Fast & Furious Presents: Hobbs & Shaw ดูเอามัน

Fast & Furious Presents: Hobbs & Shaw ดูเอามัน

Fast & Furious Presents: Hobbs & Shaw ดูเอามัน

หนังภาคแยกเรื่องแรกของแฟรนไชส์ Fast & Furious ที่มาอย่างถูกจังหวะและลงตัว ในการแก้ปัญหาการไม่ลงรอยกันของสองซูเปอร์สตาร์ซึ่งเป็นตัวละครหลักของหนังตระกูล Fast วิน ดีเซล (ดอม หรือ ดอมินิก โทเร็ตโต้) และ ดเวย์น จอห์นสัน (ลุค ฮอบส์)

ฮอบส์ปรากฏตัวครั้งแรกใน Fast 5 เป็นเจ้าหน้าที่หน่วย DSS ของสหรัฐ ที่ตามจับแก๊งซิ่งรถที่มีพฤติกรรมทำผิดกฎหมาย คือ ดอมและไบรอัน (พอล วอล์คเกอร์) แต่มีเหตุให้ทั้งหมดต้องจับมือกัน เพื่อจัดการกับตัวร้ายที่ร้ายยิ่งกว่า ทั้งคู่เลยกลายเป็นพันธมิตรที่ทำงานร่วมกันตั้งแต่ Fast 6, 7 และ 8

ข่าว “เกาเหลา” ระหว่างดาราทั้งสองชัดเจนยิ่งขึ้นใน The Fate of the Furious (ภาค 8) ที่ทั้งสองไม่ยอมร่วมฉากเดียวกัน มีแต่ภาพตัดสลับไปสลับมาของดาราทั้งสอง เหตุผลที่ปรากฏสู่สาธารณชนแบบสุภาพๆ คือ “มีพื้นฐานการทำงานที่ต่างกัน ส่งผลให้มีปัญหาในการทำงานร่วมกัน”

ตัวละคร ลุค ฮอบส์ แม้จะมาทีหลัง แต่ก็เป็นตัวที่เสริมให้หนังทำเงินมากขึ้น การขยายจักรวาล Fast & Furious ออกไป น่าจะเป็นการตลาดที่ดี Hobbs & Shaw จึงเกิดขึ้น

แต่ก็มีดราม่าเกี่ยวกับตัวละคร เด็คการ์ด ชอว์ (เจสัน สเตแธม) ที่คนดูส่วนหนึ่งรู้สึกตะขิดตะขวางใจ

ชอว์ปรากฏตัวแบบผู้ร้ายที่โหด เลือดเย็น และเก่งมากใน Fast 7 มาเพื่อแก้แค้นแทนน้องชาย โอเวน ชอว์ (ลุค อีแวนส์) ที่ถูกดอมและพรรคพวกจัดการใน Fast 6

หนังภาค 7 มีการกล่าวว่า ฮาน (ซุงกัง) หนึ่งในทีมของดอม ที่ตายใน The Fast & the Furious: Tokyo Drift ตายเพราะน้ำมือ เดคการ์ด ชอว์ คนดูบางคนรับไม่ได้ถึงขั้นติดแฮชแทค Justice for Han

คริส มอร์แกน มือเขียนบท Fast & Furious ตั้งแต่ภาค Tokyo Drift จนถึงภาค 8 และ Hobbs & Shaw ให้สัมภาษณ์ว่า

“ผมชอบการทวงคืนความยุติธรรมให้กับฮาน มันเหมือนหนี้ที่รอการชำระ ในบทบางส่วนของ Hobbs & Shaw มีบรรทัดหนึ่งที่เขียนขึ้นเป็นพิเศษสำหรับฮาน เพื่อแสดงให้เห็นว่า เด็คการ์ด ชอว์ พูดถึงฮานว่าเป็นสิ่งที่เขาทรมานและเป็นปมติดค้างในใจเขาตลอดเวลา”

แฟนๆ ต้องลองเข้าไปดู ว่าชอว์พูดประโยคนี้ตอนไหน

ในหนัง Fast ฮอบส์และชอว์ เป็นคู่กัดที่วิถีชีวิตแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ฮอบส์เป็นเจ้าหน้าที่ที่เคร่งครัดในการทำงาน แต่งกายลุยๆ และ ใช้ชีวิตเรียบง่ายๆ แต่ชอว์เป็นอดีตมือสังหารหน่วยรบพิเศษของอังกฤษที่แปรพักตร์ เจ้าสำอาง ชีวิตหรูหรา และไม่สนใจกฎหมาย

แม้ทั้งสองจะไม่ถูกกัน คอยชิงไหวชิงพริบ ข่ม และคุยโม้อวดกันตลอดเวลา แต่ก็ต้องจับมือเพื่อตามหาแฮตตี้ (วาเนสซ่า เคอร์บี แม่ม่ายสาวจาก M:I Fallout ที่ภาคนี้สวยสะท้านใจจริงๆ) เจ้าหน้าที่ MI6 และน้องสาวเด็คการ์ด ที่ถูกกล่าวหาว่าทรยศ เพราะขโมยไวรัสมรณะไปในระหว่างปฏิบัติงาน

งานนี้ไม่ใช่แค่ทางการเท่านั้นที่ต้องการตัวแฮตตี้ แต่องค์กรลับอีทีออน ที่มีนักล่า บริกซ์ตัน (ไอดริส เอลบา นายทวารแห่งเอสการ์ดจาก Thor) ซึ่งถูกปรับแต่งพันธุกรรมให้มีศักยภาพที่เหนือมนุษย์ ก็ไล่ล่าหาตัวเธอเช่นกัน

หนังหลุดออกจากหนังซิ่งแข่งรถ กลายเป็นหนังแนวสายลับที่ผู้กำกับ เดวิด ลิตซ์ (John Wick, Deadpool 2 และ Atomic Blonde) จัดเต็มฉากแอคชั่นอย่างเว่อร์วังอลังการ ทั้งเหลือเชื่อ และเป็นไปไม่ได้ เพื่อเสิร์ฟความมันให้แฟนคลับที่ชอบหนังแนวนี้ ดูเพื่อความบันเทิงและไม่ต้องคิดมาก

หนังพาคนดูให้รู้จักตัวละคร ฮอบส์และชอว์ มากขึ้น มีประเด็นครอบครัวตามแนวหนัง Fast และมีฉากการต่อสู้ที่แปลกตาจากเดิม

ในฉากการเต้นก่อนออกรบของชาวซามัว (ครอบครัวฮอบส์) ที่เรียกว่า Siva Tau ไม่ใช่การเต้นเพื่อเฉลิมฉลอง แต่เป็นการเต้นเพื่อบอกศัตรูว่า จะสู้กันเพื่อเอาชนะจนตายกันไปข้างหนึ่ง เป็นฉากสนุกๆ โม้เหลือเชื่อ ที่การเต้นข่มขวัญและอาวุธโบราณ จะเอาชนะความไฮเทคของฝ่ายตรงข้าม ที่เทคโนโลยีล้ำทั้งอาวุธและความอึดของร่างกายที่แกร่งเกินมนุษย์

แต่บอกแล้วไงว่า หนังเรื่องนี้ดูเอามัน ไม่ต้องคิดถึงตรรกะและเหตุผล เป็นความบันเทิงล้วนๆ ที่คนดูได้ปล่อยอารมณ์ให้หลุดออกจากโลกแห่งความเป็นจริง

คลิกอ่าน Fast and Furious 8 มันครบรส

บทความก่อนหน้านี้ตำรวจ 911 “ส่งพิซซ่า” พร้อมเสิร์ฟบทเรียนแก่เด็กวัย 5 ขวบ?
บทความถัดไป‘ศักดิ์สยาม’ สั่งทุกหน่วยงานตั้งทีมเกาะติดโซเชียลรับฟังปัญหาการบริการขนส่งสาธารณะทั้งระบบ