“ไพโรจน์ พานิชสมัย” นำตัวแทน 5 ชาติ ร่วมเปิดธรรมยาตรา ที่วัดพระธาตุผาเงา เปิดฉาก ยาตรา 5 แผ่นดิน

“ไพโรจน์ พานิชสมัย” นำตัวแทน 5 ชาติ ร่วมเปิดธรรมยาตรา ที่วัดพระธาตุผาเงา เปิดฉาก ยาตรา 5 แผ่นดิน

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 15 ตุลาคม สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย, ชมรมโพธิคยาและมูลนิธิวีระภุชงค์, มหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.)เชียงราย จัดโครงการธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขง ตามรอยพระอาริยะสงฆ์ ครั้งที่ 2 โดยเส้นทางเริ่มต้นจากประเทศไทย  จ.เชียงราย ไปยังประเทศเมียนมา เวียดนาม สปป.ลาว และกัมพูชา

ซึ่งมีพิธีเปิดที่วัดพระธาตุผาเงา อ.เชียงแสน จ.เชียงราย มีตัวแทนจาก 5 ประเทศเข้าร่วมในพิธีเปิดในครั้งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามี สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) เป็นประธานฝ่าย สงฆ์ และพล.อ.ไพโรจน์ พานิชสมัย ส.ว.(ผู้แทน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ)เป็นประธานฝ่าย ฆราวาส ประธานเปิดงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงาน มีพระสงฆ์ระดับสมเด็จและประธานจาก 4 ประเทศ
สมเด็จพระมหาธีราจารย์​ ผู้แทนสมเด็จพระสังฆราช​ฯ และตัวแทนพระสงฆ์ จาก 4 ประเทศ อาทิ พระหลักแก้ว มหาสุเมทาธิบดี (มหาบุนมา สิมมาพรหม)รองประธานสงฆ์ สปป.ลาว, พระ Baddanta sandimar Bivumsa จากประเทศเมียนมา,
และพระทิด เถี่ยน ตัม รองประธานสงฆ์เวียดนาม และสมเด็จมงรา รองสังฆราชกัมพูชา
และฝ่ายฆราวาส อาทิ นายภาสกร บุญญลักษม์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย จ.เชียงราย ดร.วินัย วีระภุชงค์ ประธานมูลนิธิวีระ ภุชงค์ ,นายอภัย จันทนจุลกะ รองประธานชมรมฯ นายกสภามรภ.เชียงราย, นายสุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการฯ
นายณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ กัมพูชา กรรมการฝ่ายต่างประเทศ สถาบันฯ นายศรชัย มุ่งไธสง อธิการบดีมรภ.เชียงราย,นายคินฉ่วย ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ชมรมฯ หัวหน้าฝ่ายต่างประเทศเมียนมา นายจันทวง เสนีมาดมนตรี รองประธาน , นายแก้วเจริญ เชียยิ่งยาง อธิบดีกรมโฆษณา ศูนย์กลางแนวลาวสร้างชาติ แนวลาวสร้างชาติ, นายเขียว กันนะฤทธิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงข่าวสาร กัมพูชา, นายพรเทพ อดีตรองประธานศาลฎีกา, นายสุรพล มณีพงศ์ อดีตทูต ประจำกระทรวง รองเลขาธิการฯ, นายเกษม ทูจันทร์ รองเลขาธิการฯ, นพ.มณฑล ตรีรัตน์ตระกูล ที่ปรึกษาฯ, น.ส.คมคาย อุดรพิมพ์ นายกอบจ. จ.มหาสารคาม, นิวัตน์ แจ้งอริยวงศ์ ที่ปรึกษาชมรมฯ

นอกจากนี้มีขบวนแห่ ศิลปวัฒนธรรมล้านนา ,ขบวนแห่พระและตราสัญลักษณ์โครงการธรรมยาตร 5 แผนดินจัดโดย มรภ.เชียงราย

สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการ มส.เปิดเผยว่า งานธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขงเป็นการรวมพลังอันยิ่งใหญ่ของกุศลเจตนาโดยวางจิตใจตั้งมั่นไว้ด้วยการเป็นพุทธบริษัทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นเสมือน บิดา และล้วนอาศัยความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำโขงหล่อเลี้ยงด้วยกันทั้งสิ้น ดุจมีมารดาเดียวกัน ในฐานการวางจิตใจที่เข้มแข็งไว้เช่นนี้ งานธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขง จึงเกิดมาด้วยฐานของความเป็นมิตร เป็นญาติธรรม มีความไว้เนื้อเชื่อใจ เกื้อกูล แบ่งปัน ให้อภัย และพร้อมเปิดใจเรียนรู้ด้วยหัวใจชาวพุทธมาร่วมกันพัฒนาเพื่อประโยชน์ส่วนรวม จึงก่อเกิดพลังใจมหาศาลในการจัดงานนี้ขึ้น เพื่อสืบต่อพระพุทธศาสนาให้สถิตธำรงมั่นตราบนานเท่านาน เพื่อสันติภาพและความสุขความเจริญในทุกด้าน โดยเป้าหมายคือให้ชาวพุทธนำพุทธธรรมมาใช้ในการดำเนินชีวิต อันก่อให้เกิดสามัคคีธรรม กระชับสัมพันธไมตรีในหมู่พวกเราชาวพุทธ

พล.อ.ไพโรจน์ กล่าวว่า เป็นที่น่ายินดีที่เรามีผู้ร่วมงานจาก 5 ประเทศ อาทิ ผู้นำคณะสงฆ์ ผู้บริหารของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม อุบาสก อุบาสิกา ซึ่งเป็นพุทธบริษัทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้พร้อมใจกันเดินทางมาร่วมพิธีเปิดเป็นจำนวนมาก ทำให้เห็นถึงพลังความสามัคคี ร่วมมือร่วมใจ เพื่อเป้าหมายเป็นหนึ่งเดียว อันจะนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและสันติภาพที่ยั่งยืนในทุกมิติ

ด้านนายสุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย เปิดเผยว่า งานธรรมยาตราครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากดินแดนพุทธภูมิ ถิ่นกำเนิดพระพุทธศาสนาเชื่อมต่อมายังดินแดนลุ่มน้ำโขงแผ่นดินสุวรรณภูมิ โดยครั้งนี้นับเป็นการจัดขึ้นเป็นครั้งที่  2 จากดำริพระอาจารย์ใหญ่ ดร.พระมหาผ่อง สะมาเลิก อดีตประธานศูนย์กลางองค์การพระพุทธศาสนาสัมพันธ์ลาว ได้เมตตามอบแนวทางนโยบายไว้ขณะที่อาพาธหนัก ก่อนที่จะละสังขารสิริอายุ 100 ปี ว่า ให้เดินหน้ามุ่งมั่นทำงานต่อไปในแนวทางพุทธพลิกสุวรรณภูมิ งานนี้จะเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ สถาบันโพธิคยาฯ จึงได้น้อมรับคำแนะนำและขยายผลเป็นงานธรรมยาตรา 5 แผ่นดิน ครั้งแรก โดยเป็นการร่วมมือทำงานระหว่างภาคีเครือข่าย 5 ประเทศ อันเปรียบเสมือนการรวบรวมญาติธรรมในดินแดนลุ่มน้ำโขงมาบำเพ็ญกุศลบารมีร่วมกัน เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ในการนำพุทธธรรมคำสอนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาปรับใช้กับทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดความร่มเย็นอันเกิดจากสันติภาพทั่วแผ่นดิน

“ผมเชื่อมั่นว่างานธรรมยาตรา 5 แผ่นดินครั้งนี้ จะเกิดความสำเร็จที่งดงามด้วยกุศลสามัคคีธรรมที่ทุกท่านได้บำเพ็ญร่วมกัน และจะนับเป็นประวัติศาสตร์ที่ชาวพุทธ 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขงต้องบันทึกไว้ ซึ่งพุทธบริษัทร่วมมือร่วมใจหนุนเสริมการนำพุทธธรรมไปใช้ในวิถีชีวิตและการปฏิบัติงานทุกภาคส่วนเพื่อสันติภาพของประชาชนภูมิภาคลุ่มน้ำโขง” เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย กล่าว

งานธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขง จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 14-31 ตุลาคม 2562 โดยเส้นทางเริ่มที่ วัดพระธาตุผาเงา จ.เชียงราย ประเทศไทย จากนั้นข้ามด่านแม่สายผ่านท่าขี้เหล็ก รัฐฉานของประเทศเมียนมา มุ่งหน้ายังเมืองเชียงตุง รัฐฉาน เป็นเมืองที่พระพุทธศาสนามั่นคงแห่งหนึ่งของโลก แล้วเดินทางต่อไปยังเมืองเดียนเบียนฟู จ.เดียนเบียน ประเทศเวียดนาม ช่วงนี้ถือเป็นความท้าทาย เพราะต้องลัดเลาะตามไหล่เขา ซึ่งมีระยะทางไกลกว่า 300 กิโลเมตร  ก่อนเข้าสู่ สปป.ลาว เพื่อทำพิธีทอดผ้าป่าและปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ ณ วัดผาโอ แขวงหลวงพระบาง อีกจุดสำคัญคือวัดพระธาตุหลวง แห่งนครหลวงเวียงจันทน์ และกลับเข้าสู่ประเทศไทย โดยพระสงฆ์ 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขง จะร่วมพิธีปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ ณ คำชะโนด จ.อุดรธานี

จากนั้นเดินทางร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุเชิงชุม จ.สกลนคร ต่อด้วยการประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ กับคณะสงฆ์จาก 8 วัดพระธาตุ ณ พระธาตุพนม จ.นครพนม และไปสิ้นสุดเส้นทาง ประกอบพิธีปิดโครงการธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขง ที่จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ ปราสาทนครธม จ.เสียมราฐ ราชอาณาจักรกัมพูชา รวมคณะเดินทางทั้งหมด 121 คน แบ่งเป็นคณะผู้นำสงฆ์จาก 5 ประเทศ รวม 53 รูป อุบาสกและอุบาสิกาและสื่อมวลชน 5 ประเทศ รวม 68 คน ขณะที่ตลอดเส้นทางธรรมยาตรา จะมีพิธีสำคัญคือการตักบาตร และปลูกหน่อพระศรีมหาโพธิ์ โดยมีบุคคลสำคัญในแต่ละประเทศเข้าร่วม เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์โดยใช้ “พุทธศาสน์การทูต” เป็นการน้อมนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เป็นสื่อกลางเชื่อมโยงให้เกิดความสามัคคี เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรม รวมถึงการสร้างประโยชน์ด้านต่าง ๆ ในประเทศลุ่มน้ำโขง ทั้งด้านธุรกิจ การค้า และการท่องเที่ยว

โครงการธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขง จะนำมาซึ่งความเจริญและเป็นปึกแผ่นบนดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ ในฐานะพุทธศาสนิกชนทุกประเทศ ล้วนต่างมีบิดาองค์เดียวกัน คือ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และมีแม่คนเดียวกัน คือแผ่นดินเกิดของเรา ดินแดนแห่งลุ่มแม่น้ำโขง จะได้ร่วมกันค้ำจุนพระพุทธศาสนา และนำพาความสุข สันติภาพให้เกิดขึ้นได้ในดินแดนสุวรรณภูมิสืบต่อไป

ด้านนายภาสกร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีโอกาสต้อนรับผู้เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการธรรมยาตรา 5 แผ่นดินในวันนี้ จ.เชียงราย ประกอบไปด้วย 18 อำเภอ ซึ่งอำเภอเชียงแสนเป็นอีกหนึ่งอำเภอที่มีความสำคัญทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม เพราะเป็นอำเภอที่ติดกับต่างประเทศถึง 2 ประเทศ ได้แก่ ประเทศลาวและประเทศพม่า โดยมีแม่น้ำโขงเป็นเขตแดนธรรมชาติ สามารถเห็นทั้งสามประเทศบรรจบกันที่สามเหลี่ยมทองคำ มีท่าเรือขนส่งสินค้า และยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะวัดวาอารามที่เป็นศิลปะทางล้านนาหลายแห่ง ซึ่งทางภาครัฐและภาคเอกชนได้ให้ความสำคัญในการดูแลบำรุงรักษา

“อีกทั้งประชาชนยังมีส่วนในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาเป็นอย่างดี มีความเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งในการทำพิธีเปิดโครงการธรรมยาตรา 5 แผ่นดินในครั้งนี้ ขอขอบพระคุณคณะผู้จัดงานทุกท่านที่เห็นความสำคัญเลือกวัดพระธาตุผาเงาแห่งนี้ เป็นสถานที่เปิดโครงการ ขอให้ทุกกิจกรรมของโครงการนี้มีความสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีในทุกๆ ประเทศ” นายภาสกร กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มพิธีเปิดทางโครงการธรรมยาตรา 5 แผ่นดินฯ จัดปฐมนิเทศ โดยมีตัวแทนของแต่ละประเทศขึ้นกล่าวแนะนำตัวและกล่าวความในใจถึงโครงการธรรมยาตรา 5 แผ่นดินฯ

สำหรับบรรยายกาศในงานเปิดงาน ภายหลังจากพิธีเปิดงานที่ จ.เชียงราย แล้ว คณะธรรมยาตรา 5 แผ่นดินฯ เดินทางทำกิจกรรม ที่ประเทศเมียนมา เวียดนาม สป ป.ลาว และกัมพูชา ต่อไป

บทความก่อนหน้านี้วันนอร์’ซัด’บิ๊กแดง’วิจารณ์ขรก.การเมืองกล่าวหาเลื่อนลอย เตรียมฟ้องกลับ
บทความถัดไปส.อ.ท.ผนึกสภาดิจิทัลฯดัน5จี