นักวิชาการเฉลยให้ ทำไมพระ ‘ขึ้นตุ่ม’? ชี้จุดต่างพระพักตร์ไม่แตกแบบวัดอรุณ
เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน สืบเนื่องกรณีโลกออนไลน์แชร์ภาพพระพุทธรูปวัดโบสถ์การ้อง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ซึ่งมีพื้นผิวขรุขระคล้ายตุ่มทั่วทั้งองค์
ผศ.ดร.พิพัฒน์ กระแจะจันทร์ อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยกับ ‘มติชนออนไลน์’ ว่า เท่าที่พิจารณาจากภาพถ่าย สันนิษฐานว่า เกิดจากความชื้น แต่ไม่แน่ใจว่าพระพุทธรูปองค์ดังกล่าวทำจากวัสดุประเภทใด หากเป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นใหม่ เข้าใจว่าหล่อจากโลหะแล้วทาสีทองทับ ซึ่งโดยปกติหากเกิดสนิมจะขึ้นเป็นจุดๆ เช่นนี้ เมื่อเกิดความชื้นที่อาจซึมขึ้นจากฐานปูนที่องค์พระตั้งอยู่ พื้นผิวจึงปูดออกมาเป็นจุดๆ คล้ายตุ่มขนาดเล็กดังที่เห็น
แต่หากพระพุทธรูปองค์นี้ทำจากหิน หรือปูนปั้น ความชื้นที่เกิดขึ้นจะทะลุตามรูพรุน แต่มักทำให้ผิวแตกออก ไม่ใช่ขึ้นเป็นตุ่มอย่างโลหะ
“พระรุ่นใหม่ๆ มักทำจากทองเหลือง นำสังกะสีผสมกับทองแดง ตรงไหนทองแดงกระจุกตัวมากหน่อย ก็ขึ้นสนิมง่าย จะปูดออกมาเป็นจุดๆ ระยะยาว คาดว่าพระพุทธรูปองค์นี้จะเกิดสนิมขึ้นอีกต่อเนื่อง สุดท้ายต้องล้างสีทองออกแล้วขัดสนิม” ผศ.ดร.พิพัฒน์ กล่าว
ผศ.ดร.พิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับเทคนิคสมัยโบราณ มีการใช้ ‘ยางรัก’ ซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติทาบนผิว แล้วปิดทองทับ ความชื้นจึงสามารถระบายออกได้ ต่างจากการทาด้วยสีน้ำมันในยุคใหม่ หากนำสีดังกล่าวทาทับพระพุทธรูปโบราณและโบราณสถานจะเกิดความเสียหายดังที่ปรากฏเป็นข่าวหลายครั้ง เช่น พระพุทธรูปที่วัดอรุณราชวราราม ซึ่งพระพักตร์แตกเสียหาย
“การใช้สีน้ำมัน เหมือนการนำสีไปหุ้ม ความชื้นสะสมอยู่ข้างในเยอะ พอหินเกิดความชื้นจึงแตกออก แต่เทคนิคโบราณเป็นการลงรักปิดทอง ความชื้นระบายออกได้ ถามว่ากรณีที่เกิดกับโบราณสถาน โบราณวัตถุวัดผิดหรือไม่ ก็ผิดในเชิงอนุรักษ์ แต่เข้าใจได้ว่ามีความพยายามบำรุงศาสนา ก็อยากให้ทุกอย่างดูใหม่ จึงควรทำคู่ขนานกัน หันไปใช้เทคนิคแบบโบราณ แต่ต้นทุนแพง เป็นหมื่นเป็นแสน ถ้าชุมชนเข้มแข็งอาจพอช่วยได้” ผศ.ดร.พิพัฒน์กล่าว
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
– 11 ปี ย้อนหายนะโบสถ์(ทา)สีทอง ต้อง ‘ขูดทิ้ง’ ถึงพระพุทธรูปพระพักตร์แตก วัดอรุณฯ

