ผอ.พศจ.กาฬสินธุ์ พร้อมเข้าให้ปากคำ หลัง 4 ส.ส.เพื่อไทยแจ้งความ ยันรายงานไปตามหน้าที่ ขรก.

ผอ.พศจ.กาฬสินธุ์ พร้อมสู้คดีหมิ่น 4 ส.ส.เพื่อไทย ย้ำการรายงานเป็นการทำหน้าที่ข้าราชการที่ดี

จากกรณีมหาเถรสมาคมมีคำสั่งถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด 3 รูป หนึ่งในนั้นมี พระเทพสารเมธี หรือ เจ้าคุณบัวศรี อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธรรมยุต) เรื่องดังกล่าวทำให้คณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) และญาติธรรมออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน เพราะมองว่าการถอดถอนไม่เป็นธรรม ไม่มีการชี้แจงถึงสาเหตุ พร้อมทั้งมีการล่ารายชื่อ 1 แสนคนถวายฎีกาต่อในหลวงรัชกาลที่ 10 กระทั่งมีกระแสคัดค้านจากพุทธศาสนิกชนต่อเนื่อง และมีพระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะอำเภอและตำบลทยอยลาออก แสดงจุดยืนค้านมติการถอดถอนและการตั้งเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์รูปใหม่

ต่อมา ยังปรากฏหนังสือสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาฬสินธุ์ รายงานไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติทำนองว่า “คณะสงฆ์ (ธรรมยุต) ได้ยุติความเคลื่อนไหวแล้ว แต่ยังมีศิษยานุศิษย์ที่เป็นฝ่ายนักการเมืองเคลื่อนไหวทำการล่ารายชื่อ 100,000 รายชื่อ เพื่อทูลเกล้าถวายฎีกา” พร้อมระบุชื่อ 7 ราย ทำให้ 4 ส.ส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็น 4 ใน 7 รายที่มีชื่อ เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (ผอ.พศจ.) กาฬสินธุ์ กรณีทำหนังสือรายงานกล่าวหาว่า 7 นักการเมืองเคลื่อนไหวล่ารายชื่อคัดค้านปมถอดถอนเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธรรมยุต) พร้อมชงเรื่องเข้าคณะกรรมาธิการกฎหมาย สภาผู้แทนราษฎร ยืนยันเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ที่ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ สุริยะ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด กรณีที่มีผู้เข้าแจ้งความร้องทุกข์คือนักการเมืองพรรคเพื่อไทย 4 คน นำโดย นายนิยม เวชกามา ส.ส.กลนคร, นางบุญรื่น ศรีธเรศ ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 1 อดีต รมช.ศึกษาฯ, นายพีระเพชร ศิริกุล ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 4 และ นายคมเดช ไชยศิวามงคล ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 2 ที่เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์เมื่อวานนี้ (26 ต.ค.64) โดยขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับ นายบัญชายุทธ นาคมุจลินท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.กาฬสินธุ์ ในข้อหาหมิ่นประมาทและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อ้างถึงกรณีนายบัญชายุทธได้บันทึกข้อความถึงผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวหาใส่ความอันเป็นเท็จ

พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์กล่าวอีกว่า สำหรับการรวบรวมพยานหลักฐานคาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 2-3 วัน จากนั้นก็จะเชิญนักการเมืองทั้ง 4 คน มาสอบปากคำเพิ่มเติม หลังจากรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้น พนักงานสอบสวนก็จะเชิญนายบัญชายุทธมาสอบปากคำ หากพบว่าเข้าข่ายความผิดก็จะทำการแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป

ขณะที่นายบัญชายุทธยังปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.กาฬสินธุ์ ตามปกติ พร้อมปฏิเสธ ไม่มีเจตนาเกี่ยวกับการเมือง และอ้างว่าเหตุผลการออกหนังสือเป็นการรายงานปกติตามระบบราชการเท่านั้น

นายบัญชายุทธกล่าวว่า เรื่องนี้ก่อนจะมีการแจ้งความ ได้ประสานทางโทรศัพท์กับนักการเมืองบางท่านในจำนวน 4 คนนี้ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจว่าไม่มีเจตนาที่จะโยงถึงนักการเมืองที่ออกมาเคลื่อนไหวแต่อย่างใด ในส่วนของการลงชื่อถวายฎีกา ล่าสุด เมื่อวานนี้หลังจากทราบว่านักการเมืองทั้ง 4 ท่านได้เข้าแจ้งความ ตนก็ได้โทรศัพท์ไปถึงนักการเมืองทั้ง 4 ท่านอีกครั้ง เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจไปแล้ว

“ขอยืนยันว่าทำตามหน้าที่ในฐานะข้าราชการคนหนึ่ง หากมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ผมปฏิบัติหน้าที่อยู่ ก็จะต้องรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาตามขั้นตอน ตามหน้าที่ราชการที่ดี ไม่เป็นปฏิปักษ์กับใคร อย่างเช่นการรายงานเหตุการณ์ต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ขอยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาโยงการเมือง ซึ่งทางผู้ใหญ่ก็เข้าใจ ในส่วนที่นักการเมืองเดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ก็พร้อมที่จะเข้าไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ในการต่อสู้คดี เพราะสามารถชี้แจงได้ทุกประเด็นอยู่แล้ว” นายบัญชายุทธกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon