‘บิ๊กหนุ่ย’แจงยิบใช้ ม.44 รื้อโครงสร้าง ศธ.ทั่วประเทศ พร้อมตั้ง สนง.ศึกษาธิการภาค 18 ภาค

พล.อ.ดาว์พงษ์

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวในการแถลงข่าวกรณีราชกิจจานุเบกษา ได้ประกาศคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 10/2559 เรื่องการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในภูมิภาค และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 11/2559 ลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ระบุปัญหาการจัดการศึกษาในส่วนภูมิภาคว่าเกิดปัญหาการสั่งการและการบริหารจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพ และไม่เป็นเอกภาพ จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ปฏิรูปโครงสร้างระดับภูมิภาคใหม่ โดยยุบคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา และคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่ฯ และโอนอํานาจหน้าที่ของ 2 คณะกรรมการดังกล่าว มาเป็นของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) พร้อมจัดตั้งสำนักงานศึกษาธิการภาค 18 ภาค และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด มารองรับนั้น คำสั่งฉบับที่ 10 เรื่องการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของ ศธ.ในภูมิภาค ให้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของ ศธ.ในภูมิภาค โดยมี รมว.ศธ., รมช.ศธ. และผู้บริหาร 5 องค์กรหลักเป็นกรรมการ มีคณะกรรมการชุดใหม่คือ กศจ. มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน มีศึกษาธิการจังหวัด เป็นเลขานุการ ทำหน้าที่แทนคณะกรรมการเขตพื้นที่ฯ กับ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ที่ยุบเลิกไป โดย กศจ.จะทำหน้าที่ทั้งเรื่องนโยบาย งบประมาณ และบริหารงานบุคคลแทนกรรมการเขตพื้นที่ และ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ทั้งนี้ กศจ.จะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (อกศจ.) มาทำหน้าที่บริหารงานบุคคล แต่อำนาจหน้าที่อยู่ที่ กศจ.

โครงสร้างเดิม1

พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าวอีกว่า สำหรับคำสั่งฉบับที่ 11 เรื่องการบริหาร ศธ.ในภูมิภาค ให้ยกเลิกศึกษาธิการภาค 13 ภาค และให้มีสำนักงานศึกษาธิการภาค (ศธภ.) ใหม่ 18 ภาค โดยล้อกับเขตตรวจการศึกษาของกระทรวงมหาดไทย โดย รมว.ศธ.เป็นผู้แต่งตั้ง มีหน้าที่บังคับบัญชาข้าราชการในภูมิภาค ขึ้นตรงกับ รมว.ศธ. ซึ่งแต่ละจังหวัดจะมีสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเกิดขึ้น โดยใช้สำนักงานเขตการศึกษาประถมศึกษา (สพป.) เขต 1 เป็นที่ตั้งสำนักงาน และให้มีศึกษาธิการจังหวัด เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการภายในจังหวัดนั้นๆ โดยให้ปลัด ศธ.เป็นผู้แต่งตั้งศึกษาธิการจังหวัด

“เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องใช้มาตรา 44 เพราะมีความจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งจะมีผลต่อการขับเคลื่อนการศึกษาตามกรอบระยะเวลาที่เหลือของรัฐบาล เพราะถ้าใช้แผนเดิมจะไม่ทันเวลา จึงขอสรุปเหตุผลการปรับการบริหารราชการ ศธ.ในภูมิภาคออกเป็น 4 ข้อ ดังนี้ 1.การบูรณาการงานระดับพื้นที่ หากดูตามโครงสร้างเดิม ปัญหาคือโรงเรียนกับนักเรียนในระดับต่างๆ ที่อยู่ในระดับเดียวกัน จังหวัดเดียวกัน ยังไม่มีความเชื่อมโยงกัน ถ้าดูตามโครงสร้างเดิม โรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ต่างคนต่างบริหาร จริงอยู่ทุกโรงเรียนรับแนวทางจาก ศธ.ลงไป แต่ยังต่างคนต่างทำ ยกตัวอย่างในเขตพื้นที่ฯ ในจังหวัดหนึ่ง มีเขตพื้นที่ฯ ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาอยู่หลายเขต ซึ่งแต่ละเขตจะไม่มีความแน่นแฟ้น ทำให้เกิดความเหนื่อยยากในการบูรณาการระดับพื้นที่” พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าว

พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าวอีกว่า ส่วนโครงสร้างใหม่จากคำสั่ง คสช.ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของ ศธ.ในภูมิภาค โดยมีรัฐมนตรีเป็นประธาน คำสั่งนี้จะตอบสนองและแก้ไขโจทย์ในระดับภูมิภาค โดยยิงตรงไปที่ ศธภ.1-18 และจากภาคลงไปที่ กศจ. 77 จังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ซึ่งดูแลทุกระบบ อาทิ การศึกษาปฐมวัย สถานศึกษาในสังกัด สพป. 183 เขต สถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 42 เขต, กศน., อาชีวศึกษา เป็นต้น อยู่ในความดูแลของ กศจ. รวมถึงโรงเรียนสังกัด อปท.และ ตชด.ก็จะอยู่ในความดูแลของ กศจ.ด้วย

“ช่วงการบังคับบัญชากว้างตามโครงสร้างเดิม เพิ่มความเป็นเอกภาพในการบริหารจัดการศึกษา ซึ่งปัจจุบันโครงสร้างการบริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ต่างคนต่างทำงาน ส่วนการบริหารใหม่ สพฐ.ยังคงส่งงบให้สถานศึกษาตามปกติ การบริหารงานวิชาการจะยิงตรงไปที่ กศจ.โดยให้ กศจ.ลงมาดูภาพรวม ความคล่องตัวในการบริหารงานบุคคล ปัญหาที่เกิดขึ้นการบรรจุครูใหม่ การย้ายครูข้ามเขต การคัดเลือกผู้อำนวยการโรงเรียน การรายงานเรื่องไม่ดำเนินการทางวินัย ที่ผ่านมาก็พยายามดำเนินการ แต่ขณะนี้ไม่ทันแล้วถ้ายังใช้ระบบเดิม แต่แผนใหม่จะแก้ปัญหาได้โดยให้ กศจ.พิจารณาในขอบข่ายได้กว้างขึ้น และจะแก้ไขปัญหาที่กล่าวมาได้ดีขึ้น” พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ด่วน!คสช.ใช้ม.44 ยุบ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ตั้งกก.ปฏิรูปฯ ศธ. ดึงอำนาจแต่งตั้ง โยกย้าย’ผอ.ร.ร.-ผอ.เขตฯ’ คืน

บทความก่อนหน้านี้โศกเศร้า ทหารร้อยเอ็ดซ้อมดิ่งพสุธา เกิดร่มไม่กาง ร่างกระแทกพื้นดับ
บทความถัดไป‘วิษณุ’แจงปมเสนอ’กรธ.’ทบทวนเขตเลือกตั้งใหญ่ เปิดช่องพรรคเล็ก(คลิป)