Overlord คอหนังแอคชั่นไม่น่าพลาด!

Overlord คอหนังแอคชั่นไม่น่าพลาด!

Overlord คอหนังแอคชั่นไม่น่าพลาด!

ไปดูหนังเรื่องนี้เพราะเชื่อฝีมือ เจ.เจ. แอบรัมส์ หนังที่เขากำกับสนุกหลายเรื่องเช่น Mission: Impossible 3, Star Wars และ Star Trek ทั้งยังเป็นเจ้าของค่าย Bad Robot ที่สร้างหนัง Cloverfield และ 10 Cloverfield Lane

เรื่องนี้แอบรัมส์ไม่ได้กำกับแต่นั่งแท่นโปรดิวเซอร์ โดยมีจูเลียส เอเวอรี่ (ผู้กำกับ Son of a Gun) กำกับแทน และได้มือเขียนบทหนัง The Hunger Games และ Captain Phillips บิลลี่ เรย์ เป็นผู้เขียนบท

หนังเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในวันดีเดย์ ที่ทหารฝ่ายพันธมิตรทุ่มกำลังยกพลขึ้นบกที่นอร์มังดี ประเทศฝรั่งเศส เพื่อยึดคืนยุโรปตะวันตกที่ถูกกองทัพนาซียึดครอง

เริ่มแรกมีกำลังทหารเต็มเครื่องบิน แต่เมื่อลงปฏิบัติการภาคพื้นดิน เหลือทหารเพียงแค่กระหยิบมือกับภารกิจสุดแสนโหดคือ การบุกเข้าทำลายเครื่องส่งวิทยุของทหารเยอรมันในโบสถ์ ที่มั่นคงแข็งแรงแถมมีทหารนาซีคุ้มกันอย่างเข้มแข็ง

โดยหารู้ไม่ว่า ที่แห่งนี้มีการทดลองลับ ที่ฝ่ายนาซีจับมนุษย์มาทดลองเพื่อสร้างกองทัพที่หัวหน้านาซีจอมโหด วาฟเนอร์ (พิลู แอสเบก) บอกว่า เป้าหมายคือ “กองทัพที่อยู่ค้ำฟ้า กับนักรบที่คงกระพัน”

ความโหด สยดสยอง ดิบเถื่อน จึงบังเกิดขึ้น กลายเป็นหนังสงครามเขย่าขวัญที่ถูกจัดลำดับเรทอาร์ของค่ายนี้เป็นเรื่องแรก เปลี่ยนหนังสงครามการผจญภัยของทหารหาญ สู่เรื่องสยองขวัญไซไฟที่มีการทิ้งชิ้นขนมปังเป็นรายทาง เพื่อปูทางสู่ความสยองที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างลงตัว และน่าระทึกใจ

ในแง่ความบันเทิง หนังสนุกมาก ขายความมันที่สะใจคนดู อาจมีประเด็นที่ไม่สมเหตุสมผลบ้าง แต่อย่าไปคิดมาก หนังตื่นเต้น ระทึกขวัญ โดยเฉพาะช่วงที่บอยซ์ (โจแวน อะดีโป) ทหารผิวสีที่เป็นพระเอกของเรื่องหลุดเข้าไปในห้องทดลอง เผยให้เห็นการค้นคว้าที่นำมนุษย์เป็นๆ มาทดลองในรูปแบบต่างๆ เป็นความโหด น่ากลัวแบบหนังสยองขวัญจริงๆ


ถึงกับมีคนพูดว่า แม้ Bad Robot จะเคยสร้างหนังอสุรกายหลายเรื่อง แค่อสุรกายในเรื่องนี้น่ากลัวที่สุด ตัวเน่าเฟะ กระดูกปูดโปน เลือดเกรอะกรังตามลำตัว

ในส่วนความเป็นหนังสงคราม ฉากเปิดเรื่องเจ๋งและเรียลมาก เห็นอันตรายในสมรภูมิรบที่นอกจากต้องเผชิญหน้ากับข้าศึกศัตรูแล้ว ยังมีภัยจากกับระเบิด และภูมิประเทศที่ไม่คุ้นเคย ซึ่งหลายคนต้องเสียชีวิตเพราะกระโดดร่มผิดจังหวะ

Overlord ไม่ใช่หนังสงครามผจญซอมบี้อย่างที่หลายคนเข้าใจ ซอมบี้ที่ผ่านมามักเกิดจากการติดเชื้อจนกลายสภาพ เมื่อกัดใคร คนถูกกัดจะกลายเป็นซอมบี้ไปด้วย

แต่ความน่าสะพรึงในหนังเรื่องนี้ เกิดจากการเอาคนที่มีชีวิตมาทดลอง จนกลายเป็นสัตว์ประหลาดหรืออมนุษย์ที่ยังพูดจากันได้ และมีพลังความแข็งแกร่งที่เหนือจากคนธรรมดา

แต่หนังยังคงมีความเป็นหนังสงครามมากกว่าหนังอสุรกายหรือสัตว์ประหลาดอยู่ดี

เพลงประกอบหนังจากวงร็อก AC/DC ของออสเตรเลีย ดุดัน กระหึ่ม บิวด์อารมณ์แบบได้ใจมากๆ ทำให้หนังเข้าสู่โหมดหนังสงครามสยองขวัญอย่างแท้จริง ทีมแต่งหน้าและ CG ช่วยเสริมบรรยากาศในหนัง ให้มีทั้งความสมจริง สยดสยอง โหด ดิบ น่ากลัว

โดยโปสเตอร์หลักของหนังก็มาแปลก ขึ้นภาพตัวร้ายที่กลายเป็นอสุรกาย แทนที่จะเป็นภาพตัวเอกฝ่ายดี สอดคล้องกับบรรยากาศและอารมณ์ของหนัง ที่ส่งให้ Overlord เป็นหนังระทึกขวัญที่ดูสนุก ไม่เสียดายค่าดู มีความมันเต็มพิกัด ที่แม้ไม่เพอร์เฟคท์ แต่คอหนังแอคชั่นไม่น่าพลาด

บทความก่อนหน้านี้คสช.ยกเลิกคำสั่ง ควบคุม มสธ.
บทความถัดไปพิษยื่นบัญชีทรัพย์สิน‘มีชัย’ไขก๊อกนายกสภาฯทุกแห่ง- กก.ผู้ทรงมรร.เล็งออกยกชุด