Mortal Engine อลังการแต่ไม่สุด!

Mortal Engine อลังการแต่ไม่สุด!

Mortal Engine อลังการแต่ไม่สุด!

หนังไซไฟแฟนตาซีฟอร์มยักษ์ที่กระแสเงียบชอบกล มีชื่อปีเตอร์ แจ็กสัน (ผู้กำกับ The Lord of the Rings และ The Hobbit) นั่งแท่นโปรดิวเซอร์และผู้เขียนบทร่วมกับ ฟราน วอลช์ และ ฟิลิปปา โบเยนส์ ซึ่งสองคนนี้ก็เคยทำงานร่วมกับแจ็กสันในหนังดังทั้งสองเรื่องที่กล่าวมาแล้ว

ส่วนผู้กำกับ คริสเตียน ริเวอร์ส ที่แม้ไม่เคยกำกับหนังเรื่องไหนมาก่อน แต่เขาเป็นหัวหน้าทีมวิชวลเอฟเฟค ทำงานฝ่ายศิลป์ให้กับหนังของแจ็กสันเช่นกัน

หนังสร้างจากนิยายชุดขายดีของฟิลิป รีฟ ซึ่งมีด้วยกันสี่เล่ม Mortal Engines เป็นชื่อนิยายเล่มแรกที่ตีพิมพ์ในปี 2001 เรื่องราวของโลกอนาคต (พันกว่าปีจากปัจจุบัน) ที่ถูกสงครามที่เรียกว่าสงคราม 60 นาทีทำลายจนล่มสลาย เปลือกโลกแตกกระจายเป็นพันชิ้น จนเมืองไม่สามารถตั้งอยู่บนพื้นดินได้

มนุษย์ต้องปรับตัวและดำรงชีวิตอยู่ในเมืองรูปแบบใหม่ เช่น เมืองกลางมหาสมุทร เมืองลอยฟ้าที่ยึดโยงด้วยบอลลูนขนาดยักษ์ และที่น่าสะพรึงคือ เมืองเคลื่อนที่ซึ่งติดล้อเคลื่อนที่ไปได้ทุกหนทุกแห่งบนโลก

ลอนดอนเป็นเมืองติดล้อที่ย้อนกลับไปเหมือนอดีตคือชอบล่าอาณานิคม แต่เปลี่ยนรูปแบบเป็นไล่ล่ากินเมืองเล็ก เพื่อสูบเอาทรัพยากรและเชื้อเพลิงมาเป็นของตัว รวมทั้งจับคนมาใช้เป็นแรงงาน

ฮีโร่ของลอนดอนคือ วาเลนไทน์ (ฮิวโก วิฟวิ่ง) ซึ่งกำลังประดิษฐ์อุปกรณ์บางอย่าง ที่เขาเชื่อว่าจะทำให้ลอนดอนเป็นเมืองมหาอำนาจที่ใครๆ ไม่กล้าแตะต้อง แต่หอกข้างแคร่ของเขาคือ เมืองชานกั๋วและแอนนา ฟาง (จิเฮ) นักต่อต้านเมืองเคลื่อนที่ค่าหัวแพงลิบที่ลอนดอนต้องการมากที่สุด


ขณะเดียวกันมีหญิงลึกลับ เฮสเทอร์ ชอว์ (เฮรา ฮิลมาร์) ที่หมายปองชีวิตเขา จากความแค้นในอดีต

หนังเปิดเรื่องอย่างน่าสนใจ ฉากเมืองกินเมือง ลอนดอนไล่ล่าเมืองเล็กและกวาดเข้าส่วนที่ดูคล้ายปาก ทำได้น่าตื่นตาตื่นใจ น่าเสียดายที่ภาพและอารมณ์แบบนี้เกิดขึ้นเพียงแค่ซีนเดียว แม้จะมีฉากแอคชั่นหลายฉากและเกือบตลอดทั้งเรื่อง แต่ไม่มีฉากไหนที่แปลก สนุกและชวนลุ้นเหมือนฉากเปิดเรื่องตอนต้นนี้

โปรดักชั่นยิ่งใหญ่ เอฟเฟคตระการตา ภาพโลกอนาคตที่ล่มสลายทำออกมาได้เข้ากับเรื่องราว ทั้งสภาพแวดล้อมและบรรยากาศแร้นแค้น ที่ไม่มีสิ่งใดเป็นความเพลิดเพลิน พื้นดินมีร่องรอยของเครื่องจักรที่เมืองเคลื่อนผ่าน เป็นงานละเอียดที่ถ่ายทอดออกมาได้ดีสมเป็นฝีมือ

เสื้อผ้าหน้าผมเป็นอีกส่วนหนึ่ง ที่เสริมคนดูให้สามารถจินตนาการตามเรื่องราวได้อย่างรู้สึกสมจริง แต่ละเมืองแต่ละชนชั้นมีการแต่งกายที่แตกต่างกัน สุดยอดของการแต่งกายที่เสริมบุคลิกตัวละครให้โดดเด่น แค่เห็นก็รู้ว่าคนคนนี้ไม่ธรรมดา คือการแต่งกายของแอนนา ฟาง ชุดแดงกับแว่นตาดำที่เข้าได้ดีกับลีลาการต่อสู้ของเธอ

แต่นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ว บทและการดำเนินเรื่องค่อนข้างมีปัญหา Mortal Engines เป็นหนังที่พอดูได้เพลินๆ แม้เนื้อเรื่องจะน่าสนใจ แต่การเล่าเรื่อง บางช่วงเร็วไปและบางช่วงก็ไม่ควรเอามาใส่ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครขาดๆ เกินๆ คนดูไม่รู้สึกว่า ทำไมนางเอกถึงรักพระเอก เพราะความสัมพันธ์ของทั้งสองคนค่อนข้างบางเบา

ในขณะที่หนังมีตัวละครหนึ่งที่เปิดตัวน่าสนใจ และน่าจะสร้างดราม่าที่ประทับใจคนดู คือ ไชรค์ หุ่นยนต์ที่เลี้ยงดูนางเอกสมัยเธอเป็นเด็ก ภาพย้อนกลับให้เห็นความเป็นมาของหุ่นยนต์ และความสัมพันธ์กับนางเอก แต่บทสรุปกลับรวบรัด จนไม่หลงเหลือความประทับใจใดๆฃ

Mortal Engines เป็นหนังขายจินตนาการที่หลายคนคงชอบและรู้สึกสนุก แต่หนังไปไม่สุดทั้งๆ ที่มีพล็อตน่าสนใจ เป็นอีกเรื่องที่ต้องดูแบบปล่อยใจไปตามจินตนาการผู้สร้าง โดยอย่ามองหาเหตุผล และไปเพื่อดูความอลังการของงานสร้าง

บทความก่อนหน้านี้‘ชัยมงคล’ เปิดตัวผู้สมัคร พปชร.ประกาศกวาดที่นั่ง ส.ส.ยกจังหวัด
บทความถัดไป‘ภิรมย์’ โพล่ง สมศักดิ์ จองซื้อ ฮ.2 ลำ เตรียมจะเป็น รมว.เกษตรแล้ว ตอกกลับ ‘เฉลิม’ คิดเรื่องพรรคตัวเองจะดีกว่า