‘อ.เจษฎ์’ วิเคราะห์สูตร เพื่อไทย แกนนำจัดตั้งรัฐบาล ไม่สน ก้าวไกล พรรคคู่แข่ง

‘อ.เจษฎ์’ วิเคราะห์สูตร เพื่อไทย แกนนำจัดตั้งรัฐบาล ไม่สน ก้าวไกล พรรคคู่แข่ง

รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก นักวิชาการด้านกฎหมาย วิเคราะห์ภาพรวม หลังปิดหีบเลือกตั้ง เวลา 17.00 น. ทางรายการเกาะติดขอบสนามเลือกตั้ง ทางช่อง 7 ว่า ภาพรวมการเลือกตั้ง 33 เขตในกรุงเทพฯ มหานคร อาจจะยังไม่สามารถบอกถึงความได้เปรียบเสียเปรียบภาพรวมได้ เพราะภาพกว้างยังมีพื้นที่ที่มีส.ส.จำนวนมากอยู่ ทั้งภาคเหนือ อีสาน หากใครชิงพื้นที่เหล่านั้นได้ จะได้เปรียบ เพียงแต่กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวง มีนัยทางการเมืองของสองขั้น ที่จะสามารถชี้ทิศทางอนาคตประเทศไทยได้ จากผลโพลที่ออกมา 3-4 โพล ค่อนข้างสอดคล้องกัน

เริ่มจากกรุงเทพฯ 33 เขต นิด้าโพล ให้ 32 เขตก้าวไกล เพื่อไทย 1 เขต ตัวเลขนี้เทียบกับตัวเลขทั้งประเทศ เป็นตัวเลขที่แปลกและสูงเกินไป เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเลือกตั้งผู้ว่ากทม. ซึ่งได้ผู้ว่าฯ ที่เป็นตัวแทนจากเพื่อไทย หากก้าวไกลได้ตัวเลขส.ส.ในกรุงเทพฯ สูงขนาดนั้นค่อนข้างเขย่าความรู้สึก อย่างมีนัยยะสำคัญ ว่าคนกทม.กำลังคิดอะไรอยู่

ทั้งนี้เมื่อวิเคราะห์ เป็นพื้นที่ เขตในเมืองและนอกเมือง โดยเฉพาะเขตเมืองที่มีมหาวิทยาลัย การที่ก้าวไกลจะได้คะแนนนำก็มีความเป็นไปได้ และกรุงเทพฯ ก็เป็นเมืองหลวง ที่มีมหาวิทยาลัยจำนวนมาก ดังนั้นผลโพลที่ออกมาก็มีความเป็นไปได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ภาพรวมจะได้ที่นั่งมาก เพราะก็ต้องไปดูในต่างจังหวัด ซึ่ง การนับคะแนน ก็ต้องดูทั้งในเมือง นอกเมือง ซึ่งแม้คะแนนในเขตเมืองจะนำ แต่ถ้าไปรอบนอกที่ไม่ใช่ตัวเมืองคะแนนอาจจะเปลี่ยน

Advertisement

รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวว่า สำหรับสูตรจัดตั้งรัฐบาล ตามทำเนียมระบบรัฐสภา พรรคเสียงข้างมาก จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งขณะนี้ ถ้าพรรคที่มาอันดับ1 คือ เพื่อไทย อันดับ 2 คือ ก้าวไกล ถ้าจะจับมือกันตั้งรัฐบาล ก้าวไกลก็แค่ ยืนยันคำเดิม คือ พร้อมจับขั้วกับพรรคฝ่ายค้านเดิม และถ้าดูจากส.ส.ที่ได้ คือ 100 กว่าที่นั่ง ก็ไม่แตกต่างกับการเลือกตั้งปี 2562 ซึ่งได้ที่ 80 ที่นั่ง

แล้วถ้า เพื่อไทย รวมกับก้าวไกล แล้วยังไม่ถึง 300 ที่นั่ง โอกาสจะโหวตได้นายกฯ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะยังมีส.ว. แต่คิดว่า เพื่อไทยจะไม่จับมือกับก้าวไกล ยังมีสูตร เพื่อไทย ไปจับมือกับพรรคอื่น รวมให้ได้มากกว่า 375 เสียง สามารถโหวตนายกฯ โดยไม่ต้องอาศัยเสียงส.ว. และก็ไม่ต้องสนใจก้าวไกลแล้ว เพราะถือเป็นพรรคคู่แข่งที่จะมาแย่งชิงผลงาน ดังนั้นคิดว่า เพื่อไทยน่าจะไปจับมือกับพรรคดอื่นเพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image