เปิดป้ายหาเสียง โชว์ผลงานก่อน ‘เลือกตั้ง’ ฮา เด็ด เด่น หรือโดนใจ

เริ่มขึ้นป้ายประเดิมหาเสียงแทบจะทันทีที่ผู้สมัครเป็นตัวแทนประชาชน จากทั้งพรรคเก่าและพรรคใหม่ ยื่นเอกสารสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตพร้อมจับเลขประจำตัวของแต่ละคนกันเรียบร้อยตั้งแต่เช้าตรู่ของวันที่ 4 กุมภาพันธ์ จรดยามเย็นของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ว่ากันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้สมัคร ส.ส.มากที่สุด ขณะเดียวกันจำนวนพรรคการเมืองที่ส่ง ส.ส.ลงสนามก็มีอยู่ไม่น้อย

เห็นได้จากป้ายหาเสียงของแต่ละพรรคจัดวางในมุมเด่น เพื่อดึงความสนใจจากผู้คนในแต่ละพื้นที่

วันนี้ “มติชน” พาผู้อ่านไปสอดส่องสำรวจป้ายหาเสียงของแต่ละพรรค ว่าจะโดดเด่นโดนใจแค่ไหน จะมีความเหมือน ความต่าง และใกล้เคียงกันอย่างไร แต่พรรคไหนจะมาวิน อันนี้ต้องตัดสินใจกันเอง

เริ่มต้นจากพรรคเก่าแก่ที่สุดในสนามเลือกตั้งอย่าง “พรรคประชาธิปัตย์” ที่ใช้ “สีฟ้า” สีประจำพรรคเป็นพื้นหลังของป้ายผสมผสานสีน้ำเงินนิดๆ ให้ความรู้สึกถึงความมั่นคง ความน่าเชื่อถือ และความสุขุม

ในป้ายของพรรคนี้จะเน้นไปที่รูปของผู้สมัคร ส.ส. ส่วนตัวหนังสือเลือกใช้สีขาวและสีเหลืองที่ให้ความโดดเด่นเมื่ออยู่บนสีฟ้า ส่วนนโยบายของพรรคเน้นไปที่เรื่องของเศรษฐกิจ แก้ปัญหาคนจนเป็นหลัก

ส่วน “พรรคเสรีรวมไทย” เลือกใช้น้ำเงินเป็นหลักแทรกด้วยสีฟ้า พร้อมเน้นตัวอักษรให้โดดเด่นด้วยสีขาวและสีเหลืองเช่นเดียวกัน มองแล้วสร้างความสะดุดตาไม่น้อย แต่ละป้ายยังมีรูปของผู้สมัคร ส.ส.เขต และหัวหน้าพรรคยืนคู่กันอย่างโดดเด่นอีกด้วย

ขณะที่ “พรรคเพื่อไทย” ที่เลือกสีของป้ายเป็นสีน้ำเงินและสีขาว มีบางส่วนของโลโก้อย่างตัว “พ” และ “ท” ที่เลือกใช้ลายธงชาติของประเทศไทยมาสอดแทรก บางป้ายมีรูปของผู้สมัคร ส.ส.และตัวหนังสือสโลแกนที่โดดเด่น แต่บางป้ายของพรรคนี้เลือกใช้แค่โลโก้พรรคประกอบกับนโยบายเท่านั้น

ใกล้เคียงกับ “พรรคพลังประชารัฐ” มีการเลือกใช้คู่สีที่เป็นสีน้ำเงินและสีขาวเช่นกัน

พรรคนี้มาพร้อมโลโก้รูป 6 เหลี่ยม ลวดลายและสีเดียวกับสีของธงชาติประเทศไทย เป็นสีที่ให้ความรู้สึกถึงความมั่นคง ความเชื่อถือ ส่วนสีขาวให้ความรู้สึกถึงความสงบ ในป้ายก็จะมีรูปของผู้สมัคร ส.ส. มีตัวหนังสือที่ใหญ่โดดเด่น และอ่านง่าย นโยบายของพรรคจะเน้นไปที่การดูแลสวัสดิการของประชาชนเป็นสำคัญ

ดูเหมือนสีขาวและสีน้ำเงินจะค่อนข้างฮิตเพราะพรรคถัดมาอย่าง “พรรคไทยรักษาชาติ” เลือกใช้คู่สีนี้เช่นกัน

ส่วน “พรรคภูมิใจไทย” ใช้สีน้ำเงินเข้มปูพื้น ติดโลโก้พรรครูปหัวใจล้อมประเทศไทย แต่ที่โดดเด่นคือป้ายของพรรคนี้เลือกใช้สีเขียวชูนโยบายเด่นของพรรค อย่างการเปิดให้ปลูกกัญชาเสรี หรือแก้กฎหมายแกร็บคาร์ ทั้งหมดนี้ติดแฮชแท็ก ทลายทุกข้อจำกัดเพื่อปากท้องประชาชน

อีกพรรคที่มาพร้อมโทนน้ำเงินคือ “พรรครวมพลังประชาชาติไทย” พรรคนี้ตัวป้ายอาจจะไม่โดดเด่น แต่นโยบายบนป้ายฮอตมาก จนทำเอาโซเชียลลุกเป็นไฟมาแล้ว เมื่อผู้สมัคร ส.ส.นนทบุรี โชว์ผลงานที่ผ่านมาคือ “อุ้มหมาไปหาหมอ” พร้อมแนบสโลแกน “หวยแดกแลกไข่” มาเรียกคะแนนเสียงจากประชาชน

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพรรคการเมืองที่มาพร้อม โทนสีขาว ฟ้า น้ำเงิน ถัดมาอีกกลุ่มเลือกใช้ “สีส้ม” มาเพิ่มความโดดเด่นให้กับป้ายหาเสียงของพรรค

เริ่มต้นที่ “พรรคชาติพัฒนา” มีการเลือกใช้สีของป้ายที่เป็นสีส้ม แสดงให้เห็นถึงความอบอุ่น ความมั่นใจ ในป้ายก็จะมีรูปของผู้สมัคร ส.ส.และหัวหน้าพรรค มีการเน้นชื่อและสโกแกนของพรรค “ชาติพัฒนาไม่มีปัญหา #NO PROBLEM” พร้อมแนบนโยบาย “ก้าวหน้า ก้าวไกล ไทยไร้ปัญหา” ครอบคลุม 9 ด้านมุ่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและยุติความขัดแย้ง

อีกหนึ่งพรรคที่ขาดไม่ได้คือ “พรรคอนาคตใหม่” แม้ไม่มีแฮชแท็กฮิต #ฟ้ารักพ่อ ติดบนป้าย แต่ด้วยความโดดเด่นของผู้สมัครและหัวหน้าพรรคที่มาพร้อมท่วงท่าขึงขังมั่นใจตามแบบฉบับคนรุ่นใหม่ พร้อมข้อความแสดงจุดยืนและนโยบายของพรรคที่ใช้สีน้ำเงินและสีขาวที่ตัวใหญ่วางทับพื้นหลังสีส้มดูแล้วอ่านง่าย กระชับ และกระแทกใจกันไม่น้อย

ขณะที่พรรค “พรรคชาติไทยพัฒนา” เลือกใช้สีของป้ายที่เป็นสีชมพูที่โดดเด่นไม่เหมือนกับพรรคการเมืองต่างๆ ให้ความรู้สึกที่ดูเป็นมิตรและนุ่มนวล ในป้ายก็จะมีรูปของผู้สมัคร ส.ส. ผู้อำนวยการพรรค และหัวหน้าพรรค มีตัวหนังสือที่เด่นชัด พร้อมนโยบายเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ และก้าวข้ามความขัดแย้ง ซึ่งหวังว่าจะตรงกับใจคนไทยหลายคนในยุคนี้

ส่วน “พรรคประชานิยม” เน้นไปที่โทนสีเเดงสะดุดตาเป็นหลัก ป้ายหาเสียงของพรรคนี้จะมีรูปของหัวหน้าพรรควางไว้จุดบนสุดทางด้านซ้าย ซึ่งอาจจะไม่โดดเด่นมากเท่าตัวหนังสือที่ใหญ่ อ่านง่าย ปักธงนโยบายเกี่ยวกับการลดจำนวนในการซื้ออาวุธและรถถัง เป็นการเเสดงจุดยืนของพรรคที่คำนึงถึงประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ ต้องมาก่อน

มาต่อที่พรรคสำคัญที่ถูกกล่าวถึงอย่างมากในห้วงเวลานี้ อย่าง “พรรคประชาชนปฏิรูป” ที่หยิบยกศาสนามาเป็นตัวชูโรง

โดยเฉพาะตัวอักษรน้ำเงินบนพื้นหลังสีเหลืองที่ระบุข้อความว่า “น้อมนำคำสอนพระพุทธเจ้า” ที่วางโดดเด่น อยู่จุดสูงสุดของป้าย พร้อมเเนวนโยบายเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาทุกข์ร้อนของประชาชนตามคำสอนของพระพุทธเจ้าด้วย

ยังไม่หมด เพราะถ้าจะพูดถึงความโดดเด่นของป้ายหาเสียงคงขาดป้ายของ “พรรคพลังท้องถิ่นไท” ไม่ได้ เนื่องจากพรรคนี้มีการทำป้ายหาเสียงที่แตกต่างจากพรรคอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง

หากไม่รู้มาก่อนอาจจะไม่คิดว่าเป็นป้ายหาเสียงทางการเมือง เพราะทีมออกเเบบของพรรคนี้เลือกทำป้ายให้มีลักษณะคล้ายกับโปสเตอร์หนังซุปเปอร์ฮีโร่ เป็นการสอดเเทรกมุมมองความคิดของพรรค ที่มองว่าคนไทยคือฮีโร่ที่จะออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ส่วนนโยบายเน้นความต้องการจะพัฒนาท้องถิ่นไทย

ยังมีป้ายหาเสียงของอีกหลายพรรคที่ไม่อาจจะเอ่ยนามได้หมด เเต่รับประกันได้ว่า มีความโดดเด่นเเละน่าสนใจไม่เเพ้กัน ทั้งเเง่ของการนำเสนอเเละเเนวคิดของนโยบาย

ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้มีสีสันไม่น้อย เห็นได้จากกระเเสเลือกตั้งในโซเชียลมีเดียที่มาเเรงมากในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเเชร์ภาพของป้ายหาเสียงพรรค ตลอดจนการทำป้ายล้อเลียนต่างๆ รวมทั้งการตั้งชื่อพรรคและนโยบายฮาๆ ที่สร้างความสนุกและความผ่อนคลายให้กับประชาชนทุกคนที่พบเห็น

ในเเวดวงคนดังก็ไม่เว้น ไม่ว่าจะเป็นดารา นักเเสดง ศิลปินคนบันเทิงต่างออกมาร่วมสนุก จนบางพรรคถ้าลงสมัครจริงอาจจะมีคะเเนนนำโด่ง พุ่งฉิวก็เป็นได้

เริ่มกันที่ แทค-ภรัญญู โรจนวุฒิธรรม ที่โพสต์ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @tack_pharunyoo ตั้งชื่อพรรคว่า “พรรคเพื่อผัว” โดยระบุข้อความไว้ว่า “ก็มาสิครับเบอร์ 26 เลือกผมด้วยเราต้องสู้เว้ยๆ??เพื่ออนาคต @filmrattapoom #แทคภรัณยู#ให้โอกาสผมด้วยครับ” พร้อมนโยบายเพิ่มเบี้ยเลี้ยงผัวเดือนละพัน ให้อิสระกับสามี และเพิ่มกฎหมาย ภรรยาห้ามเก็บเงิน ลดปัญหาซ่อนเงินเมีย

แค่นโยบายพรรคนี้ก็โดนใจบรรดาพ่อบ้านจำนวนมหาศาล จนเกิดปรากฏการณ์กระหน่ำไลค์ เเชร์ เพียบ

อีกทั้งยังมีนโยบายที่ค่อนข้างใกล้เคียงกับ ตั๊ก-บริบูรณ์ นักแสดงและพิธีกรตลก ก็ไม่ยอมแพ้เช่นกันมาภายใต้ชื่อพรรคที่ว่า “พรรคนี้อยู่ไม่ติดบ้านเลยนะ” ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @tuck_boriboon1979 โดยได้ระบุข้อความไว้ว่า “สู้เพื่ออิสรภาพ” มีนโยบายไปปาร์ตี้กับเพื่อนได้ ไม่ต้องกลัวเมีย ไม่ต้องซ่อนเงินจากเมียอีกต่อไป สู้เพื่ออิสรภาพ ดีกว่ายอมกราบเมียทั้งชีวิต

เมื่อมีพลังจากฝั่งผู้ชายเเล้ว จะขาดผู้หญิงไปได้อย่างไร งานนี้ ไอซ์-ณพัชรินทร์ นักแสดงลูกสาวของ “ค่อม ชวนชื่น” พร้อมเป็นตัวเเทนของฝั่งภรรยา ก่อตั้งพรรค “พรรคพลังเมีย” เข้าสู้บนอินสตาแกรมส่วนตัว @ice_napatcharin พร้อมระบุสโลเเกนเด็ด “ผัวอย่างเธอต้องเจอเมียอย่างฉัน!!” ยังมีนโยบายสุดอัดอั้น เช่น เลี้ยงลูกมาตลอด 24 ชั่วโมง เงินเดือนแค่นี้จะเอาอะไรมาพอเสื้อผ้าลูกและเสื้อผ้าตัวเอง เพราะฉะนั้นเมียต้องเป็นคนคุมบัญชีเอง เเละบอกอยากให้เมียสวยสะพรั่งทุกวัน เรื่องทำหน้ายันฮีผัวต้องคอยส่งเสริมและสมทบทุน คนนะไม่ใช่หุ่นขี้ผึ้งจะเอาอะไรมาคงที่ ทีคุณพุงยื่นดิชั้นยังทนได้ พร้อมติดเเฮชเเท็ก เมียต้องที่ 1 ใครอยากให้ปัญหานี้หมดไปเชิญเลือกดิชั้นค่ะ #พรรคแม่ไอซ์

อาจสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาในบ้านเป็นปัญหาใหญ่พอสมควร พรรคการเมืองไหนเห็นเเล้วสนใจหยิบไปนำเสนออาจจะได้คะเเนนเสียงเกินคาดก็เป็นได้

ต่อที่ เปิ้ล-นาคร คุณพ่อลูกสี่ แห่งบ้าน 4 ออ ที่ไม่ยอมน้อยหน้า ทำภาพล้อเลียนน้องหนูออเกรซ ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @ple_nakorn พร้อมตั้งชื่อพรรคสุดน่ารักว่า “พรรคนี้อ้วนขึ้นนะ” พร้อมเรียกคะเเนนเสียงด้วยข้อความว่า “เลือกหนู….อย่าหลงไปเลือกใคร……!!……ประเทศไทยไม่อดตายแน่นวลก๊ะ…… #ใครเลือกหนูยกมือขึ้น!!!!……#โอ้มายแด๊ดแอนด์เดอะ4ออ” ส่วนนโยบายเด่นพรรคนี้คือการ “ยกระดับร้านขาหมูทั่วประเทศ”

ตามด้วย บอย พีชเมกเกอร์ ศิลปินนักร้องดัง ที่มีการโพสต์ป้ายหาเสียงพรรคผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @boypeace เช่นกัน ภายใต้ชื่อ “พรรค..ไม่ได้…ดอกเบี้ยแม่งเดิน” ระบุข้อความไว้ว่า “นโยบายมั่นคง…เราไม่ละทิ้งอุดมการณ์ #ไม่ไหวบอกไหว #boypeacemaker” ที่มีการแฝงโปรโมตเพลงใหม่อย่าง “ไม่ไหวบอกไหว” อีกด้วย

ปิดท้ายที่พระเอกตลอดกาล ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ผลดี ยืนหนึ่งเป็นหัวหน้า “พรรคที่ล้อม พร้อมที่จะรัก” ชูนโยบายบนเฟซบุ๊ก “เจ้าป่าเข้าเมือง” ว่าหยุดสร้างเรื่องราวระหว่างพรรค แล้วมาสร้างเรื่องรักระหว่างเรา นอกจากข้อความที่จะมีดาเมจรุนเเรงเเล้ว รูปภาพรอยยิ้มของพระเอกหนุ่มเรียกยอดไลค์ยอดเเชร์จนกระหึ่มไปทั้งโซเชียล

จนนับได้ว่า เป็นอีกพรรคหนึ่งที่หากลงสมัครจริงน่าจะได้คะเเนนเสียงจากสาวน้อยเเละสาวใหญ่เเบบถล่มทลายเเน่นอน

นอกจากดารา ศิลปิน แล้วเพจดังและฝากประชาชนที่เข้ามาร่วมสนุกกันในครั้งนี้ด้วย อาทิ เพจ “หมอแล็บแพนด้า” ที่มียอดผู้ติดตามเฉียดสองล้านคน ได้มีการโพสต์ภาพโปสเตอร์หาเสียง “พรรคผ่อนไม่เพียงพอ” ที่มีนโยบายว่าคนไทยต้องได้พักผ่อน เเละวางสโลเเกนเกี่ยวกับการนอนพักผ่อนแบบคล้องจองว่า “นอนน้อยแต่นอนนะ มานอนด้วยกันไหมล่ะ จะได้รู้ว่านอนไหม”

ตามด้วยเพจ “จากคนอื่น คนไกล” ที่มียอดผู้ติดตามกว่าเก้าหมื่นคน มาพร้อมกับ “พรรคผ่อนไม่เพียงพอ” เช่นกัน มีนโยบายเหมาะกับมนุษย์เงินเดือน เพื่อพี่น้องประชาชนรวมใจเก็บเงินเดือนไว้ใช้ใน ICU

ดูเหมือนเรื่อง “นอน” จะเป็นเรื่องสำคัญ เพราะพรรคถัดมาอย่าง “พรรคผ่อน” ที่จัดโดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Jame’z Bond” ก็ยังคงมุ่นเน้นเรื่องการนอนเเละการพัก โดยมีการระบุข้อความว่า เข้าคูหากาเบอร์ 13 เราจะนอนไปด้วยกัน ชีวิตไม่แน่นอน แต่ถ้ามีหมอนผมนอนแน่ ซึ่งมียอดแชร์สูงถึง 2.9 หมื่นครั้ง

ข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของโปสเตอร์หาเสียงล้อเลียนจากบรรดาคนดังเเละคนโซเชียลเท่านั้น เเต่ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่นับมีพลังมากเมื่อเหล่าทาสน้องหมาและน้องแมว โชว์พลังของเหล่าสัตว์เลี้ยง ก่อตั้งพรรคเเละนโยบายสุดเจ๋ง อาทิ เพจ “เค้าเรียกผมว่าแมว” ที่มียอดคนกดไลค์เกือบเจ็ดแสนคน นำเสนอพรรค “พรรคภูมิใจแมว” ซึ่งได้มีการระบุข้อความไว้ว่า “โปรดเลือกเบอร์ 0.2 รับรองไม่มีผิดหวัง” เกิดเป็นคนต้องทนแมว ใครไม่ภูมิใจแต่เราภูมิใจ ตามด้วยแฟนเพจ “หนมถ้วย หมาอัจฉริยะ” ที่มียอดผู้ติดตามกว่าหนึ่งหมื่นสามพันคน นำเสนอพรรค “พรรคเพื่อถ้วย” หรือ “พถ” เห่าจริง ทำจริง โครงการ 30 บาทตัดขนทุกร้าน

เป็นการร่วมสนุกเเบบแกมหยิกแกมหยอก เเต่อาจสะท้อนได้ว่าประชาชนคนไทยตื่นตัวเเละต้องการมีส่วนร่วมกับการเลือกตั้งครั้งนี้

เกาะติดการเมือง กับ Line@มติชนการเมือง

เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้บุกยึดไม้สักอายุกว่า 100 ปี หลังพบถูกตัดเป็นท่อนรอลำเลียงขาย
บทความถัดไปนักเล่นว่าว ขนว่าวแปลกตา โชว์โฉมบนน่านฟ้าสตูล ในงาน ‘มหกรรมว่าวนานาชาติ’ (คลิป)