Once Upon a Time in Hollywood คืนชีพฮอลลีวู้ดสไตล์ “เควนติน”

Once Upon a Time in Hollywood คืนชีพฮอลลีวู้ดสไตล์ “เควนติน”

Once Upon a Time in Hollywood คืนชีพฮอลลีวู้ดสไตล์ “เควนติน”

เดือนสิงหาคม 1969 เกิดเหตุสะเทือนขวัญในวงการภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด เมื่อ ฮิปปี้กลุ่มคลั่งลัทธิชาร์ลส์ แมนสัน บุกเข้าบ้านผู้กำกับหนังที่กำลังดัง โรมัน โปลันสกี้ สังหาร ชารอน เทต ดาราสาวท้องแก่ที่เป็นภริยาของเขา และเพื่อนอีก 4 คน

เหตุฆาตกรรมนี้ เรียกกันในชื่อ Tate Murder มีสาเหตุจาก ชาร์ลส์ แมนสัน ผู้นำกลุ่ม Manson Family อยากเป็นนักดนตรี เขาเข้าไปบันทึกเสียงกับโปรดิวเซอร์ เทอร์รี เมลเชอร์ แต่โดนดูถูกและปฏิเสธ จึงมีคำสั่งให้สาวกคลั่งลัทธิของเขา “สังหารทุกคนที่อยู่ในบ้านให้หมด ด้วยวิธีการที่โหดเหี้ยมที่สุดเท่าที่จะทำได้”

ชารอน เทต และ โปลันสกี้ เช่าบ้านหลังนี้ต่อจาก เทอร์รี เมลเชอร์ ชารอนรับเคราะห์แทนเมลเชอร์ ในขณะที่ โปลันสกี้ รอดชีวิตเพราะอยู่ยุโรปขณะนั้น

นี่เป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งในวงการฮอลลีวู้ด ที่เควนติน ทารันติโน ผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีสไตล์สร้างหนังแปลกๆ แหวกทุกขนบของการเล่าเรื่อง เกิดแรงบันดาลใจที่จะเล่าเรื่องแวดวงฮอลลีวู้ดยุคนั้นใน “สไตล์เควนติน” ขึ้นมา

เควนติน เคยประกาศว่าเขาจะกำกับหนังยาวแค่ 10 เรื่อง แล้วจะเกษียณตัวเอง Once Upon A Time in Hollywood เป็นเรื่องที่ 9 ที่เขากำกับ สื่อต่างประเทศนิยามหนังเรื่องนี้ว่า “หนังหลายเส้นเรื่องที่ฉายภาพเทพนิยายยุคใหม่ ในห้วงเวลาสุดท้ายของยุคทองของฮอลลีวู้ด”

หนังอ้างอิงจากเรื่องจริงที่ย้อนกลับไปในปี 1969 เล่าเรื่องตัวละครสามคนในแวดวงฮอลลีวู้ด ริค ดาลตัน (ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ) ดาราคาวบอยซีรีส์ทีวี ที่อายุมากและอยู่ช่วงขาลง เขาต้องดิ้นรนเพื่อรักษาสถานภาพความเป็นดารา ด้วยการผันตัวไปแสดงหนังฮอลลีวู้ด ถูกลดบทบาทจากพระเอกเป็นดาวร้ายที่ถูกพระเอกรุ่นใหม่เหยียบย่ำขึ้นไปมีชื่อเสียง

คู่หูและสตันท์ของริค คือ คลิฟฟ์ บู้ธ (แบรด พิตต์) ที่ติดตามริคไปทุกหนทุกแห่ง ทำงานเล็กๆ น้อยๆ ให้ และแน่นอนว่าเมื่อตัวเอกถูกลดบทบาท และงานแสดงน้อยลง คนเป็นสตันท์แมนก็อยู่ในภาวะเดียวกัน

พิตต์บอกว่า “พวกเขาเป็นครอบครัวที่แท้จริงของกันและกัน ตัวละครของเราถูกสร้างขึ้นจากความสัมพันธ์ระหว่างนักแสดงกับสตันท์แมนที่มีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างทั้งคู่ ที่ปัจจุบันความสัมพันธ์นี้มันฉาบฉวยกว่าคลิฟฟ์และริคที่พึ่งพากันจริง”

ตัวละครเอกตัวสุดท้ายคือ ชารอน เทต ( มาร์โกต์ ร็อบบี้) ขณะที่ริคและคลิฟฟ์อยู่ในภาวะตกต่ำ ชารอนอยู่ในช่วงขาขึ้น เป็นดาราจรัสแสงในแวดวงฮอลลีวู้ด ได้แต่งงานกับผู้กำกับหนังที่เริ่มดัง บ้านของชารอนและริคอยู่ติดกัน หนังจับชีวิตดาราสามคน ที่วิถีชีวิตไม่เหมือนกันมารวมกันได้อย่างชวนลุ้นและต้องจับตามองว่าเควนตินจะเล่าเรื่องนี้ออกมาอย่างไร

Once Upon A Time in Hollywood มีลายเซ็นผู้กำกับชัดเจน ไม่ใช่หนังสำหรับคนดูหนังทุกคน เลือดไม่สาดเท่าหนังเรื่องอื่นของผู้กำกับคนนี้ แต่ยังคงเอกลักษณ์บทสนทนาเยอะ ทั้งจิกกัด กวน เสียดสี และสะท้อนภาพวงการมายายุคนั้น

ได้เห็นความสุข ความทุกข์ของคนในวงการบันเทิง ผสมผสานทั้งคนที่มีชีวิตจริงยุคนั้นกับตัวละครที่สร้างขึ้นใหม่ เช่น ริค และ คลิฟฟ์ ที่มีบุคลิกของดาราจริงๆ หลายคนผสมปนเปกัน รวมทั้งเรื่องราวต่างๆ ในหนังก็มีทั้งเรื่องจริงและเรื่องแต่งที่ออกแนวฮาๆ กวนๆ

ผู้ชมได้เห็นกระทั่งบรู๊ซ ลี (ไมค์ โมห์) ในลุคที่ไม่คาดคิด ปะทะกับสตันท์แมนที่เคยเป็นอดีตทหารกรีนเบเรต์อย่างคลิฟฟ์ แต่หนังของเควนตินก็มักจะเป็นอย่างที่คนดูกล่าวกันคือ “อะไรก็เกิดขึ้นได้ในหนังเควนติน” แน่นอนว่า ทายาท บรู๊ซ ลี คือ แชนนอน ลี ต้องไม่พอใจจนเกิดเป็นวิวาทะ แต่เป็นอย่างไรไปดูกันเอง

นักแสดงเอกทั้งสามคนแสดงได้สุดยอด ดิคาปริโอ ในบทพระเอกแก่ ขาลง อ่อนแอ ขี้เหล้าข าดความเชื่อมั่นในตัวเอง แบรด พิตต์ ดูแก่กว่าเรื่องอื่นๆ แต่มาดแมน เท่ และมีเสน่ห์มาก มาร์โก ร็อบบี้ สดใส น่ารักจนคนดูอยากเอาใจช่วย

พร้อมทัพนักแสดงหลายรุ่น รุ่นตำนานแบบ อัล ปาชิโน และ เคิร์ท รัสเซล วัยรุ่นแบบ ดาโกตา แฟนนิง และอีกหลายคนที่แสดงได้อย่างน่าประทับใจ

นี่เป็นอีกครั้งที่เควนตินสามารถคืนชีพหนังยุค 1969 ให้กลับมามีชีวิต ได้สัมผัสอดีต ย้อนความหลัง บรรยากาศบ้านเมือง รถราเครื่องใช้เก่าๆ รวมทั้งเพลงในอดีตที่ฟังสนุก เช่น California Dreaming

ทั้งยังได้ดูหนังหลายเรื่องซ้อนกันในภาพยนตร์เรื่องนี้

บทความก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีดูแตร์เต ถูก”ตุ๊กแก”แซว !!!
บทความถัดไปการเคหะแห่งชาติใช้อาคารแปลง G เป็นจุดเริ่มต้นขับเคลื่อนสมาร์ทซิตี้