์ประชุมนานาชาติฯ ม.อ.หาดใหญ่ ต่อสัญญาบริหาร
บทความถัดไปธ.ก.ส. เร่งสำรวจน้ำท่วมเพชรบุรี แจกถุงยังชีพ-ให้กู้ฉุกเฉินครัวเรือนละ 5 หมื่นบ. ปลอดดอก 6 ด.