รมว.สุดาวรรณ มอบกรมศิลป์ศึกษา เล็งดัน ‘เขาวัง’ ขึ้นทะเบียนมรดกโลก

รมว.สุดาวรรณ ลงพื้นที่ ครม.สัญจร มอบกรมศิลป์ศึกษา เล็งดัน ‘เขาวัง’ ขึ้นทะเบียนมรดกโลกของยูเนสโก

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการพัฒนาศักยภาพแหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม 3 แห่ง ของ จ.เพชรบุรี ได้แก่ ศูนย์วัฒนธรรมไทยทรงดำ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง) และชุมชนคุณธรรมบ้านถ้ำรงค์ เที่ยวชุมชน ยลวิถี เพื่อหาแนวทางนำวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ มาต่อยอดไปสู่มิติใหม่ๆ ให้เกิดการสร้างคุณค่าทางสังคม และมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ชุมชนในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้น โดยมีนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัด วธ., ผู้บริหาร และข้าราชการ วธ.เข้าร่วม ก่อนการประชุม ครม.สัญจรอย่างเป็นทางการ ว่า วธ.มีนโยบายสำคัญที่จะอนุรักษ์ รักษา สืบทอดวัฒนธรรมของชาติ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ที่สำคัญรัฐบาลได้เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ โดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ซึ่งเป็นกฎหมายฉบับแรก เพื่อคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ โดยกลุ่มไทยทรงดำ อ.เขาย้อย มีการสืบทอดวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น มีความเข้มแข็งทางทุนวัฒนธรรม ถือเป็นจุดสำคัญในการผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ โดย วธ.จะสนับสนุน และพัฒนาศูนย์วัฒนธรรมไทยทรงดำ อ.เขาย้อย ที่เป็นรูปธรรมต่อไป

Advertisment

Advertisement

น.ส.สุดาวรรณกล่าวต่อว่า สำหรับอุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี หรือเขาวังนั้น กรมศิลปากรดูแลรักษาโบราณสถานเป็นอย่างดี ได้รับรายงานว่าเขาวังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของ จ.เพชรบุรี อยากให้กรมศิลปากรรักษามาตรฐานในการดูแลแหล่งโบราณสถานไว้ รวมถึง มอบนโยบายให้กรมศิลปากรหาแนวทางพัฒนาศักยภาพของเขาวัง เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งไทย และต่างประเทศ โดยไม่ทำลายคุณค่าความเป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญทางประวัติศสตร์

อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี หรือเขาวัง จ.เพชรบุรี

“จากที่ดิฉันมีนโยบาย 1 ภูมิภาค 1 มรดกโลก ได้มอบนโยบายให้กรมศิลปากรไปศึกษาความเป็นไปได้ ในการเสนอให้ยูเนสโกพิจารณาขึ้นทะเบียนเขาวังเป็นมรดกโลก ซึ่งปัจจุบันแต่ละภาคจะมีโบราณสถานที่เตรียมเข้าสู่การพิจารณาของยูเนสโกแล้ว อาทิ วัดพระมหาธาตุ จ.นครศรีธรรมราช เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ และอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จ.อุดรธานี” น.ส.สุดาวรรณ กล่าว

นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กรมศิลปากรมีแผนศึกษาความเป็นไปได้ เพื่อจะนำเสนออุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี หรือเขาวัง เพื่อบรรจุรายชื่อไว้ใน “บัญชีรายชื่อเบื้องต้น” หรือ “Tentative List” ของศูนย์มรดกโลก ยูเนสโก เบื้องต้นเห็นว่าเขาวังมีความโดดเด่น สามารถเป็นมรดกโลกตามหลักเกณฑ์ของยูเนสโกได้ จากนี้กรมศิลปากรจะศึกษาความเป็นไปได้ และจัดทำเอกสารเบื้อต้นเพื่อเสนอ ครม.พิจารณาต่อไป

Advertisement

 

นายพนมบุตรกล่าวต่อว่า พระราชวังคีรีมีอายุเก่าแก่ 165 ปี ถือเป็นพระราชวังแห่งเดียวในประเทศไทยที่สร้างบนภูเขา เป็นพระราชวังแห่งที่ 2 ในกรุงรัตนโกสินทร์ และเป็นพระราชวังแห่งแรกที่รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น พระองค์เสด็จฯ พระนครคีรีถึง 21 ครั้งก่อนสวรรคต จากนั้นรัชกาลที่ 5 เสด็จฯ มาประทับ ก่อนจะโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังบ้านปืน และพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ซึ่งแล้วเสร็จในรัชกาลที่ 6 จ.เพชรบุรี จึงได้ชื่อว่าเมือง 3 วัง ดังนั้น พระนครคีรีจึงถือว่าเป็นโบราณสถานที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และมีความสำคัญที่จะขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกได้ โดยมีองค์ประกอบตามหลักเกณฑ์มรดกโลก อาทิ มีประวัติศาสตร์ต่อเนื่องยุคผลัดเปลี่ยนตะวันตกกับตะวันออก เป็นพระราชวังเก่าแก่ เป็นพื้นที่ทางธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ ปัจจุบันเป็นโบราณสถานที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ โดยตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 ถึงเดือนเมษายน 2568 มีจำนวนผู้เข้าชมแล้วมากกว่า 2 แสนคน สร้างรายได้แล้วกว่า 15 ล้านบาท

นายบุญเลิศ ยอดแก้ว ประธานชมรมไทยทรงดำจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า ชมรมไทยทรงดำจ.เพชรบุรี ได้ประสานงานความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกลุ่มชาติพันธุ์ไทยทรงดำทั่วประเทศไทย และเห็นว่าชาวไทยทรงดำของ อ.เขาย้อย นั้น มีศักยภาพในการที่จะพัฒนาให้เป็นเสาหลักด้านอนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบสาน เผยแพร่ และการต่อยอดเพิ่มมูลค่าของวัฒนธรรมไทยทรงดำได้ จึงขอเสนอความต้องการเพื่อขอรับการสนับสนุนจากรัฐมนตรีว่าการ วธ.ในการส่งเสริมให้ศูนย์วัฒนธรรมไทยทรงดำเป็นศูนย์การเรียนรู้ไทยทรงดำระดับประเทศ ดังนี้ การพัฒนา ปรับปรุง นิทรรศการองค์ความรู้แบบถาวรของชาติพันธุ์ไทยทรงดำ ภายในศูนย์วัฒนธรรมไทยทรงดำเขาย้อย ให้เป็นนิทรรศการมีชีวิต, การจัดกิจกรรมร่วมกันของกลุ่มชาติพันธุ์ไทยทรงดำ ใน จ.เพชรบุรี และภูมิภาคใกล้เคียง ปีละ 1 ครั้ง เป็นประจำทุกปี เพื่อยกระดับงานประเพณีไทยทรงดำให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

“จัดตั้งเป็นศูนย์ส่งเสริมอาชีพให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ไทยทรงดำ ประกอบด้วย กลุ่มทอผ้า ตัดเย็บเครื่องแต่งกาย ด้วยผ้าทอไทยทรงดำ กลุ่มจัดทำของที่ระลึก ของฝาก ไทยทรงดำ กลุ่มส่งเสริมศิลปะการแสดงไทยทรงดำ กลุ่มส่งเสริมอาหารชาติพันธุ์ และการพัฒนาองค์ความรู้ให้แก่เด็กและเยาวชน เพื่อต่อยอดเป็นนักเล่าเรื่องภายในชุมชนชาติพันธุ์ไทยทรงดำ และการพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญภายในชุมชน อ.เขาย้อย และหวังจะได้รับการสนับสนุนจาก วธ.เพื่อดำรงวัฒนธรรมชาติพันธุ์ไทยทรงดำให้คงอยู่สืบต่อไป” นายบุญเลิศ กล่าว

Eurolastcontent
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image