‘ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ’ ชูอุดมการณ์การเมืองใหม่ แปรกระแสเป็นคะแนนชิง ส.ส.

หมายเหตุนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ให้สัมภาษณ์พิเศษ “มติชน” ถึงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงก่อนการเลือกตั้ง ส.ส.วันที่ 24 มีนาคม รวมทั้งทิศทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง


 

รูปแบบการหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย?

ทำออนไลน์และออนกราวด์อย่างหนักแน่น การไปพูดเรื่องการกระจายอำนาจ การยุติราชการรวมศูนย์ ทุกคนลงพื้นที่ ไม่มีเคล็ดลับเด็ดอะไร ทำงานให้หนัก ลงพื้นที่ให้เยอะ เพราะการลงไปจับไม้จับมือกับประชาชนให้เขาเห็นหน้าเป็นการเปลี่ยนกระแสให้เป็นคะแนน ทำกระแสที่ลอยอยู่บนอากาศให้เป็นกากบาท

เป็นพรรคใหม่ อะไรทำให้กระแสติดท็อปฮิต?

มี 3 อย่าง 1.เทคโนโลยี สื่อสารกับคนได้โดยไม่มีต้นทุน การเลือกตั้ง 8 ปีที่แล้วกับวันนี้ไม่เหมือนกัน วันนี้สามารถสื่อสารโดยตรงกับประชาชนได้ วันนี้เสพข่าวได้เยอะขึ้น เข้าถึงข้อมูลได้ 2.กว่าจะมีกระแสทุกวันนี้ ต้องทำงานทางความคิดกับนักศึกษา 30 มหาวิทยาลัย พบปะพูดคุยกับนักศึกษา พูดเรื่องการเมือง พูดเรื่องประชาธิปไตย อุดมการณ์พรรค กระแสมาถึงวันนี้ได้ไม่ใช่อยู่ๆ มาเอง 3.สำคัญไม่แพ้กัน คือ สารที่ต้องพยายามสื่อ ความตั้งใจ ความมุ่งหวังของ อนค. เขาต้องการเห็นยืนยันเรื่องประชาธิปไตย เรื่องสืบทอดอำนาจ วาระ อนค.ที่นำเสนอเป็นเรื่องก้าวหน้า วันนี้ยินดีมากที่พรรคการเมืองอื่นออกมาพูดเหมือนกับ อนค.

การเลือกตั้งล่วงหน้าทำไมคนถึงตื่นตัวกันมาก เป็นเพราะอะไร?

12 ปีมีรัฐประหาร 2 ครั้ง มีรัฐธรรมนูญ 5 ฉบับ นายกรัฐมนตรี 7 คน การชุมนุมที่ทำให้คนต้องตายอีกนับไม่ถ้วน คนตื่นตัวทางการเมืองเต็มที่ ต้องการความเปลี่ยนแปลงเต็มที่ 12 ปีที่ผ่านมาความขัดแย้งบ่มเพาะจิตสำนึกของคนทางการเมือง นี่เป็นการเลือกตั้งในรอบ 8 ปี เลือกตั้งครั้งแรกหลังจากการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 ประชาชนถูกยึดอำนาจไป 5 ปีที่ผ่านมารัฐบาลที่ไม่ได้มาจากประชาชน ไม่ได้ฟังประชาชน ความเดือดร้อนของประชาชนไม่ได้ยินไปถึงผู้มีอำนาจ 4-5 ปีที่ผ่านมาประชาชนไม่พอใจ ไม่มีจะกิน

ไม่แปลกใจเลยที่คนจะออกไปใช้สิทธิ ใช้เสียง กำหนดอนาคตของประเทศของตัวเอง ได้อำนาจของตัวเองคืนมา หลังจากอำนาจของประชาชนโดนยึดไป 5 ปี ถ้าการเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรม จำนวนคนออกมาใช้สิทธิ หรือ Voter Trans out จะสูงเป็นประวัติการณ์ อาจจะถึง 85% ด้วยซ้ำไป

การเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคมจะมีสึนามิแบบมาเลเซีย?

ผมไม่รู้จริงๆ แต่ถ้าใครไปกับผมในหลายพื้นที่ มีแต่คนมาขอจับมือ มีแต่คนมาขอถ่ายรูป ฉะนั้นอะไรจะเกิดไม่รู้ จะเลือกเราหรือไม่ ไม่รู้ รู้แต่เพียงว่า คนต้องการเปลี่ยนแปลง หนึ่งประโยคที่ผมได้ยิน คือ ไม่ไหวแล้ว ทนไม่ไหวแล้ว ลองเลือกคนใหม่บ้างดูซิ

ภาพความปรองดองที่เป็นรูปธรรม?

ต้องรณรงค์อย่างหนักแน่น มีทางอื่นไหม ถ้าอยากเปลี่ยนผ่านอย่างสันติ ผมนึกไม่ออก เราเลือกวิธีในรัฐสภาเพราะไม่ต้องการเสียเลือดเสียเนื้อ 1 ปีที่ผ่านมา ความสำเร็จของการรณรงค์ของ อนค.มันไปไกลขนาดไหน เราทำให้หลายพรรคการเมืองต้องพูดตามทั้งเรื่องรัฐธรรมนูญ การต่อต้านการรัฐประหาร ก่อนหน้านี้มีแต่คนพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจ แต่เศรษฐกิจ การเมือง เป็นปัญหาเดียวกัน

ไม่มีวิธีอื่น มีวิธีเดียว รณรงค์ไปเรื่อยๆ อย่าไปคิดถึงผลการเลือกตั้ง ชนะทางอุดมการณ์ก่อนถึงจะได้เสียง นี่คือสงครามความคิด รณรงค์ให้ประชาชนเชื่อว่าวาระของคุณเป็นวาระแห่งชาติ เอาวาระของคุณเป็นวาระของสังคม เสียงจะมาเอง ฉะนั้นวิธีเปลี่ยนผ่าน คือ รณรงค์ต่อไป เลือกตั้งเสร็จก็ทำงานต่อ อธิบายกับประชาชนต่อ ว่า ทำไมต้องแก้รัฐธรรมนูญปี 60 ถ้าประชาชนไม่เข้าใจ ไม่มีพลังประชาชนหนุน คุณมีในสภา 300 เสียง ก็แก้ไม่ได้ จะแก้ได้ ต้องมีเสียงทั้งในสภาและมีพลังของสังคม มีเสียงในสภาอย่างเดียวก็แก้ไม่ได้ ดังนั้นต้องมีพลังใหม่อย่าง อนค.มาเปลี่ยนแปลง เพราะพรรคเดิมพูดไม่ได้

เป้าหมายคือต้องเข้าไปเป็นรัฐบาล?

ใช่ แต่อย่าไปคิดเรื่องพวกนี้เยอะ มันไม่มีความสำคัญ มีวิธีเดียว คือ รณรงค์อย่างหนักแน่น ทำให้ประชาชนเห็นประชาธิปไตย เศรษฐกิจ การเมือง เป็นเรื่องเดียวกัน อย่าไปตกใจกับดักของแทคติคที่จะทำให้อุดมการณ์ไขว้เขว

ถ้ามีอำนาจเมื่อไร ความเชื่อใจเกิดจากการทำตามสัญญาครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลก็ทำได้ ทำตามที่พูด เป็นฝ่ายค้านก็ตรวจสอบให้ดีที่สุด รณรงค์อย่างต่อเนื่อง นี่คือการเดินทางยาว อย่าไปคิดว่าเลือกตั้งครั้งนี้จะได้คะแนนเท่าไหร่ จะชนะยังไง ต้องสร้างพรรคที่เข้มแข็ง ยึดกันด้วยอุดมการณ์เท่านั้นถึงจะชนะได้ เกมยาวอย่างเดียว

ประเมินว่ารัฐบาลหน้าจะอยู่ได้ไม่นาน?

อย่าไปคิด หวยมันออกได้ทุกหน้า ไม่มีความจำเป็น ซีนาริโอหลังการเลือกตั้งเกิดอะไรบ้าง 1.รัฐบาลแห่งชาติยังมีความเป็นได้อยู่ กรณีที่ตั้งรัฐบาลไม่ได้ 2.รัฐบาลที่เป็นปฏิปักษ์กับฝ่ายประชาธิปไตยยังมีเครื่องมืออีกเยอะ ไม่ว่าจะศาลรัฐธรรมนูญ ยุทธศาสตร์ชาติ สตง. ป.ป.ช. กกต. ทำลายแล้วเปลี่ยนขั้วจับ อาจจะเกิดงูเห่าภาค 3 ยุบพรรคอีกรอบก็เกิดได้ รัฐประหารอีกรอบก็เกิดได้ ทุกฝ่ายประเมินกันรายวัน โดยเฉพาะฝ่ายที่ต้องการสืบทอดอำนาจซึ่งมีเครื่องมือเยอะ เล่นได้หลายเครื่องมือ อย่าไปคิดเยอะว่าหลังเลือกตั้งจะเกิดอะไรขึ้น สถานการณ์เปลี่ยนทุกวัน กระแสเปลี่ยนทุกวัน ทุกฝ่ายปรับกลยุทธ์ทุกวัน ต้องตั้งรับและตั้งรุกรายสัปดาห์

วันนี้การปักธงทางความคิดเดินมาถึงจุดไหน สำเร็จ-ไม่สำเร็จ?

ในเชิงคะแนนเสียง สำเร็จหรือไม่สำเร็จผมไม่รู้ แต่เรื่องของวาระ การปักธงทางความคิด สังคมวันนี้ มาไกลมากจาก 1 ปีที่แล้ว ใครจะไปคิดว่า 1 ปีที่แล้ว การปฏิรูปทหาร การปฏิรูปกองทัพจะเป็นนโยบายที่ขายได้ พูดได้ในที่สาธารณะ

ตอนตั้งพรรค สังคมอยู่ในความกลัว ไม่มีใครกล้าวิพากษ์วิจารณ์ คสช. 1 ปีที่ผ่านมา สังคมอยู่ในความมืดมิด ใครจะไปคิดว่า จะมี 5 พรรคการเมืองใหญ่จับมือกันประกาศแก้ไขรัฐธรรมนูญใต้ลานโพธิ์ วันนี้การแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่ขายได้ พรรคไหนออกมาบอกว่าไม่แก้ไปลำบาก การแก้รัฐธรรมนูญขายได้ มีคะแนน ทุกพรรคถึงออกมาประกาศแก้รัฐธรรมนูญ

ถ้าหลังเลือกตั้งพลังประชารัฐได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล?

สังคมก็คงมืดมิด พูดตรงๆ จะทำอะไรได้ นอกจากรณรงค์ต่อไป ทำงานหนัก

ฐานเสียง อนค.เป็นฐานเสียงเดียวกับ พท.หรือไม่?

ไม่สิ มีทั้งหมดแหละ ทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดง เป็นเรื่องของคนที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงมากกว่า คนที่ไม่อยากเห็นการเมืองแบบเก่า ไม่อยากเห็นประเทศไทยไปสู่จุดเดิม

ท่าทีกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ?

ง่ายมาก ท่าทีกับนายทักษิณ คือ ไม่มีท่าทีอะไร เราก็มาตั้งพรรคของเราเอง ทำความฝันให้เป็นจริง เพราะมองเห็นว่า พรรคที่มีอยู่ในสังคม ไม่มีพรรคที่เป็นตัวแทนความฝันของเราได้ เพราะฉะนั้นความฝันของ อนค.มีวิธีเดียว คือ ทำเอง

ดังนั้นเมื่อตั้งพรรคเองก็ไม่มีความสัมพันธ์อะไรกับนายทักษิณ ผมทิ้งมาทั้งชีวิต ไม่ได้ต่อสู้เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง

โอกาสที่ อนค.จะร่วมเป็นรัฐบาลกับ พท.?

เขาเอาข้อเสนอของผมหรือเปล่า หยุดยั้งการสืบทอดอำนาจ แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ล้มล้างผลพวงจากการรัฐประหาร ใครเอาข้อเสนอนี้ ผมร่วมงานได้หมด ถ้าไม่มีใครเอา ผมเป็นฝ่ายค้าน วันนี้ต้องยึดหลักให้มั่นเพื่อไม่ให้สังคมกลับไปจุดเดิมอีก

การยุบพรรค ทษช. อนค.ได้ประโยชน์หรือไม่?

ผมก็ไม่รู้ ไปดูผู้สมัคร ทษช. บางคนไปหาพรรคเสรีรวมไทย บางคนบอกโหวตโน บางคนบอก อนค.ก็มี ผมไปควบคุมเสียงของประชาชนไม่ได้ ผมไม่ได้ไปคุยกับแกนนำ ทษช.

ทำไมต้องเลือก อนค.-ธนาธรเป็นนายกฯ?

มีใครในรอบ 1 ปีมานี้ตั้งใจแก้ไขปัญหาสังคมในระดับโครงสร้างมากกว่า อนค. เราตั้งใจ ไม่ใช่ผลักดันวาระเชิงประเด็น เพราะเปลี่ยนแปลงประเทศไม่ได้ มันพันธนาการประเทศไทยอยู่ คือ กลุ่มทุนผูกขาด เป็นพันธมิตรกับพรรคที่เป็นปฏิปักษ์ประชาธิปไตย ภายใต้ราชการรวมศูนย์ ผมต้องการเข้าไปจัดการตรงนั้น พร้อมกับการแก้ปัญหาเชิงประเด็น พรรคการเมืองทุกพรรคไม่มีใครกล้าพูดเรื่องนี้อย่างจริงจัง

คนภายนอกมองธนาธรเป็นนักธุรกิจหมื่นล้านที่มาทำงานการเมืองเหมือนนายทักษิณ อะไรที่คิดว่าไม่เหมือนกับนายทักษิณ?

ที่ผมทำอยู่ทุกวันนี้เหมือน (คุณทักษิณ) เปล่าล่ะ ในประเทศไทยมีผมคนเดียวที่ทำแบบนี้ (ไบลด์ทรัสต์) ใครอยากทำตามผมยินดี ผมบังคับให้ใครทำตามไม่ได้ แต่ผมต้องการทำให้ประชาชนเห็นว่า ความจริงใจในการเข้ามาทำงานการเมืองของเราเป็นอย่างไร ทำให้เห็นว่าวาระในการทำงานการเมืองของ อนค. ไม่ใช่ทำเพื่อพวกพ้อง หรือทำให้ตัวเองรวยขึ้น

เป็นการแก้โจทย์ที่นายทักษิณเคยถูกยึดทรัพย์กรณีมีปัญหาทางการเมืองหรือไม่?

คนเขาดูออกเหตุผลที่ผมทำคืออะไร ไม่ต้องห่วง ให้คนไปตีความเอาเอง ผมแสดงความจริงใจให้ได้มากที่สุด ไม่กระทบอะไรกับใคร แสดงความจริงจังของผมให้ได้มากที่สุด

โค้งสุดท้ายแล้วรู้สึกอย่างไร?

ผมอยากให้จบไวๆ มันเหนื่อยกายนะ แต่ความฮึกเหิม ขวัญกำลังใจทุกคนดีมาก อาจมีทะเลาะกันบ้าง ทำงานทุกวัน ตื่นขึ้นมาอยากทำงาน ทำงานแล้วสนุก แต่มองย้อนหลังกลับมาอาจจะมอง 2 เดือนที่ผ่านมาอย่างโหยหาก็ได้

มองรัฐบาลหลังเลือกตั้งอย่างไร?

คงจะลำบาก ทำงานลำบาก คนที่หวังว่ามีรัฐบาลแล้วจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจก่อน มันทำไม่ได้หรอก เพราะปัญหา คือ โครงสร้างทางการเมืองไม่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ปัญหาจริงๆ หลังการเลือกตั้ง คือ ถ้าฝ่ายสืบทอดอำนาจ คสช.ชนะ ผมคิดว่า มืดยาว กลับไปเหมือนปี 2521 เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีความคล้ายคลึงกับรัฐธรรมนูญปี 2521 อาจจะได้นายกฯที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่อยู่ยาว หรือไม่ก็มาจากการเลือกตั้ง โดยมีเสื้อคลุมประชาธิปไตยแต่เนื้อในเผด็จการแล้วอยู่ยาว อาจจะ 8 ปี 20 ปี

แน่นอนเมื่อฝ่ายประชาธิปไตยชนะ เขาต้องหาเครื่องมือมาทำลายกัน อาจจะทำลายด้วยคดีความส่วนบุคคล อาจจะทำลายกันระดับพรรคเลย หรือจะเอารถถังเข้ามาอีกรอบก็เป็นไปได้หมด

ดังนั้นผมมองอนาคตหลังการเลือกตั้งค่อนข้างมืดมน แต่ถ้าเราสร้างพรรคการเมือง ที่เข้มแข็งได้ รณรงค์อย่างหนักแน่นได้ เมื่อมีเลือกตั้งแล้ว ก็มีโอกาสเสมอที่จะเปลี่ยนแปลง

จะรักษาพรรคไปจนเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตย?

ก็ทำให้ดีที่สุด ไม่มีใครรู้หรอก อยู่นอกเหนือการควบคุม ทุกฝั่งไม่ได้สถิต ทุกฝั่งเคลื่อนไหว มีพลวัต มีไดนามิกทั้งหมด ต้องไดนามิกด้วย

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ส.มวยจับมือ ‘จีพีพี’ ระเบิดศึกกำปั้น ‘ไทยแลนด์ ยูธ บ๊อกซิ่ง สตาร์ 2019’
บทความถัดไป‘โค้ชโต่ย’ เชื่อ ‘ช้างศึก’ ดวล ‘จีน’ สูสีแน่ – ย้ำแข้งมังกรอันตรายทุกตำแหน่ง