‘บิ๊กตู่’ ลั่นกลางเวทีอย่าให้ใครมาเหยียบย่ำ-ทำลาย 3 แกนหลักปท.ไทย ปลุกรักประเทศ- รักชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์ บอกกรุงเทพฯเป็นดินแดนสวรรค์ อย่าทำให้เป็นนรก ย้ำไม่เคยรังเกียจใคร ถ้าไม่ชอบก็หางบดูแลให้ เพราะเป็นคนไทย จ่อจัดปราศรัยเวทีใหญ่ 12 ที่ เวทีปิดท้ายก่อนเลือกตั้ง 12 พ.ค.นี้
จากนั้นเวลา 18.38 น.พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวปราศรัยบนเวที โดยใช้เวลาเกือบ 40 นาที ซึ่งส่วนใหญ่ได้หยิบยกผลงานของรัฐบาลที่ทำผ่านมา โดยย้ำว่าเป็นผลงานของตนเองที่ทำมา ทั้งการแก้ปัญหาโควิด 19 โครงการก่อสร้างพื้นฐาน ถนนหนทาง การท่องเที่ยว และการสร้างความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ อย่างประเทศซาอุดีอาระเบีย พร้อมยืนยันว่า เงินบาทยังแข็งค่าอยู่ พร้อมขอให้ทุกคนมองไปที่อนาคต และต้องได้ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ และจะทำให้ดีที่สุด
โดยกล่าวว่า ต้องขอบคุณที่ทุกคนเสียสละเวลามานั่งตรงนี้ เพื่อมาคุยกับตนจริงๆแล้วตนชอบคุยกับคน ไม่ได้อยากมีอารมณ์เสียอะไรทั้งวันไม่ใช่ วันนี้ดีใจที่ได้มาเจอพ่อแม่พี่น้องชาวกรุงเทพฯแม้จะมาไม่ครบก็ตาม อาหารไทยเขาบอกว่าอร่อยแต่เผ็ด คนไทยเป็นคนเผ็ดร้อน ใครมาเหยียบย่ำใครมาทำลายไม่ได้ เหมือนที่เรารักประเทศของเรา รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์เราจะต้องเป็นคนที่เผ็ดร้อน ในการที่จะป้องกันแกนหลักของประเทศไทยไว้ให้ได้ทั้ง 3 แกน
และจากวันนั้นมาถึงวันนี้คนเข้ามาในประเทศอีก 10 ล้านคนแล้วรายได้เพิ่มขึ้น ทุกประเทศเขาเลือกผู้นำจากตรงไหน เขาเลือกจากผู้นำที่ให้ความสำคัญประเด็นความมั่นคง ถ้าประเทศชาติไม่มั่นคงแล้ว มันจะมั่งคั่งได้อย่างไร ใครจะกล้ามาลงทุน ไม่มี แต่นี่คนเดิม ถ้าบ้านเรายังเละๆทะเลาะเบาะแว้งกัน ฉะนั้นเราต้องการผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ มองอนาคต อนาคตคืออะไร อนาคตมีลุงตู่ อยู่ด้วย จะทำตรงนี้ให้ดีที่สุด เบอร์อะไร 22 ใช่ไหม เป็นทหารมา 30 กว่าปีไม่เคยมีความสุขเท่าวันนี้
ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งความสงบสุข แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ แผ่นดินนี้เป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์จำคำพูดของตนไว้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า กรุงเทพฯ เป็นดินแดนแห่งสวรรค์ อย่าทำให้สวรรค์เป็นนรกก็แล้วกัน เราต้องไม่ให้ใครทำแบบนั้นใช่ไหม นี่คือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของท่าน พ่อแม่บรรพบุรุษพระมหากษัตริย์วันนั้นมาถึงวันนี้กี่ร้อยปีแล้ว เราเพียงแค่เสี้ยวหนึ่งที่ได้ทำ ฉะนั้น ขอให้เชื่อมั่นพรรครทสช.ว่าจะทำงานอย่างเต็มที่ วันนี้ตนมาในฐานะนักการเมืองอย่างไรก็ตาม การทำงานการเมืองพรรครทสช.ทำงานการเมือง เพื่อบ้าน เพื่อเมือง เพื่อคน 70 ล้านคน นั่นคือพรรคการเมืองทุกพรรคต้องทำแบบนี้ จะเลือกไม่เลือก ก็ต้องทำให้เขา จะมาบอกว่าไม่เลือกแล้วไม่ทำได้หรือไม่ได้ นี่คือสัญญาใจ ตนไม่เคยรังเกียจ ถ้าไม่ชอบตน เกลียดตน ตนก็ไปเยี่ยมไปหา งบประมาณก็เอาไปให้ เพราะประชาชนเป็นคนได้ประโยชน์ เราไม่ได้ทำเพื่อใคร แต่เราทำเพื่อคนไทย
“วันนี้คนรอดูว่าเงินจะเข้าทางโทรศัพท์เมื่อไหร่ โอนแทบไม่ทัน แต่เรากำลังหาเติมให้ รอหน่อยแล้วกัน ส่วนสกุลเงินอะไรที่พูดกันนั้นทำได้ไม่ได้ก็แล้วแต่ แต่เราก็อยู่ด้วยกันมาหลายปี 8 ปี ต้องเห็นว่าอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง วันนี้มีอย่างเดียวขอพวกเรารักกันมากๆรักสามัคคี มีพลังชาติใด ไร้รักสมัครสมานจะทำ การงานสิ่งใดก็ไร้ผล จะพาประเทศย่อยยับอับจนประชาชนจะสุขอยู่อย่างไร จำไว้
นี่คือคำสัญญาจากรวมไทยสร้างชาติ บัตรกี่ใบ เบอร์อะไร ส.สเขตมีหลายเบอร์มี 2 ใบส.ส.เขตต้องเลือกตามเบอร์ส.ส.เขต ส่วนปาร์ตี้ลิสต์ต้องเบอร์ 22 เท่านั้น จำหน้าไอ้คนนี้ไว้ให้ได้ ไม่ลืมกัน แต่ไม่ต้องฝันถึง ผมเขียนมาทั้งหมด แต่พอเจอพวกเราก็พูดไม่หมด แต่อยากให้ทุกคนมีอารมณ์ร่วมด้วยไม่ใช่มานั่งฟังแล้ว หน้าแหย่ๆ แต่นี่ไม่มีคนกลับบ้านเลย ยอดเยี่ยมมีใครไปกั้นประตูไว้หรือเปล่าก็ไม่มีผมสั่งแล้วอย่าทำแบบนั้นเด็ดขาด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้เปิดเผยถึงกำหนดการปราศรัยในพื้นที่ต่างๆ หลังจากเสร็จสิ้นเวทีเปิดปราศรัยใหญ่ครั้งแรกที่สวนเบญจกิติ ที่กรุงเทพฯ แล้ว พรรค รทสช. จะจัดเวทีปราศรัยใหญ่อีก 12 เวทีด้วยกัน โดยเป็นพื้นที่ต่างจังหวัด และจะมีเวทีปราศรัยใหญ่ปิดท้ายก่อนการเลือกตั้งที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้

