‘พระมหาสมปอง’ กราบลาสิกขา ‘พระพยอม’ เผยมีนักการเมืองรุมจีบ เตรียมรันวงการเพลง-สินค้าออนไลน์พิมรี่ปอง พร้อมช่วยงานวัดสวนแก้วในฐานะอุบาสก
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 17 ธ.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต พระนักเทศน์คนดังแห่งวัดสร้อยทอง ได้เดินทางมายังวัดสวนแก้ว ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เพื่อเข้าพบกับพระราชธรรมนิเทศหรือพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว เพื่อเตรียมตัวขอลาสิกขาในวันที่ 29 ธ.ค.64 ซึ่งพระพยอม กัลยาโณ เป็นหนึ่งพระผู้ใหญ่ที่พระมหาสมปองให้ความเคารพเลื่อมใส

โดยพระมหาสมปองกล่าวว่า ในวันนี้ได้เดินทางมาเข้าพบพระพยอม กัลยาโณ เพื่อเตรียมตัวลาสิกขา โดยตนเองมีความตั้งใจว่าภายหลังจากลาสิกขาแล้ว ตนมีความตั้งใจที่จะมาช่วยงานที่วัดสวนแก้วในฐานะอุบาสกซึ่งหลวงพ่อได้ประกาศไว้ชัดแล้วว่ายินดีรับคนมาช่วยงานที่วัดแห่งนี้ แต่ต้องไม่มีสามขี้ คือ หนึ่งขี้เกียจ สองขี้เมา สามขี้ขโมย ซึ่งอาตมาไม่มี 3 ขี้นี้แน่นอน จะมีก็แต่ขี้น้อยใจเท่านั้นเอง ซึ่งที่วัดสวนแก้วแห่งนี้ส่วนใหญ่จะมีแต่อุบาสิกามาช่วยงานเป็นจำนวนมาก เมื่ออาตมาสึกมาแล้วก็ยินดีที่จะช่วยงานให้กับหลวงพ่อในฐานะอุบาสกต่อไป

พระมหาสมปองกล่าวว่า หลังมีข่าวการเตรียมลาสิกขาของอาตมาออกไป ยอมรับว่ามีนักการเมืองมาทาบทามอยู่เหมือนกัน เพียงแต่ยังไม่ได้ตกลงคุยรายละเอียดกันทั้งหมด ซึ่งคงต้องรอให้เป็นเรื่องหลังลาสึกเป็นเรียบร้อยแล้วเสียก่อน โดยในตอนนี้มีนายวัน อยู่บำรุง พรรคเพื่อไทย และนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.พลังประชารัฐ ที่มีการพูดคุยกันอยู่ ส่วนเรื่องการใช้ชีวิตหลังลาสิกขานั้น อาตมาก็มองว่ามีความถนัดในเรื่องการทำดนตรีก็เตรียมตัวทำค่ายเพลงแม่ปองมิวสิก ซึ่งเป็นค่ายเพลงที่จะเปิดและให้โอกาสกับคนที่มีความตั้งใจในสายดนตรีต่อไป ส่วนเรื่องการขายสินค้าออนไลน์นั้น ตนอาจจะตั้งแบรนด์พิมรี่ปองไลฟ์สดในวงการขายสินค้าแข่งกับพิมรี่พายก็เป็นไปได้ เพราะถนัดการไลฟ์สดอยู่เหมือนกัน

พระมหาสมปองกล่าวอีกว่า แม้ว่าจะเคยถูกอาจารย์ ส.ศิวรักษ์ สั่งห้ามลาสึกอยู่ ทำให้ในตอนนั้นเมื่อถูกห้ามจึงตัดสินใจโพสต์เฟซบุ๊กไปเช่นนั้นเพราะคิดว่าคงต้องบวชอยู่อีกยาว รู้สึกยังไงก็โพสต์ไปแบบนั้น แต่คำว่า “ยาว” ในความหมายของมันอาจจะหมายถึง 1 เดือนก็ได้ ถึงการเตรียมลาสิกขาของอาตมาในครั้งนี้คงหนีไม่พ้นที่จะถูกท่านตำหนิอย่างแน่นอน เหมือนเป็นการรับปากกลายๆ กันไว้ ซึ่งอาจารย์ถึงกับขนาดให้ลูกศิษย์ท่านมานิมนต์อาตมาให้ไปพักผ่อนที่เกาหลีใต้ก่อนเพื่อหลีกหนีความวุ่นวายก่อนจะตัดสินใจด้วยความห่วงใย

อย่างไรก็ตาม เมื่อตนได้ตั้งใจที่จะลาสิกขาอย่างแน่วแน่แล้ว เป็นเณรมา 10 ปี เป็นพระมา 10 ปี ก็คงเป็นตัวเลขที่สวยแล้ว และจากที่เคยประกาศว่าจะลาสิกขาไว้ในวันที่ 2 มกราคม 2565 นั้น แต่ภายหลังจากการไปดูฤกษ์ลาสิกขาแล้วพบว่าเป็นฤกษ์ที่ไม่เหมาะสม อาตมาจึงต้องกลับมาทบทวนใหม่จนในที่สุดก็ได้ฤกษ์ลาสิกขาใหม่ในวันที่ 29 ธันวาคมนี้ เวลา 09.09 น. โดยในช่วงเวลาที่เหลืออยู่อาตมาจะเดินทางไปกราบลาสิกขากับเจ้าคุณอุทัย หลวงพ่ออลงกต และอาจารย์ศิวรักษ์ ซึ่งเป็นพระผู้ใหญ่และอาจารย์ที่ตนนับถือต่อไป

