‘ประเดิมชัย’ ตัวตึง ภท.ได้เบอร์ชัชชาติ เดินหน้าไม่หวั่นปมย้ายพรรค วางแผน ‘ลงห้วยขวางทุกวัน’

3.04.23 | 14:46 น.

‘ประเดิมชัย’ ตัวตึง ภท.ได้เบอร์ชัชชาติ เดินหน้าไม่หวั่นปมย้ายพรรค วางแผน ‘ลงห้วยขวางทุกวัน’

‘ประเดิมชัย’ ยิ้มรับ ได้เบอร์เดียวกับชัชชาติ ยันประสบการณ์แน่น ไม่หวั่นกระแสย้ายพรรค เดินหน้าอย่างเดียว วางแผนแล้ว ‘ลงพื้นที่ทุกวัน’ 6 โมงครึ่งถึง 1 ทุ่ม

เมื่อวันที่ 3 เมษายน ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) เขตดินแดง ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 3-7 เมษายนนี้

โดยเวลา 07.00 น. บรรยากาศวันแรก มีผู้สมัครหัวหน้าพรรค แกนนำพรรคและกองเชียร์ผู้สมัคร ส.ส. มาร่วมให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก โดยจอดรถที่มีป้ายหาเสียงริมถนน รอนำตัวเลขมาติดที่ช่องว่าง หลังจากทราบหมายเลขผู้สมัคร

Advertisement

ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ หรือบี ผอ.เลือกตั้งกรุงเทพมหานคร พรรคภูมิใจไทย และอดีต รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นำทีมผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต กทม. จำนวน 33 คน ขึ้นรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหาเสียง เคลื่อนออกจากพรรคภูมิใจไทย มาถึงหน้าอาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) เขตดินแดง ก่อนให้สัมภาษณ์ว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคภูมิใจไทยพร้อมมาก

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ เขต 5 ห้วยขวาง วังทองหลาง พรรคภูมิใจไทย ซึ่งย้ายมาจากพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์หลังจับได้หมายเลข 8 โดยกล่าวถึงกระแสโจมตีพรรคว่า เชื่อว่าประชาชนไม่ได้เชื่อทันที แต่จะพิจารณาสิ่งที่ได้รับรู้ว่าจริงหรือไม่

“ใช่ว่าประชาชนพูดแล้วจะเชื่อ หรือพูดแล้วจะฟัง เขาฟังและนำกลับไปคิดว่าจริงหรือไม่จริง”

เมื่อถามว่า การย้ายพรรคมีผลกับฐานเสียงในพื้นที่มากน้อยแค่ไหน?

นายประเดิมชัยกล่าวว่า แน่นอนว่า ในช่วงแรกๆ อาจจะมีผล

“แต่จากการที่ผมได้ลงพื้นที่และทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ถึงจุดที่นำไปสู่การเปลี่ยนพรรคของผม เพราะผมต้องการจะมาทำประโยชน์อะไรให้กับคนกรุงเทพมหานคร

“ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานครมา 5 สมัย 20 ปี ซึ่งก็เก็บเกี่ยวเอาประสบการณ์ความเดือดร้อน ความต้องการของคนกรุงเทพมหานครรวมทั้งในพื้นที่ที่ผมลงสมัครรับเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นเขตห้วยขวาง หรือเขตวังทองหลาง ยังมีปัญหาที่จะต้องได้รับการแก้ไขโดยเฉพาะในเรื่องของสถานพยาบาล ที่พี่น้องประชาชนเรียกร้องค่อนข้างมาก” นายประเดิมชัยกล่าว

นายประเดิมชัยกล่าวต่อว่า ตอนนี้คนห้วยขวาง คนวังทองหลาง คนบางกะปิ คนจตุจักร คนลาดพร้าว ไม่มีโรงพยาบาล

“5 เขตตรงนี้ไม่มีโรงพยาบาลใกล้เคียง จะต้องเดินทางไปรักษาตัวไกล ตรงนี้ผมก็นำมาเป็นนโยบายในการที่จะผลักดัน เพื่อขับเคลื่อนให้มีสถานพยาบาลรองรับดูแลคน 5 เขตการปกครองนี้” นายประเดิมชัยกล่าว

เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยค่อนข้างคาดหวังกับเขตของคุณประเดิมชัยอย่างมาก รู้สึกกดดันหรือไม่? นายประเดิมชัยเผยว่า ไม่รู้สึกกดดันแต่อย่างใด

“ไม่มีเลย เพราะผมคิดว่าผมลงสมัครมาตั้งแต่ปี 2533 จนกระทั่งถึงปี 2557 ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น ลง ส.ข.ปี 2533 ลง ส.ก.ปี 2537-2557 ก็เปลี่ยนพรรคมาแล้วอย่างน้อย 4 พรรค

แต่การเปลี่ยนพรรคเปลี่ยนค่าย ผมคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะผมยึดถือเอาความเดือดร้อน เอาประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง สิ่งใดที่ผมสามารถไปยืนอยู่และสามารถจะทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนได้ ผมก็เลือกที่จะไปอยู่” นายประเดิมชัยระบุ

เมื่อถามว่า คิดว่าการเลือกตั้งรอบนี้ คนกรุงเทพฯจะเลือกจากกระแสพรรค หรือบุคคล นายประเดิมชัยกล่าวว่า ณ ขณะนี้ ผมคิดว่าทุกพรรคต่างก็นำเสนอนโยบาย

“ถามว่าวันนี้คนกรุงเทพฯตัดสินใจ ในการที่จะะเลือกใครหรือยัง ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ยังไม่ได้ตัดสินใจ ยังรอที่จะศึกษา ทั้งคุณสมบัติของผู้สมัครรวมทั้งนโยบายของแต่ละพรรค ที่จะสามารถนำไปแก้ไขปัญหาหรือตรงกับความต้องการที่เขาอยากจะได้ ฉะนั้น วันนี้ผมยังไม่เชื่อว่าคนกรุงเทพฯตัดสินใจ”

“ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เราผ่านเวทีพวกนี้มามาก เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว เราเดินหน้าอย่างเดียว ผมวางแผนไว้แล้ว 6 โมงครึ่งทุกวัน ต้องออกไปพบประชาชน จนกระทั่งถึง 1 ทุ่ม”

เมื่อถามว่า ถ้าได้รับเลือกในรอบนี้ สิ่งแรกที่จะทำคืออะไร นายประเดิมชัยเผยว่า สิ่งแรกที่จะทำ คือไปเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ให้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญขึ้นมา พิจารณาในเรื่องของข้อมูลต่างๆ โดยเฉพาะประเด็นสถานพยาบาลที่จะรองรับให้บริการประชาชนคนกรุงเทพฯ รวมทั้งประชากรในพื้นที่และประชากรแขวง

“1 วันตกประมาณ 10 ล้านคน ฉะนั้นสถานพยาบาล บางคนต้องยอมรับว่าไม่สามารถที่จะเข้าโรงพยาบาลเอกชนได้เพราะค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ฉะนั้น รัฐมีหน้าที่ในการที่จะต้องดูแล โดยเฉพาะในเรื่องของสุขภาพ” นายประเดิมชัยกล่าว

พร้อมกล่าวกับทีมงานด้วยว่า ได้เบอร์ 8 เบอร์ชัชชาติ