47 Meters Down: Uncaged หนังฉลามภาคต่อ

47 Meters Down: Uncaged หนังฉลามภาคต่อ

47 Meters Down: Uncaged หนังฉลามภาคต่อ

หนังเรื่องนี้แม้จะชื่อคล้ายภาคที่แล้ว (47 Meters Down) ทั้งโปรดิวเซอร์ ผู้กำกับ ผู้เขียนบท เป็นทีมเดียวกัน แต่เนื้อเรื่องไม่เกี่ยวกันเลย เป็นแค่อีกซีรีส์ของหนังฉลาม ที่ทุนสร้างมากขึ้น จากภาคก่อนทุนประมาณ 5 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำรายได้ทั่วโลกไปถึง 62 ล้านเหรียญฯ มาภาคนี้สเกลของหนังใหญ่ขึ้น ทุนสร้างสูงขึ้นกว่าเดิมเท่าตัว

เหยื่อฉลามจากภาคแรกที่มีแค่สองสาวพี่น้อง และมีพื้นที่เชฟโซนคืออยู่ในกรงที่ฉลามเข้าไม่ได้ แต่ทำยังไงถึงจะขึ้นสู่พื้นน้ำก่อนออกซิเจนหมด กลายมาเป็นภาคนี้มีเหยื่อเป็นสาวสวยถึงสี่คน และมีตัวละครอื่นมาเพิ่มให้คนดูช่วยกันลุ้น

หนังยังคงเป็นแนวกระเสือกกระสนหนีตายจากฉลามในขณะที่ออกซิเจนกำลังหมด แต่คราวนี้ระทึกว่าเพราะไม่มีพื้นที่เซฟโซน เป็นการว่ายน้ำหนีฉลามใต้ทะเลสาบที่เป็นเมืองโบราณ ซึ่งไม่เคยมีใครรู้จัก ทางเข้าทั้งมืด ทั้งแคบ เหมือนเขาวงกต เต็มไปด้วยรูปปั้นหินผุพัง เสาขนาดใหญ่ และห้องโถงที่ใช้มนุษย์เป็นเครื่องบูชายัญ

ถ้ำใต้น้ำมืดสนิท จนปลาทุกชนิดในถ้ำเป็นปลาตาบอด แต่ฉลามขาวในถ้ำที่แม้ดวงตาจะขุ่นขาวเพราะตาบอด แต่รูปลักษณ์ชวนสยอง เนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลอันเกิดจากการว่ายน้ำชนหินแหลมคมในถ้ำ กลายเป็นฉลามสุดโหด หิวโหย อ้าปากเห็นฟันแหลมคมที่พร้อมเขมือบทุกอย่างที่มันสัมผัส

มีอา (โซฟี เนลลิส) ซาช่า (คอรีนน์ ฟ็อกซ์ ลูกสาวเจมี ฟ็อกซ์) สองพี่น้องต่างแม่แต่พ่อเดียวกันที่ไม่ค่อยจะถูกกัน นิโคล (ซิสทีน สตอลโลน ลูกสาว ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน) และอเล็กซา (บริแอนน์ จู) อยากเสาะแสวงหาความแปลกใหม่ เลยชวนกันไปดำน้ำเพื่อดูเมืองมายันที่จมอยู่ใต้ทะเลสาบ ที่ยังไม่เปิดให้ใครเข้าไป

ตกลงกันแค่ว่าจะไปสำรวจถ้ำช่วงแรก แล้วจะออกมา แต่เกิดอุบัติเหตุปากถ้ำถล่มกลับออกไปไม่ได้ ออกซิเจนในถังก็เหลือน้อย แต่ที่สุดสะพรึงคือฉลามขาวตาบอดหิวโหยฝูงใหญ่ที่ตามไล่ล่าอย่างกระชั้นชิด

หนังมีความไม่สมเหตุสมผลบางประการ เช่น สาวอ้อนแอ้นที่กว่าจะรอดทางคดเคี้ยวคับแคบของถ้ำใต้น้ำออกมาได้ คนดูก็แทบจะแขม่วท้องทำตัวผอมตามเพื่อลุ้น แต่ฉลามไซส์ใหญ่ยักษ์กลับรอดถ้ำ (หรือมันมีทางอื่น?) โผล่พรวดมาเขมือบตัวละครบางตัวได้อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

ฉากฉลามโผล่มาแต่ละครั้งทำเอาสะดุ้ง ขวัญผวา กินคนให้เห็นแบบจะๆ บรรยากาศกดดันตลอดทั้งเรื่อง ภาพใต้น้ำขมุกขมัว อึมครึม ใช้แสงน้อย และซาวด์ประกอบที่ทำให้ใจเต้นระทึก แม้จะมีเพลงหวานๆ แบบ We’ve Only Just Begun คนดูก็ยังรู้สึกอึดอัด

แถมเสียงหอบหายใจระคนตกใจของ 4 สาว ยิ่งทำให้เกร็ง ไม่รู้ฉลามจะโผล่มาเมื่อไหร่ ทางรอดก็น้อยนิดแทบมองไม่เห็น พื้นที่เชฟโซนก็ไม่มีให้หลบ ทำได้แค่ว่ายน้ำหนีทางนั้นทางนี้ ต้องอาศัยสติ แต่จะไหวแค่ไหนระหว่างเหยื่อที่ไม่รู้จักพื้นที่ กับนักล่าโหดดุร้ายที่รู้ลู่ทาง

ฉากใต้น้ำถ่ายทำในสตูดิโอที่ทีมงานขุดบ่อขนาดยักษ์ เนรมิตเมืองโบราณใต้น้ำที่หายสาบสูญได้ออกมาอย่างน่าสนใจ แม้ฉลามยังไม่โผล่มา ก็ดูเป็นสถานที่ที่ชวนขนลุก

ภาคนี้จะประสบความสำเร็จเท่าภาคแรกหรือไม่ ยังไม่ทราบ แต่ความระทึกและแอคชั่นฉลามมาแบบเต็มๆ และมากกว่าภาคที่แล้ว เนื้อหามีดรามามากขึ้นกว่าภาคก่อน สองสาวต่างแม่ที่ไม่ค่อยลงรอยรอยกัน เมื่อต้องผจญสถานการณ์คับขันร่วมกัน ใครจะอยู่ใครจะไป และบทสรุปเป็นเช่นไร ไปหาคำตอบเอาเอง

ออกจากโรงหนังต้องสูดอากาศเฮือกใหญ่เพราะบรรยากาศช่วงดูหายใจไม่ทั่วท้องตลอดทั้งเรื่อง

คลิกอ่าน เขียนถึงหนังสองรส: 47 Meters Down และ War for the Planet of the Apes

บทความก่อนหน้านี้วัตฟอร์ดเด้ง ‘กราเซีย’ สังเวยทีมรั้งบ๊วย ตั้ง ‘ซานเชซ’ หวนคุมทัพอีกรอบ
บทความถัดไปน.1 หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน 2562