ยิปมัน 3 : ดูเอาแอ๊กชั่นก็มัน ดูเอาสาระก็คมคาย

คอลัมน์นี้ยังไม่เคยหยิบหนังจีนมาวิจารณ์เลย แต่ความดังของหนังยิปมันทำให้อดไม่ได้ที่จะพูดถึง ยิปมันเป็นปรมาจารย์มวยกังฟูแบบหย่งชุน ที่ต่อต้านกองทัพญี่ปุ่นซึ่งรุกรานจีนสมัยสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่สอง (Second Sino–Japanese War) และเป็นอาจารย์ของนักแสดงในตำนานอย่างบรูซ ลี ชีวประวัติของยิปมันถูกนำมาสร้างเป็นหนังถึงหกครั้ง ภาคที่โด่งดังและคนติดตามชมคือยิปมัน ที่แสดงโดยดอนนี่ เยน หรือเจิน จือตัน กำกับการแสดงโดยวิลสัน ยิป ซึ่งออกฉายครั้งแรกปี 2008

หนังเรื่องนี้ได้รับความชื่นชมว่าเป็นหนังแอ๊กชั่นยอดเยี่ยมของหนังศิลปะการป้องกันตัวจีน และได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของฮ่องกง ครั้งที่ 28 แถมด้วยรางวัลออกแบบฉากต่อสู้ยอดเยี่ยม ต่อมาได้มีการสร้างภาคต่อโดยใช้ดาราและผู้กำกับคนเดิม ออกฉายในปี 2010 และ 2016

หนังยิปมัน 3 สร้างหลังภาคสองถึงห้าปี ว่ากันว่าส่วนหนึ่งเป็นค่าตัวไมค์ ไทสัน ซึ่งร่วมแสดงหนังแอ๊กชั่นเป็นครั้งแรก ก่อนหน้านั้นไมค์มักเล่นบทตลก และยังเป็นค่าตัวของหยวน หวู ปิง ผู้กำกับคิวบู๊ที่สุดยอดและมีชื่อเสียงมากทั้งในฮ่องกงและสหรัฐอเมริกา จากผลงาน The Matrix, Kill Bill และ Crouching Tiger & Hidden Dragon

หนังสะท้อนภาพฮ่องกงสมัยที่ถูกปกครองโดยอังกฤษ มาเฟียตะวันตก แฟรงค์ (ไมค์ ไทสัน) มีอิทธิพลมาก ควบคุมหัวหน้าตำรวจในชุมชนที่ยิปมัน (ดอนนี่ เยน) อาศัยอยู่ และพยายามจะซื้อโรงเรียนแห่งเดียวที่มีอยู่ในชุมชน เมื่ออาจารย์ใหญ่ไม่ยอมขาย ก็ส่งอันธพาลมาก่อกวน ยิปมันและลูกศิษย์ต้องช่วยกันปกป้อง ศึกที่ยิปมันเผชิญไม่ใช่แค่มาเฟียต่างชาติ แต่เป็นศิษย์ร่วมสำนักจง ทินชิ (จาง จิน) หย่งชุนสายทะเยอทะยานที่อยากประลองวิทยายุทธ์เพื่อตั้งตนเป็นปรมาจารย์การต่อสู้แบบหย่งชุน นอกจากการต่อสู้ที่เข้มข้นแล้ว ภาคนี้มีความเป็นดราม่ามากกว่าภาคอื่นๆ เพราะอาเจิน (สงไต้หยิน) ภริยายิปมันเจ็บหนัก ยิปมันต้องเลือกระหว่างศักดิ์ศรีและความรักที่มีต่อภริยา

หนังค่อยๆ ลำดับเรื่องราวแบบไม่หวือหวา แต่ดึงอารมณ์คนดูให้ติดตามได้ตลอดเรื่อง ฉากแอ๊กชั่นมีเป็นระยะๆ เป็นแอ๊กชั่นที่ต่อสู้ทั้งแบบตัวต่อตัว แบบกลุ่ม แบบหมู่ โดยใช้ฝีมือ ดุเดือดและมัน โดยไม่ต้องใช้ปืนหรืออาวุธทำลายล้างกันจนเลือดท่วมจอ มีฉากการต่อสู้ระหว่างมวยจีน (ยิปมัน) กับมวยไทย โดยนักแสดงคนไทยที่ไปไกลในเวทีหนังระดับอินเตอร์ ไซมอน กุ๊ก หรือสุชาติ ขันวิไล สุชาติโลดแล่นอยู่เบื้องหลังวงการบันเทิงสิบกว่าปีในฉากเสี่ยงตาย และยังเป็นสตันต์แมนของจา พนม ในหนังองค์บาก 2 และต้มยำกุ้ง ในเรื่องนี้ยิปมันกับสุชาติต่อสู้กันแบบตัวต่อตัวในที่แคบคือในลิฟต์ ก่อนจะออกมาสู้กันที่ขั้นบันได สุชาติเป็นคู่ต่อสู้ที่มีฝีมือไม่น้อยหน้าใคร ทั้งต่อสู้อย่างมีศิลปะและชั้นเชิง ไม่ใช่เป็นประเภทหมูถูกไล่ต้อน น่าชื่นชมและขอปรบมือให้กับความสามารถที่น่าทึ่งนี้

แต่แน่นอนว่าฉากการต่อสู้ที่คนดูจับตาชมมากที่สุดคือ ฉากดวลกันระหว่างมวยหย่งชุนกับมวยตะวันตก ไมค์ ไทสัน รูปร่างเทอะทะแต่เคลื่อนไหวแคล่วคล่องและมีหมัดที่ทรงพลัง ปะทะกันแต่ละที ดอนนี เยนกระเด็นไปหลายตลบ แต่ดอนนี เยนมีจุดแข็งที่ความเยือกเย็น ว่องไวและสมาธิแน่วแน่ เป็นการต่อสู้ที่โชว์ทั้งความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อในการเคลื่อนไหว ทั้งสองต่อสู้กันจริงๆ แบบเร็วปะทะแรง เข้มข้น ดุเดือด ไมค์มีดีกรีเป็นแชมป์โลกเฮฟวี่เวต 3 สถาบันคนแรกของโลก เจ้าของสถิติแชมป์โลกเฮฟวี่เวตที่อายุน้อยที่สุดในโลกคือเป็นแชมป์เมื่ออายุเพียงยี่สิบปี เป็นนักมวยผู้มีภาพความป่าเถื่อน รุนแรง และกักขฬะ มีข่าวว่าภริยาของดอนนี เยน ค่อนข้างกังวลเรื่องนี้ แต่กลับเป็นไมค์ ไทสันเองที่แสดงผิดคิวชก โดนศอกดอนนี เยน จนนิ้วร้าว

อีกฉากการต่อสู้ที่เข้มข้นและน่าลุ้นมากคือ การต่อสู้กันเองระหว่างยอดฝีมือมวยหย่งชุนที่มีอาจารย์สำนักเดียวกัน ยิปมันและจง ทินชิ ที่อ้างว่าตนคือผู้สืบทอดมวยหย่งชุนที่แท้จริง ทั้งสู้กันด้วยมือเปล่า ไม้พลอง และดาบสั้น เสียงดาบที่ทั้งกรีดและปะทะกันให้ความรู้สึกหวาดเสียวและตื่นเต้น เป็นฉากการต่อสู้ที่มันสูสีกันจริงๆ การต่อสู้หลากหลายรูปแบบในหนังเรื่องนี้ประหนึ่งจะยืนยันว่ามวยหย่งชุนสามารถรับมือกับการต่อสู้ทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นกังฟูแขนงต่างๆ หรือมวยตะวันตกที่เน้นความหนักหน่วงรุนแรง

ยิปมัน 3 ไม่ใช่มีดีเฉพาะฉากการต่อสู้ที่เร้าอารมณ์คนดูเท่านั้น แต่มีคุณค่าเชิงสาระที่แฝงอยู่ทั้งในเนื้อเรื่องและบทสนทนาที่คมคาย โดยเฉพาะประเด็นครอบครัว จากปรมาจารย์หมัดๆ มวยๆ ยิปมันไปหัดเต้นชะชะช่าเพื่อเต้นรำกับภริยาที่เจ็บหนัก ให้เวลากับภริยาโดยยอมให้คนดูหมิ่นที่ไม่ไปประลองฝีมือกับจง ทินชิ เหนือสิ่งอื่นใดยิปมันเป็นต้นแบบของคนเก่งที่ถ่อมตัว ไม่โอ้อวด มีคุณธรรม ไม่ใช้ฝีมือเพื่อระรานคนอื่น แต่เพื่อช่วยเหลือคนอ่อนแอและป้องกันคนที่ถูกรุกราน ซึ่งสิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นปรัชญาของการต่อสู้แบบหย่งชุน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon