‘เทพเทือก’ปราศรัยย่อยภูเก็ตย้ำอยู่คนละข้าง’ทักษิณ’ ถาม’อภิสิทธิ์’อยู่ข้างใคร

12.03.19 | 10:26 น.

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2562 ที่สนามฟุตบอล โรงแรมภูเก็ต รอยัล ซิตี้ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต พรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) เปิดเวทีปราศรัยย่อยขึ้นช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนจะมีการลงคะแนนเลือกตั้ง มีประชาชนชาวภูเก็ตมาร่วมรับฟังประมาณ 400 – 500 คน ท่ามกลางการดูเเลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ทั้งนี้มีแกนนำผู้ร่วมปราศรัยแสดงวิสัยทัศน์ อาทิ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย ,นายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง เลขาธิการพรรค ,รศ.ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร กรรมการพรรค ,นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรค

นายสุเทพ กล่าวบนเวทีว่า ตนเองและพรรครวมพลังประชาชาติไทยจะไม่ยืนข้างเดียวกับฝ่ายของนายทักษิณเป็นอันขาด ตลอดไป และจะยืนหยัดต่อสู้ ซึ่งนายทักษิณยังคิดอยากกลับมามีอำนาจในประเทศไทยตลอดเวลา เป็นคนที่ไม่เคยยอมรับความจริง ไม่ยอมรับผิด ใช้เงิน เป็นปัจจัย ซื้อนักการเมือง หนักๆ เข้าก็ซื้อทั้งพรรค โกงเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ใช้ตำแหน่งหาประโดยชน์ ถอนทุน หากำไรเอาเปรียบประเทศชาติ เอาเปรียบประเทศชาติ

ส่วนประเด็นที่กำลังเป็นที่สนใจว่า ตนเองเเละพรรคฯ สนับสนุนให้พลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีนั่น ความจริง ม.ร.ว.จัตุมงคล เคยพูดถึงมาก่อนหน้าบนเวทีอย่างชัดเจน เเต่ไม่ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนเป็นข่าวใหญ่ เเละเพิ่งมาให้ความสำคัญหลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงจุดยืนว่า ไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ตนเองจึงได้กล่าวบนเวทีปราศรัยที่ จ. พังงาเมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา

ผมจึงต้องขึ้นเวทีอธิบาย ว่า จุดยืนของคุณอภิสิทธิ์ ต่างจากจุดยืนของเราพรรครวมพลังประชาชาติไทย
วันนี้นายทักษิณ อยากกลับบ้าน และพยายามใช้เลห์เหลี่ยมทุกวิถีทาง เริ่มจากวิธีการแตกแบงค์พันเป็นแบงค์ร้อย ซึ่งนายทักษิณรู้ดีว่าถ้าสมัครทั่วประเทศในนามพรรคเพื่อไทยฯ จะไม่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากประชาชนทราบดีว่าพรรคนี้ทำอะไรไว้บ้าง และจะไม่มีวันลืม ทั้งนโยบายโกงรับจำนำข้าว ซึ่งทำให้เสียหายไปกว่า 5 แสนล้านบาท ไม่มีทางที่จะลงคะแนนเสียงให้ จึงแตกพรรคเป็นหลายๆพรรค เปรียบเสมือนสินค้าโรงงานเดิม แต่เปลี่ยนกล่อง เปลี่ยนสี ถ้าประชาชนหลงไปซื้อสินค้าเหล่านั้น กำไรก็จะเข้าเถ้าแก่ที่ชื่อทักษิณทั้งหมด นี่คือเล่ห์เหลี่ยมทางการเมืองของเขา

Advertisement

ส่วนเรื่องของพรรคประชาธิปัตย์ ตนเองอยู่มา 37 ปี อยู่จนเหมือนบ้าน ทำงานเต็มที่ ทำทุกอย่าง เป็นทั้งผู้จัดการรัฐบาล กระทั่งทำให้นายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี แต่วันนี้รู้สึกสลดใจ แสดงว่านายอภิสิทธิ์ พร้อมที่จะจับมือกับฝ่ายนายทักษิณ คำที่นายอภิสิทธิ์พูดว่า จะไม่สนับสนุนให้พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีสืบทอดอำนาจต่อไปนั้น เป็นคำเดียวกับที่ฝ่ายนายทักษิณพูดเลย จึงถามว่าที่พูดเช่นนี้แสดงว่าไม่เอาพล.อ.ประยุทธ์ แล้วจะเอากับใคร หรือจะไปกับนายทักษิณ ถ้าเป็นเช่นนั้น เราไม่ยอม เราจึงออกมาพูด