ผอ.สถาบันวิเคราะห์การเมืองฯ เถียงขาดใจ เชื่อ ‘เพื่อไทยแลนด์สไลด์ไม่เกิด’ คนไทยมีแค่ 2 ทางเลือก ‘รักลุงตู่-ดูแลลุงป้อม’
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 มีนาคม ที่ชั้น G บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) มีการจัดเวทีวิชาการ “วิเคราะห์เลือกตั้ง 2566 จากฐานคะแนนและการแบ่งเขตเลือกตั้ง” ซึ่งนับเป็นเวทีที่ 2 ในแคมเปญ “มติชน เลือกตั้ง 66 บทใหม่ประเทศไทย” โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการเมือง การเลือกตั้ง ตลอดจนอดีตรัฐมนตรี มาร่วมวิเคราะห์แนวโน้มของผลการเลือกตั้งปี 2566 ภายใต้กติกาการเลือกตั้งของ กกต.ที่เปลี่ยนไปจากการเลือกตั้งปี 2562 ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นภายเดือนพฤษภาคมนี้
จากประชากรกว่า 66 ล้านคน การเลือกตั้งปี 2566 มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 52 ล้านคน โดยครั้งนี้กฎเกณฑ์เปลี่ยนไปทั้งในแง่ ‘รูปแบบ’ จากบัตร 1 ใบ เป็นบัตร 2 ใบ (สีชมพู แบบแบ่งเขต, สีเขียว แบบบัญชีรายชื่อ) ที่อาจสร้างความสับสนจากเบอร์ผู้สมัครและเบอร์พรรคที่ต่างกัน และเปลี่ยนไปในแง่ ‘จำนวน’ ที่มีการขีดเส้น ‘แบ่งเขตใหม่’ โดย ส.ส.แบบแบ่งเขต จากเดิม 350 คน เพิ่มเป็น 400 คน และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จาก 150 คน เปลี่ยนเป็น 100 คน ทั้งนี้ ยังสามารถลงทะเบียนออนไลน์ เพื่อขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าได้ทั้งนอกเขตและในเขต ซึ่งตามปกติ กกต.จะจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า 1 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งจริง

บรรยากาศ เวลา 10.10 น. รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย ร่วมเสวนาในหัวข้อ” บทวิเคราะห์เลือกตั้ง 2566 จากการแบ่งเขต 400 เขต” ดำเนินรายการโดย เอกภัทร์ เชิดธรรมธร โดยเริ่มจากการกล่าวถึงคอนเซ็ปต์ที่ตนใช้ในการวิเคราะห์ผลคะแนน ซึ่ง รศ.ดร.ธนพรระบุว่า จาก 1.ความพยายามของมนุษย์ที่อยากรู้อนาคตนั้นมีมาก่อนแล้ว โคลัมบัส อยากรู้ว่าโลกกลมหรือไม่ จึงเดินเรือรอบโลก เรามีความแบบนี้กันมาก่อน
ยุคที่ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกฯ เมื่อมีการรัฐประหาร ก็มีการจัดคาดการเลือกตั้ง จับรัฐบาลกันหน้าจอทีวี โดยคุณสุทธิชัย หยุ่น นำมาถึงพัฒนาการความอยากรู้ ‘จะเลือกตั้งแล้ว ใครจะมา’ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่คนอยากรู้อนาคต จึงนิยมไปดูหมอ ประเด็นคือการอยากรู้แบบนี้อยู่ในกระบวนการที่ต้อง 1.ไปถามกูรู ซึ่งอยู่ในวงการมานาน แต่มนุษย์มีรัก ชอบ อคติ ลำเอียง เราจะทำลายข้อจำกัดนี้อย่างไร ?
” ‘ทำโพลสิครับ’ ไปเก็บตัวอย่าง ดูดีกว่าใช้ประสบการณ์ตอบ รู้ว่าควรถามใคร รู้วิธีได้มาซึ่งคำตอบ แต่อย่างว่าเงินมีน้อย แจกแบบสอบถาม ใช้งบตั้ง 51 ล้านก็ยังไม่ได้ ยังไม่รวมเวลาประมวลผลที่มีข้อจำกัด” รศ.ดร.ธนพรกล่าว

รศ.ดร.ธนพรกล่าวต่อว่า ดังนั้นส่งที่ตนกำลังจะทำให้เห็น คือ 1.ใช้ข้อมูล Secondary data ที่จัดเก็บอย่างเป็นระบบ เช่น เอาข้อมูลราคาข้าวในอดีต มาคาดการณ์อนาคต ลองคิดดูว่า ข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งจากปี 2531 หายากมาก ตอนนี้กดเข้าไปในอินเตอร์เน็ตก็เจอ ถ้าฐานข้อมูลมีครบอย่างนี้ เรามีของ ซึ่งเป็นของแท้ที่ผ่านกระบวนการ เป็นพฤติกรรมคนที่ลงคะแนนจริงๆ
2.ข้อมูลแบบนี้จะถูกหักอคติออก เพราะ ‘ไม่ใช่เรื่องของผม’ เป็นเรื่องของคนไทย 70 ล้านคน จากเมื่อ 4 ปีที่แล้ว นี่คือตัวเลขที่ใช้วิเคราะห์จริง ไม่ใช่ความเห็นส่วนตัว โดยเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์ไม่ได้ซับซ้อน ใช้โปรแกรมคอมพิเตอร์ธรรมดา ใส่ ‘ตัวแปร’ เพื่อลดอคติให้มากที่สุด ใส่แค่ 2 ตัวแปรก็พอ คือ 1.ตัวแปรผลการเลือกตั้ง ใส่ลงไปถึงระดับตำบล ซึ่งเรามีทีมงานไปตามล่าข้อมูลที่แฝงอยู่ในเว็บไซต์ต่างๆ และใส่ตัวแปรที่ 2 คือเขตเลือกตั้งที่แบ่งใหม่ ก็จะได้ผลออกมา นี่คือหลักการ
เมื่อพิธีกรถามว่า การแบ่งเขตที่ต่างออกไปจากปี 2562 จะส่งผลอย่างไร ?
รศ.ดร.ธนพรกล่าวว่า ถ้าไม่มีผล กกต.ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี วันนี้จะร้องเจี๊ยวจ๊าวแบบนี้หรือ
“มีแต่คนบอกว่าแบ่งไม่เป็นธรรม บางคนก็อ้อมแอ้มบอก บางคนก็จริงจัง บางคนก็กลัวเสียฟอร์ม แต่เอาเป็นว่าถ้าไม่มีผล จะออกมาพูดทำไม วันนี้ไปร้องศาลปกครองเมื่อเช้า ถ้าเกิดศาลปกครองสั่งระงับจะทำอย่างไร มันจึงมันมีผลไง ผมจะบอกว่าในการแบ่งเขตครั้งนี้ 350 เป็น 400 มันมีผล ผมมีกรอบในการวิเคราะห์ว่า พอทำตามวิธีที่บอกผลที่ออกมา ‘สวัสดีกับพรรคเพื่อไทย แลนด์สไลด์ไม่เกิด’ ขั้วลุงตู่ยังได้ไปต่อ 264 เสียง พลังประชารัฐ ได้ 142 ภูมิใจไทย 59 ประชาธิปัตย์ 48 ชาติไทยพัฒนา 9 รวมพลังประชาชาติไทย 2 เศรษฐกิจใหม่ 2 ชาติพัฒนา 1 พลังท้องถิ่นไท 1 รวม 264 การย้ายพรรค เกิดในขั้วเดียวกันเกิน 95% มีย้ายข้ามขั้วกรณีเดียวคือ ‘สามมิตร’ ย้ายจากพลังประชารัฐ ไปเพื่อไทย แต่ที่เหลือขั้วเดียวกันหมด” รศ.ดร.ธนพรกล่าว

รศ.ดร.ธนพรกล่าวต่อว่า ประเด็นที่ 2 ขั้วฝ้ายค้านเดิม พอแบ่งเป็น 400 เขต เอาคะแนนปี 2562 เป็นตัวตั้ง ก็ยังคงเป็นฝ่ายค้านต่อไป เพื่อไทย 174 อนาคตใหม 48 ประชาชาติ 9 เสรีรวมไทย 3 เพื่อชาติ 2
“ในผลคะแนนที่ออกมา เรามักจะบอกว่าวันนี้เมืองไทยยังอยู่ในกรอบความคิด ‘เอาตู่ หรือไม่เอาตู่’ ตู่ไปต่อหรือจะเฉดหัว ในกรอบความคิดนี้จึงมี 3 ซีนาริโอ คือ 1.เพื่อไทยแลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน ปิดสวิตช์ ส.ว. 376 เสียง ซึ่งจากผลการวิเคราะห์ตัวแปรทั้ง 2 ของผม ปิดสวิตช์ไม่สำเร็จ”
“อันที่ 2 ลุงป้อมพยายามเดินหน้าอยู่ ปรองดอง ก้าวข้ามความขัดแย้ง เอาพลังประชารัฐ มาบวกกับเพื่อไทย เป็น 2 แกนนำหลักก่อน ก็ยังไม่เกิดขึ้น เพราะ 142 + 174 ได้ 316
ใครบอกลุงป้อมมี ส.ส.ในมือ 100 ผมกล้าเถียงขาดใจ มีตัวชี้วัดใครติดตามการเลือกองค์กรอิสระหนึ่ง ซึ่งวันนี้เข้าทำงานแล้ว คือ กสทช. คะแนนออกมา 197 ต่อ 53 ฟันธงว่า ส.ว.ลุงป้อม มี 53 ไม่เกินนี้ เพราะผมทราบดีว่าในการโหวตวันนั้นเกิดอะไรขึ้น 53 ไปบวกกับ 316 ยังไงก็ไม่ถึง 376 ไปไม่ได้ ดังนั้นในความเป็นจริง 142 ณ วันนี้ก็ไม่ใช่ของลุงป้อมหมด อาจจะหารครึ่งกับ ลุงตู่ รวมไทยสร้างชาติก็ได้ ฉะนั้นซีนาริโอ ที่ 2 ‘ไม่เอาตู่’ ปิดไปอีกหนึ่ง
ซีนาริโอที่ 3 ลุงตู่ไปต่อ หรือลุงป้อมเป็นนายกฯ วันนี้จากข้อมูลที่เราวิเคราะห์ เห็นด้วยไม่เห็นด้วย ชอบไม่ชอบ เอาไว้ในใจ แต่ตัวเลขปี 2562 ซึ่งนำมาใส่เป็นตัวแปรแบ่งเขตในปี 2566 แล้วนำวิธีคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ในปี 2566 มาคำนวณคะแนนเสียงที่ได้” วันนี้คนไทยมีทางเลือกแค่ 2 ทาง 1. ท่านจะรักลุงตู่ หรือท่านจะดูแลลุงป้อม มีเท่านี้”

เมื่อวานนี้ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ก็เพิ่งไปออกรายการ ก็บอกแล้วว่า จับมือกับพลังประชารัฐ 2+2 ยอมพี่เป็นก่อน 2 ปี แล้วผมต่อก็ได้ นี่คือไฮไลต์แรก” รศ.ดร.ธนพรกล่าว
โดย รศ.ดร.ธนพร ชี้ให้เห็นถึงถวามเปลี่ยนแปลงของจำนวน ส.ส. จากการแบ่งเขตใหม่ ทำให้ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านหายไปประมาณ 10 ที่นั่ง จาก 246 เหลือ 236 ที่นั่ง ส่วนพรรครัฐบาล ได้ ส.ส.เพิ่ม 10 ที่นั่ง
รศ.ดร.ธนพรยังเชื่อว่า เวลานี้ยังคงอยู่ระหว่างการสู้ 2 ขั้ว คือ เอาหรือไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ หัวเสรีประชาธิปไตย หรืออนุรักษนิยม ก่อนอธิบายภาพรวมการคำนวณ ตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, ภาคตะวันออก, ภาคใต้ และ กทม. ว่าพรรคใดมีโอกาสได้ที่นั่งจำนวนเท่าไหร่

