หนังสยองขวัญภาคต่อกับหนังที่ได้แรงบันดาลใจจาก The Beatles

หนังสยองขวัญภาคต่อกับหนังที่ได้แรงบันดาลใจจาก The Beatles

หนังสยองขวัญภาคต่อกับหนังที่ได้แรงบันดาลใจจาก The Beatles

It Chapter Two

It ภาคแรกสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงกาหนังฮอลลีวูด จากทุนสร้างแค่ประมาณ 35 ล้านเหรียญสหรัฐ หนังกวาดรายได้ถึง 700 ล้านเหรียญ กลายเป็นหนังสยองขวัญทำรายได้สูงสุดตลอดกาล แทนที่ The Sixth Sense ที่ทำสถิติไว้ที่รายได้ประมาณ 670 ล้านเหรียญ เมื่อปี 1999

สตีเฟน คิง ผู้เขียนนิยาย It ไม่ได้แสดงความเห็นใดๆ เมื่อ It ภาคแรกเข้าฉาย แต่สำหรับภาคนี้ เมื่อเขาเข้าชมหนังที่ตัดต่อเสร็จ เขาออกมาเชียร์ดังนี้ “Looking forward to IT Chapter 2? You should be. I’ve seen it and it’s terrific. You will float.” ประโยคหลังล้อคำพูดประจำตัว อิท หรือ เพนนีไวส์

เป็นธรรมดาของหนังภาคต่อ ที่คนดูมักจะเปรียบเทียบกันว่าภาคไหนดีกว่ากัน ต่างคนต่างจิตต่างใจ เอาเป็นว่า IT ภาคนี้เติมเต็มหนังภาคแรกให้สมบูรณ์ขึ้น

คนดูได้ทราบความเป็นมาของเพนนีไวส์ชัดเจนขึ้น ได้เห็นความโหดเหี้ยม ความอาฆาตมาดร้ายที่มันมีต่อกลุ่มเด็ก 7 คน ที่เรียกตัวเองว่าแก๊งขี้แพ้ ซึ่งเมื่อ 27 ปีก่อน สามารถกำราบมันจนต้องถอยหนีไป

ความชัดเจนในตัวอิท ทำให้หนังภาคนี้มีความเป็นแฟนตาซีอยู่ในหนังสยองขวัญ

หนังภาคนี้ยังคงได้ แอนดี้ มุสชิเอตติ เป็นผู้กำกับเช่นเดิม ดาราเด็กทั้ง 7 คนมากันครบ เพนนีไวส์ยังคงรับบทโดย บิลล์ สการ์สการ์ด เพิ่มเติมด้วยดาราที่แสดงภาคผู้ใหญ่ เพราะ IT ภาคสองนี้ เล่าเรื่องราวหลังภาคแรก 27 ปี ที่แก๊งขี้แพ้เติบโตเป็นผู้ใหญ่

การคัดเลือกนักแสดงภาคผู้ใหญ่มีข้อถกเถียงกันมากระหว่าง “เลือกนักแสดงชื่อดัง หรือนักแสดงที่หน้าตาเหมือนนักแสดงเด็ก”

สรุปมีดาราที่คนดูคุ้นเคยสามคน คนแรก บิลล์ (เจมส์ แม็คอะวอย) เด็กพูดติดอ่างที่จอร์จี้ น้องชายเขาเป็นเหยื่อรายแรกของเพนนีไวส์ในภาคแรก บิลล์กลายเป็นนักเขียนชื่อดังที่หนังสือเขามีบทจบที่ทุกคนไม่ชอบ

คนที่สอง เบเวอร์ลีหรือเบฟ สาวหนึ่งเดียวในกลุ่ม (เจสสิกา แชสแทน) ที่มีปมในใจจากการถูกพ่อคุกคามทางเพศ เธอเติบโตเป็นดีไซเนอร์ที่ชีวิตแต่งงานไม่ประสบความสำเร็จ

และคนที่สาม ริชชี (บิลล์ เฮเดอร์) เด็กปากมอมที่กลายเป็นดาวตลกทอล์กโชว์

นอกจากนั้น มีดาราที่อาจไม่คุ้นหน้าเข้าร่วมในแก๊งขี้แพ้ ได้แก่ เอ็ดดี้ (เจมส์ แรนซัน) นักวิเคราะห์ความเสี่ยงในบริษัทประกันภัย ที่มีบทบาทน่าสนใจ เบน (เจย์ ไรอัน) เด็กอ้วนซึ่งกลายเป็นสถาปนิกหนุ่มหล่อ ที่ยังคงแอบมีใจให้เบฟ สแตน (แอนดี บีน) ที่การตัดสินใจของเขาเหมือนคนขี้ขลาด แต่แท้จริงกลับทำให้แก๊งขี้แพ้ได้ชัยชนะอีกครั้งหนึ่ง

คนสุดท้าย ไมค์ (ไอเซห์ มุสตาฟา) หนุ่มผิวสีที่ยังคงอาศัยในเมืองเดอร์รี เฝ้าสังเกตเหตุการณ์ และโทรตามแก๊งขี้แพ้ให้กลับมารวมตัวกันตามสัญญาที่ให้กันไว้ว่า เมื่อใดเพนนีไวส์กลับมา พวกเขาจะรวมตัวกันเพื่อต่อสู้กับมัน

หนังตัดสลับเรื่องในอดีต (เกี่ยวกับตัวละครเด็ก) กับปัจจุบัน (ตัวละครผู้ใหญ่) ให้คนดูที่อาจไม่ได้ดูภาคแรก เข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นและอินไปกับตัวละคร โดยเล่าเรื่องราวของแต่ละตัวละครอย่างละเอียด ทุกคนมีปมในใจและเพนนีไวส์ดึงปมเหล่านี้ขึ้นมาหลอกหลอนและทำให้แก๊งขี้แพ้รู้สึกกลัวและขยาด

นักแสดงผู้ใหญ่ในแก๊งไม่ว่าจะเป็นดาราดังหรือไม่ดัง แสดงได้เนียนไปกับเด็ก ดูเป็นเด็กที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ และพยายามก้าวข้ามอดีตและความทรงจำที่แย่ๆ ให้อารมณ์แบบหนัง coming of age ผสมหนังสยองขวัญที่มี jump scare ค่อนข้างมาก

หนังเปิดเรื่องด้วยการสร้างความสะเทือนใจเหมือนภาคแรกที่จอร์จี้ น้องชายบิลล์ถูกขย้ำแบบสุดโหด ภาคนี้คงความรุนแรงและสะเทือนใจเช่นเดิม เป็นการกระทำของกลุ่มอันธพาลผสมความโหดของเพนนีไวส์

หนังมีครบทุกรส หลอน สยอง ระทึก ซาบซึ้ง และขบขัน บางฉากย้อนเอามุขเก่าจากภาคแรกมาเล่น เช่น มุขประตู 3 บาน ที่ริชชีกับเอ็ดดี้เคยเจอแล้วครั้งหนึ่ง ภาคนี้นำกลับมาใช้แบบขันๆ ระคนสยอง

เพนนีไวส์สร้างพลังและความโหดเหี้ยมจากความกลัวของผู้คน แก๊งขี้แพ้เคยเอาชนะมันได้โดยทำให้มันสัมผัสกับความกลัวเป็นครั้งแรก จนมันต้องหนีไป ครั้งนี้มันพัฒนาทักษะมากขึ้น สร้างภาพลวงตาหลอกหลวงเหยื่อหลายรูปแบบ เล่นกับปมปัญหาและความรู้สึกผิดที่อยู่ใต้จิตสำนึกของเหยื่อ

ลำพังแค่ความไม่กลัว คงจะเอาชนะมันไม่ได้ ต้องมีหลายสิ่งประกอบกัน นั่นคือ พลังมิตรภาพ ความเชื่อมั่น ความกล้าหาญ และการยอมรับตัวตนของตัวเอง

Yesterday

หนังโรแมนติกคอเมดีที่น่ารัก ฟีลกู๊ดสุดๆ แต่อย่าเอาไปเทียบกับ Bohemian Rhapsody หรือ Rocketman นะ เพราะคนละแนวกัน ไม่ใช่หนังชีวประวัติของนักร้อง หรือความเป็นมาของวง The Beatles แต่เป็นเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวคู่หนึ่ง ที่มีเพลงของ The Beatles เป็นตัวร้อยเรียงเรื่องราว และขับเคลื่อนความรักของทั้งสองคน

คลิกอ่าน Bohemian Rhapsody ยิ่งใหญ่ อลังการ น่าประทับใจ

คลิกอ่าน Rocketman หนังชีวประวัติ “เอลตัน จอห์น” ที่คุ้มค่าต่อการชม

หนังเรื่องนี้ตั้งโจทย์ว่าเกิดเหตุประหลาดไฟดับแค่ช่วง 12 นาที ขณะที่ แจ็ค มาลิก (ฮิเมช พาเทล) นักดนตรีกิ๊กกอกไส้แห้งเกิดอุบัติเหตุถูกรถชนจนเขาบาดเจ็บและกีตาร์คู่ชีพพังยับ

เมื่อเขาฟื้นขึ้นมา และได้กีตาร์ใหม่ที่เพื่อนๆ ซื้อให้ เขาบอกว่า “กีตาร์ดีต้องคู่กับเพลงดีๆ” Yesterday คือเพลงที่เขาเลือกเล่น แต่ปรากฏว่าทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เคยได้ยินเพลงนี้มาก่อนเลย

หนังโปรยว่า “ทุกคนบนโลกนี้ลืมเลือน The Beatles ทุกคน ยกเว้นแจ็ค”

ชั่วพริบตาเดียว แจ๊คดังระเบิดด้วยเพลงของ The Beatles ที่ทุกคนคิดว่าเป็นเพลงที่แจ็คแต่งเอง เงินทอง ชื่อเสียง ถาโถมเข้ามา พร้อมกับความรักและมิตรภาพที่เริ่มเลือนรางระหว่างเขาและเอลลี่ (ลิลี่ เจมส์) ที่เป็นทั้งเพื่อนสาวคนสนิทและผู้จัดการส่วนตัว แจ็คจะคว้าโอกาสสุดท้ายที่ทำให้เขาได้แจ้งเกิด หรือหันมากลับสู่รักแท้ที่เขามองข้ามไป

Yesterday เป็นหนังที่ถูกจับตามองเพราะเป็นการโคจรมาพบกัน ระหว่างผู้กำกับระดับออสการ์จาก Slumdog Millionaire แดนนี บอยล์ และมือเขียนบทที่หลายคนชื่นชอบ ริชาร์ด เคอร์ติส จากหนัง Nothing Hill, Love Actually และ About Time

คู่พระคู่นางในเรื่องนี้หลายคนขัดใจ เพราะฮิเมช พาเทล ในบทแจ็ค ไม่หล่อเอาเลย ในขณะที่ลิลี่ เจมส์ ในบทเอลลี่ ออกมาทีไร ก็สดใส มีเสน่ห์ แต่ต้องยอมรับว่าเสียงเพลง The Beatles ที่คัฟเวอร์โดยฮิเมช พาเทล น่าฟังมิใช่น้อย

หนังพยายามถ่ายทอดความยิ่งใหญ่ของบทเพลง The Beatles (ข่าวว่าเฉพาะค่าลิขสิทธิ์เพลงก็ประมาณ 10 กว่าล้านเหรียญสหรัฐ) แต่ฟังแบบไม่เต็มอิ่ม แม้จะมีเพลงหลายเพลง เพราะแต่ละเพลงตัดเร็ว ไม่มีเพลงใดที่ได้ฟังจนจบเพลง

ในบทสนทนายังมีชื่อเพลงของ The Beatles แทรกเป็นระยะเกือบตลอดทั้งเรื่อง เช่น ตอนแจ็คฟื้นขึ้นที่โรงพยาบาล มีชื่อเพลงที่รู้จักกันดี When I‘m Sixty–Four หรือในห้องอัดเสียงมีพูดชื่อเพลง When My Guitar Gently Weeps

Yesterday เป็นหนังรักสนุกๆ ดูเพลิน มีมุขตลกเป็นระยะ แอบล้อเพลงและอัลบั้มของ The Beatles เช่น เพลงดัง Hey Jude ในโลกที่คนไม่รู้จักวงนี้ จึงถูกเปลี่ยนให้ร้องว่า Hey Dude

ที่รู้สึกว่าน่าเอ็นดูคือ การที่เอ็ด ชีแรน ศิลปินนักร้องนักแสดงชื่อดังของอังกฤษ กระโดดมาร่วมวง โดยแสดงเป็นตัวเองในบทน่ารักที่ทำให้หนังมีสีสันแบบฮาๆ

แถมไม่ใช่แค่วง The Beatles วงเดียวที่คนในหนังไม่รู้จัก มีวงดนตรีวงอื่น น้ำอัดลมยี่ห้อดัง และนิยายพ่อมดสุดฮิต ที่ในโลกของหนัง Yesterday ไม่เคยมีใครรู้จัก ไปดูเองว่ามีอะไรบ้าง

หนังอาจไม่สร้างแรงสั่นสะเทือนได้แบบหนังชีวประวัติวงควีน หรือเรื่องราวของเอลตัน จอห์น แต่ดูไปอมยิ้มไป

เป็นหนังที่คนรักเสียงเพลงไม่น่าพลาด

บทความก่อนหน้านี้หอการค้าไทย-จีน พร้อมหนุนรัฐอัดมาตรการดึงตระกูลแซ่ ดันจีนเที่ยวไทยเพิ่ม
บทความถัดไป09.00 INDEX : บทบาท เหิมหาญ การเมือง ประชาธิปัตย์ ชาติไทยพัฒนา