จับตา 9 พฤษภา รับรองผลส.ส. ไม่ทัน-เดดล็อก ?

สารพัดปัญหาภายหลังการเลือกตั้ง 24 มีนาคม ทั้งจากกระบวนการบริหารจัดการ เหตุขัดข้องทางเทคนิค ทำให้คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. ต้องประกาศเลือกตั้งใหม่ในบางหน่วยเลือกตั้ง นับคะแนนใหม่ยกเขตที่จังหวัดนครปฐม

รวมไปถึงสูตรคำนวณ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ แตกไปคนละทางสองทาง จน กกต.ต้องไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ควรออกหน้าไหนสูตรใดจึงถูกกติกา

อาการติดขัดเกิดขึ้นได้แทบทุกจังหวะ

ล่าสุด เริ่มมีคำถามบ้างแล้วว่า ในวันที่ 9 พฤษภาคม ซึ่ง กกต.ปักหมุดเป็นวันประกาศผลเลือกตั้ง ที่จะต้องประกาศรายชื่อ ส.ส.เขตบวกกับ ส.ส.บัญชีรายชื่ออย่างน้อยร้อยละ 95 หรือ 475 คน เพื่อนำไปสู่การเปิดสภา

เอาเข้าจริงตัวเลขจะได้ครบตามนั้นหรือไม่ ถ้าไม่ จะเกิดอะไรขึ้นกับการเมืองไทย

ชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย มองประเด็นนี้ว่า โดยหลักที่รัฐธรรมนูญกำหนด กกต.ต้องประกาศผลภายใน 60 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง เมื่อเลือกตั้ง 24 มีนาคม ก็ต้องประกาศผลภายใน 22 พฤษภาคม เข้าใจว่าที่ กกต.กำหนดประกาศผลภายใน 9 พฤษภาคม น่าจะเกิดจากข้อวิตกกังวลตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ มาตรา 268 ที่ให้จัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน นับแต่กฎหมายลูก 4 ฉบับมีผลใช้บังคับ ซึ่งมีปัญหาถกเถียงกันว่าเลือกตั้งแล้วเสร็จหมายความอย่างไร รวมถึงการประกาศผลหรือไม่ เข้าใจว่า กกต.ตัดสินใจแบบเซฟตัวเองให้รวมการประกาศผลใน 150 วันด้วย จึงตัดสินใจจะประกาศรับรองผลภายใน 9 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของระยะเวลา 150 วัน ปัญหาจึงเกิดจากระยะเวลาประกาศผลซึ่งเขย่งกันอยู่ระหว่างบททั่วไปกับบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ และเป็นปัญหาการตีความว่าเลือกตั้งแล้วเสร็จหมายความว่าอย่างไร

คำถามว่าหาก กกต.ไม่สามารถรับรองผลได้ภายใน 9 พฤษภาคม จะทำอย่างไร โดยส่วนตัวเห็นว่า กกต. คงต้องตัดสินใจรับรองผลไปก่อน คงไม่เสี่ยงกับการอาจถูกฟ้องว่าจงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ถึงอย่างไรเสียไม่ทันจริงๆ ก็อาจจะรับรองไปก่อนแล้วใช้ระบบศาลภายหลังกรณีใบเหลืองใบแดง อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดคงขึ้นกับหลักสุจริต และความตั้งใจจริงที่ต้องการให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ เข้าใจว่าขณะนี้ กกต.เผชิญกับวิกฤตศรัทธามากพอควร ทุกอย่างจึงคิดว่า กกต.จะมองสถานการณ์ที่เป็นอยู่อย่างไร

ผศ.ดร.ฐิติวุฒิ บุญยวงศ์วิวัชร คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มองประเด็นนี้ว่า เร็วเกินไปที่จะบอกว่าการประกาศผลการเลือกตั้งจะทันวันที่ 9 พ.ค.หรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่เรากำลังเห็นจากการยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสูตรการคำนวณคือผลกระทบในสองระดับด้วยกัน

ระดับแรก คือ ทำให้ความเชื่อมั่นเรื่องการเลือกตั้งเริ่มกลายมาเป็นปัญหาในขณะนี้ และอีกระดับที่กำลังจะส่งผล คือการมองรัฐบาลชุดต่อไปว่าเริ่มไม่มีความมั่นคง

ทั้งนี้ ยังไม่นับกรณีของการที่ ส.ส.จะโดนใบแดง ใบส้ม และอื่นๆ ซึ่งจะส่งผลกระทบตามมาอีก เนื่องจากตัวเลขที่รวมกับ ส.ว. หรือกระทั่งสัดส่วนของแต่ละพรรคที่หายไป จะทำให้เกิดลักษณะของการมุ่งไปมองที่ ส.ว.มากขึ้น

ถ้ามีกรณีที่ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไม่ทันภายในวันที่ 9 พฤษภาคมจริง ผศ.ดร.ฐิติวุฒิบอกว่า อย่างน้อยที่สุดก็จะสร้างเดดล็อกหรือสุญญากาศทางการเมืองเพิ่มมาอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งผลที่จะเกิดขึ้นคือ 1.ทำให้รัฐบาลรักษาการชุดปัจจุบันสามารถที่จะคงอยู่และเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง และ 2.เกิดกระแสการโยนหินถามทางซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเรื่องรัฐบาลแห่งชาติ ซึ่งเริ่มมีมาสักพักแล้ว และมีความพยายามที่จะจับกระแสนี้ตามมาอีกเรื่อยๆ

เดิมพันที่สำคัญของการเลือกตั้งครั้งนี้ หรือแม้กระทั่งปัญหาเดิมๆ กำลังจะทำให้การเมืองไทยเดินไปข้างหน้าไม่ได้ ซึ่งเอาเข้าจริงปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นผลมากจากตัวระบบการเลือกตั้งในภาพรวม และการตีความรัฐธรรมนูญที่ตอนนี้ต้องอาศัยความชัดเจนในการตีความค่อนข้างสูง ถ้าอาศัยศาลในการตีความไม่ได้ ก็น่าจะต้องอาศัยอดีตคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญมาทำงานอย่างจริงจังในการสร้างความกระจ่าง ทั้งในแง่ของการใช้สูตรคำนวณที่คิดสัดส่วนได้ชัดเจน หรืออาจจะเป็นลักษณะของตัวแทนพรรคการเมืองมาอธิบายระบบการเลือกตั้งที่ผ่านมาว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างŽ ผศ.ดร.ฐิติวุฒิชี้แนะ พร้อมเน้นย้ำด้วยว่า

อดีตคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญต้องเป็นตัวนำเพื่อทำให้เกิดการปลดล็อกทางการเมือง เพราะอย่างน้อยคนร่างเข้าใจระบบนี้มากที่สุด อาจจะต้องมีการพูดถึงการตั้งคณะกรรมการพิเศษในเรื่องเหล่านี้เพื่อสร้างความกระจ่าง เพราะหากไม่กระจ่างก็จะกระทบต่อหลักการของการเลือกตั้งในเรื่องระบบที่โปร่งใส มีความชอบธรรม และยุติธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องทำให้เกิดขึ้นให้ได้ หากปลดล็อกจุดนี้ไปได้ก็จะทำให้อุณหภูมิของการเมืองลดลง และประเทศสามารถเดินหน้าต่อไปได้

ด้าน ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เชื่อมั่นว่า กกต.สามารถรับรองผล ส.ส.ร้อยละ 95 ทันวันที่ 9 พ.ค.แน่นอน เนื่องจากรับปากชัดเจนในที่สาธารณะและบอกมาล่วงหน้าเป็นเดือนว่าเป็นวันที่ 9 พ.ค. สิ่งนี้เป็นการทำสัญญาประชาคมกับคนทั้งประเทศและพรรคการเมืองที่เข้าร่วมการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค. อันเป็นการรับรองเป็นมั่นเป็นเหมาะต่อบรรดาองค์กรเครือข่ายสักขีพยานนานาชาติว่า วันที่ 9 พ.ค.นี้ จะมีความชัดเจนกับพรรคการเมืองและอนาคตของประเทศไทย โดยที่ กกต.เองคงมิกล้าเพิกเฉยต่อแรงกดดันหรือความรู้สึกเหล่านี้

แต่หากมีเหตุให้ต้องสะดุด การเมืองติดล็อก จนวันที่ 9 พฤษภาคม ไม่สามารถประกาศรับรองผลได้ ผศ.วันวิชิตให้เหตุผลว่า น่าจะเป็นข้ออ้างจากการพิจารณาการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ในหลายพื้นที่ หลายหน่วย ซึ่งเป็นแทคติคอย่างหนึ่ง

แต่เชื่อว่าจะไม่มีเหตุผลใดทำให้การรับรองผลไม่ทันวันที่ 9 พฤษภาคมแน่นอน

“เข้าใจว่าการทำหน้าที่ของ กกต.ในห้วงผันผวน หรือห้วงการจัดตั้งรัฐบาลมีผลอย่างมากต่อสมการตัวเลข ดังนั้น แทคติคดังกล่าวจึงเป็นการโยนก้อนหินถามทาง เพื่อให้ลดพื้นที่การรวมคะแนนเสียงด้านในด้านหนึ่ง และไม่ให้เกิดการตีข่าวหรือพื้นที่ช่วงชิงจนประชาชนเกิดความรู้สึกไม่ศรัทธา ตลอดจนวิกฤตทางการเมืองที่นักการเมืองห้ำหั่นในการแย่งการจัดตั้งรัฐบาลมากเกินไป โดยการโยนหินถามทางแบบนี้เป็นการลดทอนอำนาจหรือความไม่มีเสรีภาพของ กกต.ที่คนเชื่ออยู่แล้วว่า กกต.มีแนวโน้มฝักใฝ่ขั้วการเมืองด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ

นั่นหมายความว่าด้านนั้นยังไม่ประสบความสำเร็จในการจัดตั้งรัฐบาล สิ่งนี้ทำให้คนมองภาพ กกต.ในลักษณะแบบนี้ ซึ่งผมมองแล้วว่าไม่มีเหตุใดเลยที่ กกต.จะประกาศรับรองไม่ทันวันที่ 9 พฤษภาคม และแน่นอนว่าเสียงในการเลือกตั้งซ่อมหรือการนับคะแนนใหม่ย่อมมีผลต่อการนับรวมคะแนน หรือคณิตศาสตร์ทางการเมืองด้านใดด้านหนึ่งŽ”

ถามว่า กรณีที่ กกต.ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ จะส่งผลต่อการรับรองผลวันที่ 9 พฤษภาคมหรือไม่ ผศ.วันวิชิตยืนยันหนักแน่น ผมว่าไม่Ž

กรณีนี้คล้ายคลึงกับการวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมิได้ใช้เวลาพิจารณานาน รวมทั้งสูตรคณิตศาสตร์มีคำตอบในตัวอยู่แล้ว เพียงแต่ศาลจะพิจารณาสูตรใดสูตรหนึ่งหรือไม่?

“คิดว่า กกต.ต้องการรับรองความปลอดภัยให้องค์กรตัวเองและได้ตัดสินใจอย่างรอบคอบแล้ว ไม่ได้กระทำพลการอย่างฉุกเฉิน โดยมีศาลรัฐธรรมนูญเป็นหน่วยงานการันตีความชอบธรรมอย่างหนึ่ง ดังนั้น กกต.ได้พยายามชงสูตรต่างๆ ไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ หากศาลรับ และมีมติชี้ขาด กกต.ก็จะลดแรงเสียดทานเรื่องกระแสวิพากษ์วิจารณ์ โจมตีการทำงานของตัวเองด้านเดียว ผมว่าเขาเล่นเกมเพลย์เซฟตัวเอง ขณะเดียวกันก็ยังสุ่มเสี่ยงด้านการวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบว่า กกต.ไร้ประสิทธิภาพ ตัวคณะกรรมการการเลือกตั้งขาดความเชี่ยวชาญและความชัดเจนในการตัดสินอย่างเด็ดขาด จนต้องพึ่งองค์กรอิสระอื่นๆ อย่างศาลรัฐธรรมนูญมาชี้นำŽ”

ทั้งนี้ หากวันที่ 9 พฤษภาคม กกต.ไม่สามารถประกาศรับรองผล ส.ส.ได้ ผศ.วันวิชิตฟันธงว่า แรงกดดันทั้งหมดจะพุ่งกลับไปที่ กกต.อีกครั้ง จนต้องประกาศกำหนดการชัดเจนว่าจะแถลงผลอย่างแน่นอนเมื่อไหร่ ทว่าหาก กกต.ทนแรงเสียดทานไม่ได้ และไม่สามารถประกาศวันที่ชัดเจนได้ กลุ่มที่จะออกมาช่วย กกต. หรือรับเผือกร้อนแทน คือ คสช.เพราะมีอำนาจในการอยู่ต่อจนว่าจะได้รัฐบาลชุดใหม่

แต่ไม่รู้ว่า คสช.ยินดีจะรับเผือกร้อนแทน กกต.หรือไม่ ?

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้วันวานยังหวานอยู่ ความทรงจำของนักร้องยุค 90
บทความถัดไปเลือกตั้งใหม่ 6 หน่วย 5 จังหวัด(กราฟฟิก)