หน้าแรก ในประเทศ ศาสนา เปิดประวัติ &...

เปิดประวัติ ‘หลวงปู่ไดโนเสาร์’ เกจิดัง กาฬสินธุ์ ละสังขารสงบ สิริอายุ 99 ปี

25.11.23 | 11:49 น.

เปิดประวัติ ‘หลวงปู่ไดโนเสาร์’ เกจิดัง กาฬสินธุ์ มรณภาพ สิริอายุ 99 ปี

คณะศิษยานุศิษย์ รวมทั้งประชาชนชาว จ.กาฬสินธุ์ ต่างพากันน้อมกราบสักการะแสดงความอาลัยหลวงปู่หา สุภโร หรือหลวงปู่ไดโนเสาร์ เจ้าอาวาสวัดสักกะวัน (ภูกุ้มข้าว) อดีตรองเจ้าคณะ จ.กาฬสินธุ์ สุดยอดพระอภิญญาผู้เปิดโลกไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งได้ละสังขารอย่างสงบที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ กรุงเทพฯ สิริอายุ 99 ปี เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ หลวงปู่หา หรือหลวงปู่ไดโนเสาร์ เจ้าอาวาสวัดสักกะวัน (ภูกุ้มข้าว) ต.โนนบุรี อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ และอดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ พระเถราจารย์ผู้ปฏิบัติตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ที่ชาวเมืองกาฬสินธุ์และคณะศิษยานุศิษย์ทั่วสารทิศต่างเลื่อมใสศรัทธา มีนามเดิมว่า หา ภูบุตตะ เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม 2468 ที่บ้านนาเชือก ต.เว่อ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์

ช่วงวัยเยาว์สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนวัดบ้านนาเชือกเหนือ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้รับการคัดเลือกให้เป็นทหารอาสาเพื่อไปร่วมรบในสงคราม และเข้ารับการฝึกซ้อมรบ แต่ปรากฏว่าสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลงก่อนในปี พ.ศ.2488

Advertisement

เมื่ออายุย่าง 21 ปี เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดสว่างนิวรณ์นาแก ต.นาเชือก อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ โดยมีหลวงปู่ลือ เป็นพระอุปัชฌาย์ สังกัดมหานิกาย อยู่จำพรรษาที่วัดสุวรรณชัยศรี ขณะนั้นการปกครองในคณะสงฆ์ยังไม่ทั่วถึงมากนัก การบวชของคณะธรรมยุตและคณะมหานิกายยังไม่แยกจากกัน ยังคงใช้พระอุปัชฌาย์รูปเดียวกัน ต่อมาเมื่ออายุ 22 ปี จึงญัตติเป็นธรรมยุต ที่สิมน้ำ วัดบ้านหนองโจด (ปัจจุบันเป็นที่นาชาวบ้าน) ต.นาเชือก อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2490 พระครูประสิทธิ์สมณญาณเป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูปลัดอ่อน ขันติโก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระใบฎีกาทองสุข สุจิตโต เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายา สุภโร

ในปี พ.ศ.2498 เป็นเจ้าอาวาสวัดสักกะวัน ต.โนนศิลา อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ พ.ศ.2498 เป็นเจ้าคณะตำบลโนนศิลา พ.ศ.2502 เป็นเจ้าคณะอำเภอสหัสขันธ์-กุฉินารายณ์-ท่าคันโท, พ.ศ.2539 เป็นรองเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ), พ.ศ.2548 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ)

ในปี พ.ศ.2505 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์พระครูสัญญาบัตรชั้นตรี ที่พระครูวิจิตรสหัสคุณ, พ.ศ.2508 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท ในราชทินนามเดิม, พ.ศ.2520 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอก ในราชทินนามเดิม และ พ.ศ.2541 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่พระญาณวิสาลเถร

ทั้งนี้ เมื่อปี พ.ศ.2510 ได้พัฒนาวัดสักกะวัน โดยการสร้างอุโบสถ วิหาร และตัดถนนรอบวัดจำนวน 5 สาย รวมทั้งก่อสร้างเมรุเผาศพ ก่อนจะนอนหลับฝันเห็นไดโนเสาร์ตัวใหญ่คอยาวเดินอยู่บริเวณเชิงเขาภูกุ้มข้าว ตื่นขึ้นจึงให้ลูกศิษย์ไปตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว ขณะนั้นฝนตกหนัก พื้นดินสูงโดนน้ำเซาะจนเห็นกระดูกชิ้นใหญ่หลายสิบชิ้นกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปจึงสั่งให้คนเก็บกระดูกนั้นไว้และส่งข่าวไปยังนายอำเภอเพื่อตรวจสอบ

กระทั่งเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2537 เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณีเข้ามาตรวจสอบบริเวณร่องน้ำ ข้างถนนเชิงเขาภูกุ้มข้าว ขุดพบซากฟอสซิลกระดูกไดโนเสาร์ จากการตรวจสอบ ปรากฏว่าเป็นไดโนเสาร์พันธุ์กินพืชที่ใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่มีการค้นพบมา ภายหลังตั้งชื่อว่า อีสานโนซอรัสสิรินธรเน่ และมีการขอขุดค้นเพิ่มเติม ปัจจุบันคือ “อาคารหลุมขุดค้นไดโนเสาร์พระญาณวิสาลเถร” เพื่อเป็นอนุสรณ์

อีกทั้งยังมีการรวบรวมฟอสซิลไดโนเสาร์จากทั่วสารทิศมารวมที่วัดสักกะวัน และก่อสร้างพิพิธภัณฑ์เพื่อศึกษาเกี่ยวกับสัตว์โลกล้านปี ได้รับพระราชทานนามว่า “พิพิธภัณฑ์สิรินธร” ในปัจุบัน

คณะศิษย์จึงถวายฉายานามหลวงปู่ว่า “หลวงปู่ไดโนเสาร์