นักวิชาการ วอน ‘ปชป.’ ให้บทเรียน ส.ว. รวมพลังส.ส.ช่วยตั้งรัฐบาลใหม่ ชี้หากพลาดประกาศจุดยืนครั้งนี้ ระวังพรรคอาจตกต่ำไม่มีทางฟื้น
เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยกับ มติชนออนไลน์ ว่า ขณะนี้การเมืองบ้านเรายึดโยงกับคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง และต้องการให้การศึกษาดีขึ้น คนเหล่านี้จึงเทเสียงให้กับพรรคการเมืองที่มีคนรุ่นใหม่และรักประชาธิปไตย เข้ามาบริหารประเทศ แต่กลับถูกขัดขวางด้วยกลุ่ม ส.ว. ที่ไม่ฟังเสียงประชาชน เพราะพวกเขาเหล่านี้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่คนกลุ่มนี้กลายเป็นส่วนตัดสินที่จะทำให้เกิดรัฐบาลใหม่ขึ้นมา ซึ่งตนขอวิงวอนพรรคประชาธิปปัตย์ (ปชป.) ซึ่งเป็นพรรคที่ได้ ส.ส.มาจากการเลือกตั้ง กล้าตัดสินใจและรับฟังเสียงประชาชนโดยช่วยจัดตั้งรัฐบาลใหม่ให้เสร็จโดยเร็ว
นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาจะเห็นว่า พรรค ปชป.จะพูดตลอดว่าจะสร้างพรรคการเมืองใหม่ สร้างมติใหม่ สร้างการศึกษาของประเทศใหม่ ตนซึ่งถูกทางพรรคทาบทามให้เข้ามาช้วยทำงานไม่รู้กี่สมัย มองว่า พรรค ปชป.ควรจะใช้จังหวะนี้เป็นจังหวะของการกลับมา Rebuild และ Reborn พรรคของตนใหม่ โดยประกาศตัวใช้ชัดเจนว่า ขณะนี้ประเทศมันมีความผิดปกติทางการเมืองอยู่ คือ กลุ่มคนที่ไม่ได้ลงเลือกตั้งกลับมาขัดขวางการจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้น ส.ส. หรือกลุ่มคนที่มาจากการเลือกตั้งด้วยกัน โดยไม่ต้องมองว่าตนจะเป็นฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน แต่ควรจะรวมพลังให้บทเรียนครั้งสำคัญของ ส.ว. 250 คน ซึ่งตนเชื่อว่า ถ้าให้บทเรียนกับ ส.ว.ได้ จะกลายประวัติศาสตร์สำคัญที่จะถูกระบุเข้าไปในการศึกษาของประเทศ
นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ถ้า พรรคปชป. อยากจะฟื้นฟูระบบประชาธิปไตย อยากจะฟื้นฟูระบบการศึกษาใหม่ กับคนรุ่นใหม่ จะต้องเลือกและช่วยพรรคที่มาจากเสียงของประชาชนจัดตั้งรัฐบาลได้แล้ว แม้ พรรคปชป. จะเป็นฝ่ายค้าน แต่ตนเชื่อว่าพรรคจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านได้ดี ถ้าพรรคปชป. ยังไม่ใช้จังหวะและโอกาสนี้ในการเลือกข้าง หรือทำให้เกิดรัฐบาลใหม่ พรรคปชป.จะพลาดอีกครั้ง เหมือนกับที่เคยพลาดเข้าร่วมกับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ เมื่อปี 2562 ซึ่งตนถือเป็นจุดเสื่อมของพรรค ปชป.
“ดังนั้น ถ้ารู้ว่าอะไรเป็นจุดอ่อน จุดเสื่อมของพรรค จะต้องให้โอกาสนี้ประกาศจุดยืนไปเลยว่าจะเริ่มใหม่กับคนรุ่นใหม่ และผมขอให้พรรคการเมืองที่กำลังลังเล ต้องคิดว่าเราต้องช่วยคนที่มาจากเลือกตั้งโดยประชาชน ไม่ใช่เลือกช่วยคนที่มาจากเผด็จการ หรือมาจากการแต่งตั้ง มองว่าถ้าพรรค ปชป.ใช้พลังของตนปราบระบบประชาธิปไตยที่มาจาก ส.ว.ได้ จะเป็นก้าวย่างที่ทำให้พรรคปชป.กลับมาเป็นพรรคการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย และเป็นพรรคที่เก่าแก่ในประเทศไทยอีกครั้ง”นายสมพงษ์ กล่าว
นายสมพงษ์ กล่าวว่า ถ้าพรรคปชป. ไม่ใช่จังหวะการเลือกนายกรัฐมนตรี และการตั้งรัฐบาลประกาศจุดยืนของตน พรรคอาจจะตกต่ำ และฟื้นยากยิ่งขึ้นไปอีก ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปอาจจะได้คะแนนเสียงต่ำกว่า 25 แต่ถ้าพรรคปชป. เห็นความผิดปกติทางการเมือง และช่วยให้การจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ เชื่อว่าต่อไปพรรคปชป.ก็จะเห็นความผิดปกติของระบบการศึกษาชัดเจนมากยิ่งขึ้น และจะรู้ทำไมพรรคปชป. ที่มีรัฐมนตรีในกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) 7-8 คน ถึงพัฒนาการศึกษาไม่ดีเท่าที่ควร จะสามารถตัดสินใจถูกเรื่องของการศึกษาของประเทศต่อไปได้


