หน้าแรก การเมือง นครพนม 4 เขตร...

นครพนม 4 เขตระอุ ‘สหายแสง’ เปิดศึกล้ม ‘เพื่อไทย’

1.03.23 | 12:15 น.
‘นครพนม’4 เขตระอุ ‘สหายแสง’เปิดศึกล้ม‘เพื่อไทย’

‘นครพนม’4 เขตระอุ ‘สหายแสง’ เปิดศึกล้ม ‘เพื่อไทย’

สู้กันดุเดือดแน่นอน วัดบารมีพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กับพรรคเพื่อไทย (พท.) พื้นที่สนามเลือกตั้งนครพนม ถือเป็นอีกจังหวัดชายแดนอีสาน ที่น่าจับตามอง เพราะเป็นฐานที่มั่นของพรรค พท.มาทุกสมัย ชนะการเลือกตั้งทั้ง 4 เขต มาตลอดกาล ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย (ทรท.) พรรคพลังประชาชน (พปช.) จนถึงพรรค พท.

กระทั่งมีการปรับขั้วการเมืองใหม่ เมื่อปี 2552 หลังจาก สหายแสง นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือ
ครูแก้ว อดีต ส.ส.พรรค พปช.เขต 1 ยอมทิ้งคนเสื้อแดงหันไปร่วมอุดมการณ์ทางการเมือง กับ ‘ครูใหญ่เนวิน’ นายเนวิน ชิดชอบ สร้างพรรค ภท.หลังจากพรรค พปช.ถูกยุบพรรค เมื่อย้ายขั้วทำให้ ‘ครูแก้ว’ ต้องสอบตกในการเลือกตั้ง 2554 เมื่อถึงการเลือกตั้ง เมื่อปี 2562 ‘ครูแก้ว’ ที่พยายามจัดทัพสร้างฐานคะแนนนิยม ทางการเมือง ลงพื้นที่พบปะชาวบ้าน มาต่อเนื่องตลอดเวลา 7-8 ปี ทำให้สามารถคว้าเก้าอี้ ส.ส. เขต 1 นครพนม พรรค ภท.ได้สำเร็จ ฝ่ากระแสความนิยมพรรค พท. ด้วยคะแนนท่วมท้น กว่า 34,000 คะแนน ชนะ นายยุทธจักร เรืองวรบูรณ์ แชมป์เก่า มากกว่า 20,000 คะแนน

เขต 2 อ.เมือง อ.ท่าอุเทน และ อ.โพนสวรรค์ ยังเป็นแชมป์เก่า นางมนพร เจริญศรี พรรค พท. ชนะด้วยคะแนนท่วมท้น กว่า 22,000 คะแนน ต่อ ‘หลานสาวพ่อใหญ่จิ๋ว’ น.ส.ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ หรือ น้ำผึ้ง พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แพ้ห่างนับ 10,000 คะแนน

เขต 3 อ.เมืองนครพนมบางส่วน อ.ธาตุพนม และ อ.เรณูนคร นายไพจิต ศรีวรขาน พรรคพท.แชมป์ 11 สมัย ได้คะแนนกว่า 18,000 คะแนน เอาชนะคู่แข่ง คือ นพ.อลงกต มณีกาศ พรรค พปชร. ห่าง 2,000 คะแนน

Advertisement

และเขต 4 อ.นาแก อ.วังยาง อ.ปลาปาก และ อ.เมืองนครพนม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ พรรค พท. ชนะการเลือกตั้งเกินความคาดหมาย กว่า 24,000 คะแนน ทิ้งห่างคู่แข่งอย่าง นายชูกัน กุลวงษา พรรค พปชร. กว่า 10,000 คะแนน

มาถึงการเลือกตั้งช่วงพฤษภาคม 2566 พรรค พท.จะต้องเจอศึกหนักกว่าทุกครั้ง ทั้งการวางตัวผู้สมัครของพรรค ภท. รวมถึงกฎหมายการเลือกตั้งที่ให้มีการเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ เลือกพรรคและเลือกคน ที่อาจทำให้พรรค พท. เสียคะแนนนิยมส่วนตัวของผู้สมัคร หากไม่มีการวางตัวผู้สมัครที่มีฐานคะแนนนิยมที่เหนียวแน่น พื้นที่ จ.นครพนม จะแบ่งออกเป็น 12 อำเภอ รวม 4 เขตเลือกตั้ง มีประชากรทั้งหมด ประมาณ 7 แสนคน จากการเลือกตั้งที่ผ่านมาผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 5.6 แสนคน มีผู้มาใช้สิทธิ ประมาณร้อยละ 70 หรือประมาณ 3.8 แสนคน

‘ครูแก้ว’ ส.ส.นครพนม เขต 1 พรรค ภท. คีย์แมนนครพนมมีการปรับทัพใหม่ เพื่อช่วงชิงเก้าอี้ทั้ง 4 เขต ของ จ.นครพนม วางตัวผู้สมัครทุกเขต ชี้วัดอนาคตทางการเมืองของพรรค ภท. หากไม่สามารถล้มแลนด์สไลด์พรรค พท. ทั้ง 4 เขต โอกาสที่พรรค ภท. จะชิงความยิ่งใหญ่ในอนาคตคงยาก เพราะพ่ายการเลือกตั้งมาตลอด ไม่แตกต่างจากพรรค พปชร.

ยอมทิ้งฐานที่มั่นเขตเลือกตั้งที่ 1 อ.ศรีสงคราม อ.นาหว้า และ อ.บ้านแพง ส่งภรรยา คือ นางพูนสุข โพธิ์สุ อดีตข้าราชการครู อดีตรอง นายก อบจ.นครพนม ลงสู้ศึกแทน ชนกับ นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ อดีต ส.ส.นครพนม อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อชาติ ล่าสุด มาลงสมัคร ส.ส.เขต 1 พรรค พท.

เขต 2 ‘ครูแก้ว’ ย้ายสนามลงเขตนี้หวังล้มแชมป์เก่า คือ นางมนพร เจริญศรี ส.ส.พรรค พท.ให้ได้ แต่รอบนี้ก็ไม่อาจประมาทหรือมองข้าม ‘น้ำผึ้ง’ น.ส.ณัฐธ์ภัสส์ พรรค พปชร. ไปได้ ปัจจุบันเป็นผู้ช่วย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม ที่สำคัญถือเป็นอีกหนึ่งคนที่ ‘ลุงป้อม’ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. ให้การสนับสนุนเต็ม หมายมั่นปั้นมือที่จะชิงเก้าอี้เขต 2 คว้า ส.ส.ครั้งแรกให้ได้ ทำให้เขตนี้น่าจะสนุกที่สุดเลยก็ว่าได้

เขต 3 พรรค ภท. ดึง นพ.อลงกต มณีกาศ อดีตผู้สมัครพรรค พปชร. ย้ายมาเตรียมสมัคร ส.ส. เขต 3 หวังล้างตากับ นายไพจิต ศรีวรขาน พรรค พท. หลังคาใจแพ้การเลือกตั้งประมาณ 2,000 คะแนนเมื่อครั้งที่ผ่านมา

และเขต 4 พรรค ภท. ดึง นายชูกัน กุลวงษา อดีต ส.ส.พรรค พท. และอดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรค พปชร. ย้ายมาสังกัดลงสู้หวังล้มแชมป์ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.พรรค พท. ที่ย้ายไปสังกัด พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ส่วน พรรค พท.ส่ง นายณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ์ อดีต ผู้สมัคร นายก อบจ.นครพนมชิงชัยแทน นอกจากนี้ ยังมี นายสมชอบ นิติพจน์ อดีต นายก อบจ.นครพนม ทิ้งพรรค พท. เตรียมลงในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ทำให้เขตเลือกตั้งเขต นี้ต้องจับตามองเป็นพิเศษ เพราะถือว่าแต่ละพรรค มีผู้สมัครที่คะแนนนิยมสูสี

อย่างไรก็ตาม พรรค พท. ต้องเจอวิกฤตเสียงแตก หลังจากนำผู้สมัครหน้าใหม่เปิดตัว อาจต้องถูกหารคะแนนออกเป็นหลายส่วน โอกาสเสียเก้าอี้สูง

หากถามถึงที่มาของคะแนนนิยมแต่ละพรรค ต้องยอมรับว่า การเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ ทำให้ผู้สมัครที่มีคะแนนนิยมส่วนตัวได้เปรียบสูง ส่วนคะแนนนิยมพรรคภาพรวม จ.นครพนม มีฐานความนิยมมายาวนาน และเชื่อว่าจะได้คะแนนนิยมพรรคสูงกว่าทุกพรรค อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งรอบนี้ พรรค ภท.จะมีฐานคะแนนนิยมจากการเมืองท้องถิ่น เนื่องจากนายศุภชัย มีลูกสาว ‘นายกขวัญ’ น.ส.ศุภพานี โพธิ์สุ ที่ชนะการเลือกตั้งนายก อบจ.นครพนม เมื่อปี 2564 จะมีส่วนช่วยในฐานคะแนนให้พรรค ภท. ทั้ง 12 อำเภอ ขยับขึ้นมาอย่างแน่นอน

ขณะที่ พรรค พท. ถึงแม้จะมีคะแนนนิยมพรรคมายาวนาน หากผู้สมัครมีคะแนนนิยมส่วนตัวสูง และนโยบายเข้าถึงประชาชน ทำให้ยังคงกุมความได้เปรียบในนามพรรคฝ่ายประชาธิปไตย หากประชาชนสนับสนุนพรรคฝ่ายประชาธิปไตย ทำให้พรรค ภท. คงยากที่จะฝ่ากระแสเพราะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเผด็จการ แต่กว่าจะถึงวันกาบัตรอะไร ต้องยอมรับว่าการเมืองไทยอะไรก็เกิดขึ้นได้ ทำให้การเลือกตั้งสนามนครพนมสนุกและเดือดกว่าทุกครั้ง…