เจาะเบื้องลึก สาวยื่น กมธ. ปม ‘ศิลปินแห่งชาติ’ ขายภาพวธ. สู้ 10 ปี เสียหาย 3.5 ล้าน

เจาะเบื้องลึก สาวยื่น กมธ. ปม ‘ศิลปินแห่งชาติ’ เรื่องสุดซับซ้อน สู้ 10 ปี เสียหาย 3.5 ล้าน

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม สืบเนื่องกรณีนางชุติมา นวลพลับ เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) โดยอ้างว่า ศิลปินแห่งชาติรายหนึ่ง นำผลงานที่ตนซื้อแล้วไปขายต่อให้กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อร้องขอให้มีการตรวจสอบการครอบครองและทวงคืนผลงานชิ้นดังกล่าว

นางชุติมา กล่าวว่า ตนเป็นเลขาฯ ศิลปินแห่งชาติคู่กรณี ตั้งแต่ประมาณปี 2548 โดยมีหน้าที่ขายงานศิลปะให้แก่ศิลปินดังกล่าว ซึ่งได้รับเงิน 25 เปอร์เซ็นต์ ไม่รวมเงินเดือน เดือนละ 8,000 บาท จนเมื่อปี 2553 ถูกศิลปินดังกล่าวยืมเงินจำนวน 7แสนบาท ต่อมา มีการขอยืมเพิ่มอีก โดยยังไม่คืนยอดเก่า จึงบอกกับศิลปินดังกล่าว ว่า หากเป็นเช่นนี้ ตนขอซื้อผลงานศิลปะ 1 ชิ้นได้หรือไม่

“ตอนนั้นบอกไปว่า เงินของเก่ายังไม่คืนเลย ถ้าจะยืมเพิ่ม ขอเป็นการซื้องาน 1 ชิ้นได้หรือไม่ ชิ้นที่เราประทับใจมากที่สุดและสมราคา คือ การใช้เทคนิคสีที่สวยงาม แต่ความเก่าของภาพจึงเกิดการแตกลายงา อาจารย์ก็อนุญาต แต่เขาก็บอกว่าขอลงสีให้เรียบร้อยก่อน แล้วก็ขอยืมเอาไปจัดแสดงงานจิตตสังขาร ที่หอศิลป์เจ้าฟ้าในปี 2554 เราก็อนุญาตให้เขาตกแต่งไปเรื่อยๆ จนจบการนำแสดง แต่ตอนที่มีการซื้อขายงานกันแล้ว เวลามีเจ้าหน้าที่มารับงานศิลปะไปโชว์ที่หอศิลป์ เขามาขนเอางานที่เชียงใหม่ที่เราทำงานอยู่บ้านของอาจารย์ เราจึงโทรไปบอกเจ้าหน้าที่ทางกรุงเทพฯ ฝากดูแลชิ้นงานของเราที่มีเพียงชิ้นเดียวจากทั้งหมดนั้นด้วย เจ้าหน้าที่เขาก็รับรู้อะไรเรียบร้อย แต่พอจบงานแสดงนี้ อาจารย์เขาก็บอกว่ามีการจัดแสดงอีกเรื่อยและมีการยืมไปอีก” นางชุติมากล่าว

Advertisement

นางชุติมา กล่าวอีกว่า ตนคิดว่ายิ่งโชว์ก็เป็นการเพิ่มมูลค่าของชิ้นงาน จึงอนุญาตให้เอาไปจัดแสดง จนช่วงเช้าวันหนึ่ง เมื่อเดือนสิงหาคม 2556 ตนนำเอกสารไปให้ศิลปินแห่งชาติท่านนี้เซ็น เขาคุยว่ารัฐบาลขอยืมงานชิ้นนี้ไปทำแสตมป์ ตนก็รู้สึกดีใจเพราะคิดว่ามันยิ่งใหญ่และเพิ่มมูลค่า

“ช่วงบ่ายไปคุยกับอาจารย์อีกครั้ง เขาก็เอาแสตมป์ที่ระลึกเพื่อขอบคุณมาให้เราเลย เนื่องจากแทบไม่มีใครรู้เลยว่าเป็นของเรา เราก็เลยขออนุญาตทำเป็นหนังสือขอบคุณ เขาเอาแสตมป์ที่ได้มาแปะบนเอกสารขอบคุณพร้อมเซ็นให้เรียบร้อย เพื่อยืนยันว่าชิ้นนี้ตรงกับรูปที่ใช้แสดงว่าเป็นการขอบคุณ อาจารย์ก็ทำให้ เซ็นเรียบร้อย” นางชุติมาเผย

นางชุติมากล่าวว่า จนช่วงหลังมาประมาณปี 2557 ศิลปินท่านนี้ ขายผลงานได้เท่าไหร่ก็ไม่คืนเงินที่ยืมไป นอกจากนี้ ตนยังต้องเป็นคนสำรองจ่ายค่าใช้จ่าย การทำสัญญา พร้อมด้วยการจดบันทึกลงสมุดส่วนตัว โดยให้เซ็นรับทราบมาตลอด กระทั่งต่อมา ตนตัดสินใจลาออก

“หลังจากออกมาจึงให้ทนายแจ้งโนติสทวงเงินและทวงงานที่อาจารย์ยืมเราไป ซึ่งยอดรวมทั้งหมดกว่า 3,500,000 บาท เขาก็ไม่ตอบเราเลย จนอยู่ๆ ก็มีคนโทรมาขู่ฆ่า ตอนนั้นกำลังรีดผ้าอยู่ ลูกซึ่งเรียนชั้นประถมรับโทรศัพท์แทนแล้วเปิดลำโพง มีคนพูดว่า กูจะฆ่ามึง ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเป็นใครและไม่ได้ปักใจว่าเป็นทางบ้านอาจารย์หรือไม่ แต่ได้รวบรวมหลักฐานไปแจ้งความที่ สภ.ภูพิงค์” นางชุติมากล่าว

นางชุติมา กล่าวอีกว่า หลังจากนั้น ได้นำเอกสารจำนวนมากใส่กระเป๋าเป้เตรียมที่จะเอาเข้าตู้เซฟ แต่ติดช่วงปิดทำการของธนาคาร จนเมื่อตนออกไปทำธุระนอกบ้านเปลี่ยนไฟท้ายรถที่แตกเพียง 2 ชั่วโมง กลับมาที่บ้านพบว่าประตูบ้านเปิดอยู่ มีโจรขึ้นบ้านขโมยกระเป๋าใบนั้นพร้อมเอกสาร และหลักฐานบนคอมพิวเตอร์หายไป ซึ่งเจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานตรวจสอบ กลับไม่พบร่องรอยของผู้ก่อเหตุ

“จนได้รับคำแนะนำให้ย้ายออกจากบ้านที่เชียงใหม่ ไปอยู่ที่นครศรีธรรมราช แม้ถูกโทรข่มขู่หลายครั้ง เราก็ตอบว่าไม่เหลืออะไร ไม่เอาอะไรอีกแล้ว เรื่อยมาจนตอนหลังมาเราใช้ชีวิตปกติที่เชียงใหม่เป็นบางครั้งบางคราว โดยพักอยู่บ้านที่อุตรดิตถ์เป็นหลัก เพื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่าเรากลับมาอยู่ที่นี่ เพราะกลัวว่าคนร้ายจะตามเราเจอ จนต้นปีนี้ 2566 เห็นเจ้าหน้าที่กระทรวงวัฒนธรรม ที่เขารู้เรื่องนี้ตั้งแต่ต้น เขาถามว่าเราได้ชิ้นงานและได้เงินคืนหรือยัง เราก็บอกว่ายังไม่ได้เลย บอกไปก็ไม่มีใครเชื่อ

ทั้งที่เราจดทุกอย่าง เขียนบันทึกหลายอย่างที่ยืมเราด้วยลายมือเขาเองเยอะมาก ซึ่งเขียนลงในสมุดโน้ตของเรา รวมไปจนถึงลูกสาวเขาด้วย เราจึงปรึกษาทนายอีกครั้ง เขาบอกว่าเงินมันเกิน 10 ปีแล้วไม่ได้คืน แต่ชิ้นงานยังสามารถทวงได้ เพราะปีนี้เป็นปีสุดท้าย เราจึงคุยกับที่บ้านว่าจะเอาหรือไม่เอา ถ้าจะเอาต้องเป็นปีนี้ปีสุดท้ายเท่านั้น ไม่อย่างนั้นจะหมดอายุความ” นางชุติมาเผย

นางชุติมากล่าวว่า ตนจึงให้ทนายทำหนังสือทวงต่อไป ศิลปินแห่งชาติก็ให้ทนายตอบกลับมาว่า ไม่เคยขายงานและยืมงานจากตน แต่ถ้ายังมีเอกสารขอให้ส่งไปให้ดู โดยอาจจะลืมไปว่าตนยังมีหลักฐานเก็บไว้

“จนวันที่ 25 กรกฎาคม 66 พบโพสต์ของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย เป็นการโพสต์ภาพดังกล่าว ว่าเป็นหนึ่งในผลงานสะสมของศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ซึ่งเป็นผลงานชิ้นเดียวกับของเรา แต่อาจารย์เขาเอาชิ้นงานของเราไปขาย ทั้งที่บอกว่าแค่ยืมงานของเรา เราจึงทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ตรวจสอบงานว่าเป็นชิ้นเดียวกันกับที่เราเคยทำการซื้อหรือไม่ แต่เขาให้เรารอฝ่ายกฎหมาย ดังนั้นเราจึงให้ตำรวจดำเนินการแจ้งความต่อตัวอาจารย์ผู้วาดว่า แต่กลายเป็นสมบัติของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย(สศร.) ซึ่งอ้างว่าสั่งซื้อมาจากตัวศิลปินโดยตรง” นางชุติมากล่าว

นางชุติมากล่าวอีกว่า เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ตนจึงเข้าไปแจ้งความดำเนินคดีกับอาจารย์ดังกล่าว ซึ่งทันเวลาพอดีก่อนครบ 10 ปี เรารวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมเอาไปให้ตำรวจ โดยเจอทั้งบันทึกการรับเงินที่เขียนเอาไว้ โดยมีลายเซ็นของศิลปินแห่งชาติคนดังกล่าวอยู่

“หลังจากประสานไปที่กระทรวงหลายครั้งก็ติดต่อไม่ได้ พอสอบถามได้ ผู้รับเรื่องเขาก็บอกว่าเป็นสมบัติของกระทรวง อย่างไรเราก็ไม่มีสิทธิให้คืน ทั้งที่เราไม่ได้อนุญาตให้อาจารย์คนดังกล่าวขาย โดยเราเป็นประชาชนธรรมดาถ้าให้ไปทวงเงินกับอาจารย์เขาเอง เราก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่หรือไม่ เราติดที่ว่างานเป็นสิทธิของเรา เราไม่ได้ให้เขาเอาไปขาย เขามีสิทธิอะไรไปซื้อขายกัน เราติดใจตรงนี้” นางชุติมาเผย

นางชุติมากล่าวว่า ตนจึงทำหนังสือร้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพราะว่าที่ผ่านมาเราทำหนังสือถึงกระทรวงก็จริง แต่ไม่สามารถเอาผิดกับศิลปินแห่งชาติได้โดยตรง จึงร้องป.ป.ช. ตรวจสอบ สศร.ต่อการครอบครองผลงานชิ้นนี้

“ด้านการดำเนินการทางกฎหมาย อัยการรอทางตำรวจกำลังจะสรุปสำนวน ขาดพยานที่เซ็นอีก 1 ปาก คือ อดีตสามี เนื่องจากเขาไปทำงานอยู่กลางทะเล ตำรวจจึงต้องยื่นไปที่ต่างจังหวัด รอเขาไปให้การ แล้วตำรวจก็บอกว่าคงครบพยานแล้ว ซึ่งฟังจากตำรวจแล้ว เขาบอกว่าหลักฐานมันเกิดเพียงพอแล้วด้วย แม้แต่หลักฐานการเงินที่เราเพิ่งเจอล่าสุดอีก” นางชุติมาเผย

นางชุติมากล่าวทิ้งท้ายว่า ตนต้องการเรียกร้อง เพราะเป็นชาวบ้านธรรมดา แต่เมื่อรู้สึกถึงความไม่ยุติธรรม จึงตัดสินใจยื่นเรื่อง

“ถ้ามันเป็นของเราที่ซื้อมาอย่างสุจริต และซื้อกับศิลปินเจ้าของผลงานโดยตรงเหมือนกัน แต่เราซื้อก่อน เราเป็นเจ้าของไปแล้ว” นางชุติมากล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
บุกร้อง กมธ.ปราบโกง โวย ‘ศิลปินแห่งชาติ’ เบี้ยว หลังควัก 7 แสนซื้องานชิ้นดัง

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image