จี้ก.ค.ศ.เร่งสอบบรรจุผอ.ร.ร. วอนกันเก้าอี้ผอ.มัธยม-สกัดสายประถมเสียบ

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย(ส.บ.ม.ท.) เปิดเผยถึงกรณีที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) กำหนดให้สอบบรรจุผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการโรงเรียน โดยแยกสอบระหว่างสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.) และสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.) โดยให้บรรจุร้อยละ 50 ของตำแหน่งว่างนั้น ว่า ส.บ.ม.ท.เห็นด้วยที่รองผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมศึกษาได้มีโอกาสสอบเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนสังกัดสพม. เพราะมีความรู้และมีประสบการณ์ เมื่อเข้าสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการ ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เลย ไม่เสียเวลาศึกษางาน แต่ในรอบปีที่ผ่านมา ก.ค.ศ.ไม่ได้สอบบรรจุผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการ ทั้งที่บัญชีเดิมหมดอายุแล้ว ส่งผลให้รองผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมศึกษา เสียโอกาสในการสอบบรรจุเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมศึกษา และยังถือว่าไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายของข้าราชการสายผู้บริหารสถานศึกษา ที่กำหนดให้สัดส่วนของตำแหน่งว่างที่จะใช้รับย้ายและที่จะใช้บรรจุแต่งตั้งจากบัญชีผู้สอบได้ ให้เท่ากันหรือต่างกันได้ไม่เกินหนึ่งตำแหน่ง แม้ในหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะกำหนดไว้ว่าเว้นแต่ไม่มีผู้ได้รับคัดเลือกขึ้นบัญชี ให้พิจารณาใช้ตำแหน่งว่างได้ตามความเหมาะสม แต่กรณีดังกล่าว หมายถึงมีการสอบแล้วใช้บัญชีจนหมดแล้ว ดังนั้น ส.บ.ม.ท.จึงเรียกร้องให้ ก.ค.ศ.เร่งจัดสอบบรรจุโดยเร็วเพื่อให้ทันกับการทดแทนกรณีที่จะมีผู้อำนวยการโรงเรียนเกษียณ


นายรัชชัยย์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ศาลปกครองได้มีคำสั่งให้ชะลอการย้ายผู้อำนวยการโรงเรียน ดังนั้น ก.ค.ศ.จึงควรมีหนังสือแจ้งให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด(กศจ.) กันอัตราว่างเพื่อใช้เรียกบรรจุผู้สอบขึ้นบัญชีในสัดส่วนที่เท่ากับจำนวนที่จะรับย้ายเพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารโรงเรียน เพราะหากก.ค.ศ. ไม่กันอัตราไว้สำหรับเรียกบรรจุ กศจ.ก็จำเป็นต้องรับย้ายผู้บริหารต่างประเภทคือผู้บริหารจากสายประถมศึกษามาดำรงตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา ก็สุ่มเสี่ยงที่จะถูกบรรดารองผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมศึกษาฟ้องร้อง ให้ยกเลิกเพิกถอนอันจะเป็นภาระต่อศาลและกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) อีก