อนุทิน ชาญวีรกูล ขอใช้เสียงสภาผู้แทนฯโหวตเลือกนายกฯ พร้อมจับมือคนเอาด้วยกับนโยบาย ภท.

หมายเหตุ – นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ “มติชน” ถึงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงก่อนการเลือกตั้งทั่วไป วันที่ 24 มีนาคม


 

โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งพรรคภูมิใจไทย มีทีเด็ดอะไร?

นโยบายต่างๆ ที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ ลดอำนาจรัฐ เพื่อปากท้องของประชาชน ทลายทุกข้อจำกัด และมันก็ครอบคลุม เพราะจากการลงพื้นที่ของหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค รวมถึงผู้บริหารพรรค ทั่วทุกภาคของประเทศไทย เราได้เห็นการตอบรับที่มากขึ้นของประชาชน มากกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ ประชาชนส่วนใหญ่มีปฏิกิริยาตอบกลับ มีข้อสงสัยและข้อแนะนำต่อนโยบายของเรา สมัยก่อนเราไปวางแผ่นพับชี้แจงนโยบาย เขาแค่รับแล้วก็วาง เดี๋ยวนี้แทบทุกครั้งที่ไป เดินกลับมาจะเห็นมากกว่า 80% ที่ใช้เวลาอ่านแผ่นพับ เรารู้เลยว่าเขามีความตั้งใจ อยากอ่านเพื่อให้เข้าใจ เวลาเราไปในพื้นที่ที่ไม่เคยมีผู้แทนมาก่อน การต้อนรับของผู้คนก็มีมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น ในโค้งสุดท้ายของพรรคภูมิใจไทย เราจะลงพื้นที่ปราศรัย ทำความคุ้นเคย ให้ชื่อผู้สมัครและชื่อพรรคติดปาก เบอร์ติดตา และคิดว่าเมื่อเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย คงไม่มีอะไรที่ยังไม่ได้ทำ

นโยบายใดที่ออกมาแล้วปังที่สุด ประชาชนให้ความสนใจที่สุด?

ทุกนโยบายปังหมด เพราะเป็นนโยบายที่เกี่ยวกับปากท้องของประชาชน พรรคภูมิใจไทยเชื่อว่า เมื่อปัญหาปากท้องของประชาชนได้รับการแก้ไข ก็หมายความว่าเศรษฐกิจในระดับคนทั่วไปต้องดีขึ้น พื้นฐานทางเศรษฐกิจดีขึ้น ปัญหาสังคมต้องหมดไป คนมีงานทำ มีรายได้ จะเป็นการแก้ไขปัญหาองค์รวมได้อย่างรวดเร็ว และหลังจากระดับฐานรากเริ่มเข้มแข็งแล้ว เราจะมาต่อยอดขึ้นไป เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบายมากขึ้นในการประกอบอาชีพและทำมาหากิน จะเป็นแรงที่ส่งให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืนได้

นโยบายกัญชาเสรี สร้างความฮือฮาในสังคม แต่รัฐบาลปัจจุบัน โดยนายกรัฐมนตรี กลับพยายามออกมาปฏิเสธ หรือพูดจากระทบนโยบายนี้?

ถือเป็นคนละเรื่องและเป็นคนละช่วงเวลา เพราะนโยบายกัญชาเสรีของพรรคภูมิใจไทย จะนำมาใช้เมื่อมีรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นรัฐบาลของประชาชน แต่กฎหมายที่เกี่ยวกับกัญชาในปัจจุบันนี้ ยังไม่ได้ให้สิทธิประชาชนในการเข้าถึงหรือใช้ประโยชน์จากพืชกัญชา มันไปถึงเพียงระดับของผู้ที่นำไปค้นคว้าวิจัย หรือใช้เพื่อการศึกษา ซึ่งเท่ากับอยู่ในวงจำกัดมาก แทบไม่มีส่วนร่วมของประชาชนเลย และคนที่สามารถเข้าถึงนั้น ต้องพิสูจน์ว่าจะเอาไปค้นคว้าวิจัยทางการแพทย์ระดับไหน มีเงินกองทุนรองรับหรือไม่ ดูแล้วแทบไม่ได้เป็นการคลายล็อกหรือปลดล็อก เพียงแต่ทำให้มีการศึกษาเกี่ยวกับสรรพคุณของกัญชาเพิ่มขึ้น เพื่อประโยชน์ของการวิจัยทางการแพทย์เท่านั้น ดังนั้น นโยบายของพรรคภูมิใจไทยจะขยายผล ข้อจำกัดที่มีในกฎหมายปัจจุบันต้องถูกทำให้เปิดกว้างขึ้น เพื่อเปิดโอกาสสร้างรายได้ให้ประชาชน พูดให้ชัดคือ หากหลังเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยได้เป็นรัฐบาล จะมีการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับกัญชา
ส่วนรัฐบาลชุดนี้ เขาก็ต้องอ้างอิงกับกฎหมายฉบับปัจจุบันที่มีผลบังคับใช้ เรื่องนี้ไม่มีใครถูกไม่มีใครผิด แต่ในรัฐบาลหน้า ถ้าพรรคภูมิใจไทยมีโอกาสเข้าไปบริหารประเทศ นี่คือนโยบายหลักอันหนึ่งของเรา ซึ่งเราก็ต้องมั่นใจว่าจะสามารถผลักดันให้ออกมาเป็นกฎหมายได้ โดยตอนนี้พรรคได้ยกร่างกฎหมายไว้หมดแล้ว ถึงเวลารอนำเสนอเท่านั้น เรื่องนี้จึงน่าจะเป็นเงื่อนไขระหว่างการเจรจา ซึ่งแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหลายก็ควรจะต้องสนับสนุนนโยบายกัญชาเสรีของพรรคภูมิใจไทย

สูตรจัดตั้งรัฐบาลหน้า มีพรรคภูมิใจไทยเป็นตัวแปรสำคัญ?

อย่าไปคิดอะไรมากในเรื่องนั้น พรรคภูมิใจไทยเชื่อมั่นว่า ในการเลือกตั้งเที่ยวนี้ ด้วยนโยบายของพรรค ด้วยความพร้อมของผู้สมัครและพรรค ประชาชนน่าจะไว้วางใจให้พรรคภูมิใจไทยได้ไปบริหารบ้านเมือง ทำให้เรามี ส.ส.มากกว่าเดิม แต่จะมากกว่าอยู่เท่าไหร่ก็ไม่กล้าคิด อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่ การทำโพลสำรวจ การติดตามสอบถามผู้สมัครโดยตรง ดูแล้วมีความหวังขึ้นมาในหลายเขต และยังมีสมาชิกจำนวนมากที่ย้ายจากพรรคอื่นมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย เพราะฉะนั้น พรรคจึงมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ หากยิ่งมีการแบ่งขั้วมากขึ้นเท่าไหร่ พรรคคงต้องมีบทบาทสำคัญในการเลือกทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับบ้านเมืองและประชาชน พรรคไม่ได้คิดที่จะเป็นตัวแปรหรือไม่เป็นตัวแปรสำคัญ วันนี้เราภาวนาอยู่อย่างเดียวว่า เมื่อถึงเวลาต้องเลือก ขอให้มีสติปัญญา ความสามารถมันสมองที่จะคิด เลือกให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับบ้านเมืองและประชาชน

ถ้าไม่เป็นตัวแปร จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่?

ก็ขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะได้รับการโหวตเข้ามา ถ้าประชาชนเห็นว่านโยบายของพรรคเราดี ก็พร้อมที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้ง วันนี้ได้แต่คาดหวังว่า สิ่งที่เราทำไปน่าจะเป็นประโยชน์ ประชาชนน่าจะรับทราบถึงความตั้งใจของพรรคภูมิใจไทย และลงคะแนนให้กับผู้สมัครของเรา

ขณะนี้มีหลายพรรคการเมืองประกาศจุดยืนทั้งเอาและไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พรรคภูมิใจไทยมองอย่างไร?

พรรคภูมิใจไทยบอกจุดยืนล่าสุด หลังจากคิดแล้วคิดอีก คิดเท่าไหร่ก็ยอมไม่ได้ที่จะให้กลุ่มคนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน มาเป็นผู้ตัดสินใจเลือกผู้นำของประเทศ ส่วนที่เหลือเรื่องอื่นๆ ตราบใดที่อยู่ในรัฐธรรมนูญ พรรคภูมิใจไทยไม่มีปัญหา เรามีปัญหาอยู่แค่เรื่องการเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งพรรคเชื่อว่าต้องให้ ส.ส.เป็นผู้ตัดสินใจเลือก ไม่ใช่ ส.ว. อีกทั้งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่มีพรรคการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องในกระบวนการร่าง เขาไม่ได้เชิญเรา เพราะฉะนั้น เราทำตามกติกา แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำทุกอย่างที่เราไม่เชื่อ ถ้าเกิดเราจะเอาสนุก ก็บอกว่านายกรัฐมนตรีต้องเป็น ส.ส.เท่านั้น แต่นี่เราไม่พูด
พรรคภูมิใจไทยทำตามกติกาตลอดเวลา ผู้สื่อข่าวมาสัมภาษณ์ไม่รู้กี่ครั้ง คำตอบของหัวหน้าพรรคก็คือ เคารพรัฐธรรมนูญ ทำตามรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น ที่มาของนายกรัฐมนตรี ถ้ามาตามแนวรัฐธรรมนูญ เรารับได้หมด อย่างไรก็ดี วิธีการเลือกนายกรัฐมนตรี ถือเป็นเอกสิทธิ์ของผู้แทนราษฎร ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ต้องเป็นคนลงคะแนนตัดสินใจว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ไม่ใช่ไปทำตามการชี้นำของคณะอื่น ดังนั้น ถ้าเสียงในสภาได้เกินกึ่งหนึ่งคือ 251 คนแล้ว ทุกคนก็คงต้องยอมรับว่าผู้แทนปวงชนชาวไทยต้องการให้คนใดคนหนึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าเสียงไม่เกินกึ่งหนึ่งก็เป็นรัฐบาลไม่ได้ มันผิดธรรมชาติ กลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งก็เป็นการยืดเวลาของปัญหาออกไป ไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง

หากที่ประชุมร่วมของรัฐสภาไม่สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีได้ จนต้องใช้กระบวนการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนนอก?

ผมยังไม่คิดไกลขนาดนั้น เชื่อว่าทุกอย่างน่าจะจบในกระบวนการตามระบอบรัฐสภา ตัวเลือกทั้งหมดอยู่ในระบอบประชาธิปไตย

ผลการเลือกตั้งที่กำลังจะออกมา ถ้าพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคอันดับ 2 หรือ 3 แต่มีการเสนอชื่อนายอนุทินเป็นนายกฯ?

ถ้าพรรคภูมิใจไทยเป็นที่ 3 ดูแล้วที่ 1 หรือที่ 2 น่าจะจัดการหาทางออกได้ สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยจะทำก็คือ หากเป็นพรรคอันดับ 3 หรือ 4 เราจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเมืองไทย

เท่ากับว่าจะยกมือให้กับคนชนะ?

ไม่ใช่คนชนะสิ เราต้องดูว่าจะอยู่ในส่วนไหน เราจะได้เป็นส่วนหนึ่งของพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ มันต้องดูหลายประเด็น

หากพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์จับมือตั้งรัฐบาลร่วมกัน จะเป็นอย่างไร?

ด้วยเงื่อนไขปัจจุบัน ยังไม่สามารถมีเสถียรภาพได้

ภูมิใจไทยพร้อมจับมือกับทุกฝ่าย?

ภูมิใจไทยพร้อมจับมือกับฝ่ายที่สนับสนุนนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ฝ่ายที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ฝ่ายที่พร้อมจะเสนอตัวนายกรัฐมนตรีภายใต้ระบอบประชาธิปไตย

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘สวนป๋วย’ สวยได้ด้วยน้ำใจทุกคน สานปณิธาน สร้างพื้นที่เรียนรู้ เพื่อคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย
บทความถัดไป‘สพฐ.’ ชี้จ้างครูเงินเดือน 5,000 บาท ร.ร.ทำได้ หาก กก.สถานศึกษาอนุมัติ