แม่ทัพ ‘พรรคผึ้งหลวง’ ลงตรัง ช่วยผู้สมัคร ส.ส.หาเสียง มั่นใจกวาด 10 ที่นั่ง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 มีนาคม นายก้องภพ วังสุนทร หัวหน้าพรรคผึ้งหลวง นายเจษฎา พรหมดี รองหัวหน้าพรรค นายวิรุฬห์ ชลหาญ เลขาธิการพรรค เดินทางไป จ.ตรัง เพื่อช่วยหาเสียงให้กับนายประทีป โจ้งทอง ผู้สมัคร ส.ส.ตรัง เขต 1 พรรคผึ้งหลวง เบอร์ 32 ด้วยการขึ้นรถแห่ไปรอบเขตเทศบาลนครตรัง และในพื้นที่ เขต 1 ด้วยการปราศรัยบนรถ ซึ่งได้รับการตอบรับจากชาวตรังอย่างอบอุ่น

นายก้องภพกล่าวว่า วันนี้นำผู้บริหารพรรคลงพื้นที่ จ.ตรัง เพื่อช่วยหาเสียงให้กับนายประทีป โจ้งทอง ผู้สมัคร ส.ส.ตรัง เขต 1 พรรคผึ้งหลวง เบอร์ 32 และมีความมั่นใจในตัวของนายประทีป ซึ่งเป็นคนดี มีความสามารถ ประวัติดี เป็นอดีตนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตรัง เนื่องจากนโยบายพรรคผึ้งหลวงเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว เช่น จะฟื้นฟูกองทุนสร้างเศรษฐกิจและสังคมหมู่บ้านละ 20 ล้านบาท โดยโครงการนี้รวมไปถึงการฟื้นฟูประเพณีวัฒนธรรมเพื่อชูเป็นแหล่งท่องเที่ยวของโลกในอนคต ซึ่ง จ.ตรัง มีทรัพยากรธรรมชาติ มีอัตลักษณ์ที่เด่นหลากหลาย ดังนั้น ในแต่ละหมู่บ้าน ตำบล สามารถที่จะฟื้นฟูและชูเป็นแหล่งท่องเที่ยวของโลกได้ในอนาคต

นายก้องภพกล่าวอีกว่า นายประทีป มีประสบการณ์ องค์ความรู้ในเรื่องของการท่องเที่ยวมาก อีกทั้ง จ.ตรัง และในพื้นที่ภาคใต้ทางพรรคมีนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงงานแปรรูปการเกษตร อำเภอละ 200 ล้านบาท ตั้งเป็นโรงงานผลิตไฟฟ้าปาล์มน้ำมัน รวมถึงโรงงานแปรรูปเกี่ยวกับยางพารา

“เพราะฉะนั้นวันนี้ฝากพี่น้องชาวจังหวัดตรัง และจังหวัดอื่นๆ เลือกผู้สมัครของพรรคผึ้งหลวงให้เข้าในสภาผู้แทนราษฎรมากๆ เพื่อที่จะได้นำนโยบายสู่รากหญ้า เพื่อสร้างฐานรากของประเทศไทยสู่สากลต่อไป ความคาดหวังของพรรคผึ้งหลวงซึ่งเป็นพรรคใหม่ ส่งผู้สมัคร 91 เขต มั่นใจว่าจะมี ส.ส.ในสภาจำนวน 10 ที่นั่งขึ้นไป แต่อยู่ที่ว่าพี่น้องประชาชนอยากสนับสนุนนโยบายสำหรับรากหญ้ามากเท่าไหร่ ก็เลือกผู้สมัครพรรคผึ้งหลวง เมื่อได้เข้าสภาแล้วตั้งใจว่าต้องการทำนโยบายดึงงบประมาณลงสู่รากหญ้าให้มาก ดังนั้น การเข้าไปร่วมรัฐบาลจะสามารถนำงบประมาณมาพัฒนาให้กับพี่น้องประชาชนได้ พร้อมที่จะเข้าร่วมกับรัฐบาลเพื่อที่จะได้นำโครงการต่างๆ นโยบายสู่ประชาชน” นายก้องภพกล่าว

นอกจากนี้ นายก้องภพกล่าวว่า หลังการเลือกตั้งจะเกิดความวุ่นวายทางการเมืองหรือไม่นั้น สำหรับพรรคผึ้งหลวงไม่เลือกสี ไม่เลือกข้าง พรรคคิดว่าต้องหันหน้าสู่ความปรองดองสามัคคี ตั้งแต่ชื่อพรรค คำว่าผึ้งหลวงเป็นสัตว์ที่มีความสามัคคี ปรองดองกัน การตั้งพรรคผึ้งหลวงสาเหตุหนึ่งมาจากความขัดแย้งทางการเมืองที่ค่อนข้างรุนแรง มีความไม่ลงรอยกัน พรรคผึ้งหลวงจึงเป็นพรรคหวานๆ ต้องการสร้างบรรยากาศการเมืองให้มีความอะลุ้มอล่วยกัน

นายก้องภพยังกล่าวถึงการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านมาว่า มีประชาชนใช้สิทธิกันเป็นจำนวนมาก และมีการสนับสนุนพรรคผึ้งหลวงมาก ดีใจที่มีการออกมาใช้สิทธิจำนวนมาก ประชาชนต้องการที่จะไปใช้สิทธิมาก เป็นบรรยากาศของการเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งแสดงว่าประชาชนต้องการให้การเมืองเดินไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

บทความก่อนหน้านี้‘ธนาธร’ เซ็นเอ็มโอยู ทิ้งทรัพย์สิน 5,000 ล้าน ให้บุคคลที่สามจัดการ แยกขาดธุรกิจ-การเมือง
บทความถัดไปดูคำชม ‘แม่แก้ว’ ในวันเกิด ‘ญาญ่า’ ‘รักตลอดกาล ผู้หญิงงามครบเครื่อง’