สิ้น ‘หลวงปู่นาม’ เจ้าอาวาสวัดน้อยชมภู่ สิริอายุ 98 ปี 11 เดือน ศิษยานุศิษย์สลด

เมื่อเวลา 05.20 น. วันที่ 11 กรกฎาคม ที่โรงพยาบาลศูนย์ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต พระครูสุวรรณศาสนคุณ (หลวงปู่นาม สาสนปโชโต) เจ้าอาวาสวัดน้อยชมภู่ ได้ละสังขารในวัย 98 ปี 11 เดือน 23 วัน สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้แก่เหล่าบรรดาลูกศิษย์ ที่เคารพศรัทธาเป็นอย่างมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา หลวงปู่นามได้ล้มป่วย ด้วยอาการเหนื่อยหอบ ทางศิษยานุศิษย์จึงนำหลวงปู่นามเข้าตรวจเช็กที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต กระทั่งพบว่ามีอาการหัวใจเต้นผิดปกติ ทางคณะแพทย์จึงถวายการรักษาตลอดมา กระทั่งสุดจะยื้อ ด้วยอาการต่างๆ ทั้งหัวใจเต้นผิดจังหวะ, ติดเชื้อในกระแสเลือด, ถุงลมโป่งพอง และไตวายเรื้อรัง กระทั่งท่านได้ละสังขารเมื่อเวลา 05.20 สิริรวมอายุ 98 ปี 11 เดือน 23 วัน โดยถือครองพรรษาที่ 69 พรรษา

โดยตลอดระยะเวลาหลวงปู่นามได้สร้างและพัฒนาวัดน้อยชมภู่ จนมีความเจริญรุ่งเรือง เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้านและลูกศิษย์ ตลอดจนวัตถุมงคลของหลวงปู่นามเป็นที่สนใจของบรรดาเซียนพระ เนื่องจากวัตถุมงคลของหลวงปู่นามมีประสบการณ์ทั้งทางด้านเมตตามหานิยม และอยู่ยงคงกระพันชาตรี แคล้วคลาดปลอดภัย จนทำให้วัตถุมงคลหลวงพ่อเป็นที่ต้องการของบรรดาเซียนพระ

หลังทราบข่าวการมรณภาพ ประชาชนต่างเดินทางมาบูชาวัตถุมงคลกันอย่างล้นหลาม โดยบรรดาชาวบ้าน และลูกศิษย์ต่างจัดเตรียมสถานที่เพื่อรอรับสรีรสังขาร โดยมีโลงแก้วที่หลวงปู่นามได้สั่งช่างทำเอาไว้ก่อนจะละสังขาร เพื่อเตรียมบรรจุร่างท่าน โดยชาวบ้านต่างเล็งเลขที่เกี่ยวข้องกับหลวงปู่นาม อาทิ 98, 99 เลขที่วัด 21 เวลาละสังขาร 05.20 และเลข 7786 ทะเบียนรถตู้ที่นำสรีระหลวงปู่นามมาวัด บรรดาชาวบ้านต่างนำไปซื้อสลากกินแบ่งทันที

ส่วนกำหนดพิธีการบำเพ็ญกุศล ทางคณะสงฆ์และพระสังฆาธิการ ญาติ และกรรมการวัด ได้ปรึกษากัน โดยจะมีพิธีพระราชทานน้ำหลวงสรงศพในวันที่ 12 ก.ค.63 เวลา 13.00 น. และจะสวดที่ศาลาเป็นเวลา 3 คืน จากนั้นจะนำสรีระขึ้นสู่มณฑป เพื่อบำเพ็ญกุศลต่อ ซึ่งมติที่ประชุมของดพวงหรีด หากใครประสงค์จะร่วมบุญ ให้ทำบุญสมทบทุนมูลนิธิพระครูสุวรรณศาสนคุณ ซึ่งมีตู้ร่วมบุญ ทางเข้าศาลากราบสรีรสังขารหลวงปู่ ตามที่หลวงปู่นาม เคยสั่งการไว้ก่อนละสังขาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระครูสุวรรณศาสนคุณ หรือหลวงปู่นาม เป็นชาวบ้านทำเน ต.บ้านกร่าง อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ถือกำเนิดในวันที่ 18 กรกฏาคม 2464 ตระกูล “มณีวงษ์” มีนามเดิมว่า “นาม มณีวงษ์” เป็นบุตรของคุณพ่อสา และคุณแม่บัว มณีวงษ์ มีพี่น้องร่วมบิดามารดาด้วยกัน 7 คน โดยหลวงปู่นามเป็นบุตรคนที่ 4

เมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ได้กราบลาเพื่ออุปสมบทเป็นพระภิกษุในปีพุทธศักราช 2484 และได้ฝากตัวเป็นลูกศิษย์หลวงปู่เหมือน อดีตเจ้าอาวาสวัดน้อยชมภู่ ได้ศึกษาเล่าเรียนปริยัติธรรม ธรรมปฏิบัติ วัตรปฏิบัติ หลวงปู่นามได้ปฏิบัติกิจของสงฆ์อย่างเคร่งครัด จนกระทั่งได้ฝึกท่องบทสวดปาติโมกข์ได้ด้วยความใฝ่รู้ใฝ่เรียนของตนตั้งแต่เยาว์วัย ต่อมา หลวงตาเอื้อน พระภิกษุ เดินทางจาริกมาจาก กทม. หลวงปู่นามได้ศึกษาเล่าเรียน จากหลวงตาเอื้อน และมีครูเล็กที่ช่วยติวข้อสอบให้กับหลวงปู่นามด้วย

หลังจากหลวงปู่นามครองเพศบรรพชิต ได้ 8 พรรษาได้ลาสิกขาเพื่อมาประกอบอาชีพ และดูแลโยมแม่ได้ 1 ปี วัดน้อยชมภู่ได้กลายเป็นวัดร้าง ไร้พระจำพรรษา ญาติโยมจึงขอร้องให้หลวงปู่นามกลับเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์อีกครั้งในวัย 29 ปี โดยมีพระครูเมธีธรรมสาร (ไสว) เจ้าคณะอำเภอศรีประจันต์ เป็นพระอุปัชฌาจารย์ พระครูอาภัสรคุณ (ปลัดทวี) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระใบฎีกาสวง เป็นพระอนุศาสนาจารย์

ภายหลังอุปสมบทแล้ว ท่านได้กลับมาจำพรรษาที่วัดน้อยชมภู่ และรักษาการเจ้าอาวาส ในขณะนั้น พร้อมกับได้ศึกษาพระธรรมวินัยจนสอบได้นักธรรมเอก และฝากตัวเป็นศิษย์รับใช้ร่ำเรียนวิทยาคมกับหลวงพ่อไสว ควบคู่ไปกับการเล่าเรียนศึกษามูลกัจจายน์ บาลี อักษรขอม ทั้งในด้านการเจริญสมถะ วิปัสสนากรรมฐาน และการอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคล

นอกจากนี้ หลวงปู่นาม ยังได้ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดระฆังหลายหนเพื่อไปศึกษาวิชา โดยได้รับความเมตตาจากท่านเจ้าคุณพระธรรมธาดาจารย์ (หลวงปู่แนบ) ซึ่งสืบทอดพุทธาคมในสายสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี ด้วยหลวงปู่แนบเห็นว่าศิษย์ผู้นี้มีบารมีมาก ต่อไปภายภาคหน้าจะเป็นที่พึ่งของสาธุชนทั้งหลาย จึงประสิทธิ์ประสาทวิชาถ่ายทอดให้ความรู้ พร้อมกับมอบตาฤๅษี ซึ่งได้รับตกทอดมาตั้งแต่สมัยสมเด็จโตให้หลวงปู่นามเก็บรักษาไว้ ปัจจุบันยังอยู่ที่วัดน้อยชมภู่ด้วย และระหว่างอยู่วัดระฆังหลวงปู่นามมีความสนิทกับเจ้าคุณผัน และเจ้าคุณเที่ยงมาก โดยท่านเจ้าคุณทั้งสองเรียกหลวงปู่นามว่า “หลวงพี่” ตลอด ต่อมาหลวงปู่ได้กลับมาอยู่วัดน้อยชมกู่ตามเดิม โดยในปี 2503 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอธิการ

ในปี 2521 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูสุวรรณศาสนคุณ ชั้นโท

ในปี 2526 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลวังยาง

ในปี 2527 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์

และในปี 2550 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูสุวรรณศาสนคุณ ชั้นเอก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ตำรวจสั่งไม่ฟ้องยายวัย 63 ปี กับพวกเข้าไปเก็บเห็ด มอบไข่ไก่ปันสุข คืนเสียมและตระกร้าพร้อมเห็ดให้ยาย
บทความถัดไป‘มาร์ค’ แนะ ‘บิ๊กตู่’ เร่งขจัดเงื่อนไขปรับ ครม.​ ชี้ต้องชัดเจน อัดงบ’64 ไม่ตอบโจทย์สถานการณ์พิเศษ