หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา ภิกษุ-ปชช.ชี้...

ภิกษุ-ปชช.ชี้แก้ กม.สงฆ์ ช่วยลดระบบอุปถัมภ์ แต่หวั่นเพิ่มพระราชภาระ-นักการเมืองใช้เป็นเครื่องมือ

28.06.18 | 15:33 น.

เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านทางเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา www.krisdika.go.th เพื่อแก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 เกี่ยวกับการแต่งตั้งและถอดถอนกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เจ้าคณะใหญ่หนต่างๆ และเจ้าคณะภาค ให้เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ โดยเปิดรับฟังจนถึงวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้สรุปผลการรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….ดังนี้ 1.ในการจัดทําร่าง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) ได้นําข้อมูลดังต่อไปนี้มาใช้ประกอบการพิจารณา

1.1 ความคิดเห็นของพระภิกษุและประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับหลักการของร่าง พ.รบ.ดังกล่าวที่เผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (www.krisdika.go.th) ตั้งแต่วันที่ 21-27 มิถุนายน 2561 เป็นระยะเวลา 7 วัน และสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้รับหนังสือแสดงความคิดเห็นจากประชาชนทั่วไป สํานักงาน พระสงฆ์ และองค์กรเครือข่าย สรุปความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ.ได้ว่าการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยคณะสงฆ์ โดยการกําหนดให้กรรมการมหาเถรสมาคมที่ได้รับการแต่งตั้งจากพระมหากษัตริย์ จะทําให้ได้มาซึ่งพระภิกษุผู้มีความรู้ มีจริยวัตรที่ดีและมีพรรษาที่เหมาะสมได้เข้ามาปกครองดูแลคณะสงฆ์ลดการเกิดระบบอุปถัมภ์ในหมู่คณะสงฆ์ อีกทั้งจะทําให้การปกครองคณะสงฆ์เป็นไปอย่างคล่องตัวและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาอย่างรอบคอบด้วยว่า การบัญญัติให้พระมหากษัตริย์ เป็นผู้ทรงแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคมจะเป็นการเพิ่มพระราชภาระแก่พระมหากษัตริย์โดยไม่สมควรหรือไม่ และต้องระมัดระวังไม่ให้นักการเมืองเข้ามามีอํานาจในการเสนอชื่อเพื่อแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการมหาเถรสมาคม เนื่องจากนักการเมืองอาจใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง รวมทั้งควรคํานึงถึงหลักพระธรรมวินัยในการแต่งตั้งพระภิกษุผ้มีพรรษาน้อยหรือลําดับชั้นของสมณศักดิ์ที่จะได้รับการแต่งตั้งให้มาทําหน้าที่ในการปกครองดูแลคณะสงฆ์

1.2 ในการตรวจพิจารณาร่าง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) ได้รับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมจากผู้แทนสมเด็จพระสังฆราช ผู้แทนมหาเถรสมาคม รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี (นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ) และผู้อํานวยการสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในการแก้ไขเพิ่มเติมร่างดังกล่าว เพื่อนํามาประกอบการพิจารณา

2.สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้นําความเห็นที่ได้รับทั้งหมดมาประกอบการพิจารณาสรุปสาระสําคัญได้ดังนี้ คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) ได้พิจารณาแล้ว เห็นว่าบทบัญญัติที่กําหนดให้พระมหากษัตริย์ มีพระราชอํานาจในการแต่งตั้ง สถาปนา และถอดถอนสมณศักดิ์ของพระภิกษุในคณะสงฆ์ รวมถึงการแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการมหาเถรสมาคม นั้นเป็นพระราชอํานาจมาแต่โบราณกาลตามโบราณราชประเพณี ซึ่งรัฐธรรมนูญตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันก็ได้บัญญัติรับรองไว้ว่า พระมหากษัตริย์ทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก จึงเป็นพระราชอํานาจที่มีอยู่ตามรัฐธรรมนูญ มิใช่พระราชภาระที่กําหนดขึ้นเพิ่มเติมแต่ประการใด ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องตามโบราณราชประเพณี คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) จึงได้แก้ไขถ้อยคําให้เหมาะสมยิ่งขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามความมุ่งหมายดังกล่าว

Advertisement

สําหรับความคิดเห็นของพระภิกษุและประชาชนทั่วไปที่ให้ความเห็นว่า ไม่ควรให้นักการเมืองมีอํานาจในการแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคม เนื่องจากนักการเมืองอาจใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมืองนั้น คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) พิจารณาแล้ว เห็นว่า การที่กําหนดให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการนั้น เป็นบทบัญญัติที่จะต้องกําหนดขึ้นในกรณีที่พระมหากษัตริย์มีพระบรมราชโองการ ซึ่งจําเป็นต้องมีผู้รับสนองพระบรมราชโองการเช่นเดียวกับกฎหมายทั่วไปที่ได้กําหนดให้มีบทบัญญัติในลักษณะเดียวกันนี้เช่นกัน

อ่านเพิ่มเติม :

เปิดประชาพิจารณ์ถึง 27 มิ.ย. แก้กม.สงฆ์
ถกแก้กม.สงฆ์นัดแรก เผยมีผู้ร่วมแสดงความเห็นผ่านเว็บ 200 ราย เปิดรับฟังถึง 27 มิ.ย.