‘วิษณุ’ตีกลับม.44หย่าศึกศภธ.-สพท.ส่ง‘หมอธี’แก้รายละเอียด

เมื่อวันที่ 3 เมษายน นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยความคืบหน้า กรณีที่เสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญ 2560 และประกอบมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว คำสั่งที่ 19/2560 เรื่องการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ ศธ.เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ที่เกิดจากข้อที่ 13 ซึ่งเดิมกำหนดให้อำนาจการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในจังหวัด และกรุงเทพฯ ตามมาตรา 53(3) และ (4) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้เป็นของ ศธจ.โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) จากเดิมที่เป็นอำนาจของผู้อำนวยการการ สพท.และผู้อำนวยการโรงเรียน โดยแก้ไขให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นใหม่ 2 คณะ คือ คณะกรรมการบูรณาการด้านการศึกษา และคณะกรรมการการบริหารงานบุคคล ทั้ง 2 ชุด มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน มี ศธจ.เป็นเลขานุการ สำหรับคณะกรรมการบริหารงานบุคคล จะมีผู้อำนวยการ สพท.ในจังหวัดทุกคนร่วมเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ทั้งนี้ ผู้อำนวยการ สพท.เป็นผู้ใช้อำนาจตามมาตรา 53(3) ตามที่ กศจ.อนุมัติ ขณะที่ผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นผู้ใช้อำนาจตามมาตรา 53(4) ตามที่ กศจ.อนุมัติ ส่วน ศธจ.ทำหน้าที่เลขานุการ กศจ. โดยที่ผ่านมา ได้ส่งทีมกฎหมายของศธ.ไปชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นในเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการกฤษฎีกาเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายวิษณุ  เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ส่งเรื่องกลับมาให้ทางศธ. ได้ปรับแก้รายละเอียดบางส่วน  ทางรองนายกฯ เห็นว่า รายละเอียดที่ส่งไปในช่วงแรก มีหลายเรื่องมากเกินไป ซึ่งมีทั้งเรื่องของลูกเสือ และเรื่องอื่น ๆ ดังนั้น จึงส่งกลับมาให้ทางศธ. ปรับแก้ เพราะพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องการให้ใช้ม.44 ด้วยความระมัดระวัง

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อว่าศธ. ได้นำเรื่องดังกล่าว มาปรับแก้รายละเอียด ให้เหลือเฉพาะที่จำเป็นตามข้อแนะนำของรองนายกฯ และได้ส่งกลับไปให้นายวิษณุ พิจารณาแล้ว เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา  โดยรายละเอียดจะเฉพาะการแก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้นในข้อที่ 13 ซึ่งเดิมกำหนดให้อำนาจการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในจังหวัด และกรุงเทพฯ ตามมาตรา 53(3) และ (4) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้เป็นของ ศธจ.โดยความเห็นชอบของ กศจ. จากเดิมที่เป็นอำนาจของผู้อำนวยการการ สพท.และผู้อำนวยการโรงเรียน และขอให้ตั้ง คณะกรรมการ 2 คณะ คณะกรรมการบูรณาการด้านการศึกษา และคณะกรรมการการบริหารงานบุคคล รวมถึงยังมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ นั้น ตัดออก

“เดิมเรื่องนี้ผมเสนอให้นายกฯ พิจารณาตั้งแต่ก่อนสิ้นปี 2560 แต่มีรายละเอียดมาก ทางรองนายกฯ จึงตีกลับมา เพราะนายกฯ ต้องการให้ใช้ม.44 ด้วยความระมัดระวัง ดังนั้นเมื่อ 2 สัปดาห์ ผมจึงเสนอไปใหม่เอาเฉพาะที่จำเป็น การปรับแก้ครั้งนี้ผมให้ตัดรายละเอียดอื่น ๆ ออก เหลือเฉพาะที่จำเป็นจริง ๆ ไม่ให้เกิดปัญหาทะเลาะกัน เพราะเดิมทุกเรื่องที่เราคิดว่าจะแก้เราส่งไปหมด ตอนนี้ปรับลดลงให้เหลือเพียง 3-4 เรื่อง  ซึ่งคาดว่าจะประกาศได้เร็วๆ นี้ เพราะนายวิษณุเอง บอกว่า สามารถดำเนินการได้แต่จะเมื่อไรนั้น ผมคงตอบไม่ได้ ”นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

บทความก่อนหน้านี้รพ.ศรีธัญญา เปิดศูนย์ฟื้นฟู ‘ผู้ป่วยจิตเวช’ แนวใหม่
บทความถัดไปบ่อนยก’ไทเกอร์-สปีธ’ เต็งแชมป์ร่วม’เดอะ มาสเตอร์ส’