‘สุจิตต์’ บุกดงหนาม ฟันธงพระนามปริศนา ‘เจ้าฟ้าอากาศนาถนรินทร์ ที่แท้ ‘พระเจ้าเสือ’

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม นายสุจิตต์ วงษ์เทศ คอลัมนิสต์ในเครือมติชน เปิดเผยถึงข้อสันนิษฐานใหม่เกี่ยวกับ ‘วัดเจ้าฟ้าอากาศนาถนรินทร์’ ซึ่งเป็นชื่อที่ปรากฏในนิราศวัดเจ้าฟ้า ของสุนทรภู่ โดยระบุว่า ล่าสุดตนค้นคว้าข้อมูลประกอบหลักฐานต่างๆ ทางจากข้อความในวรรณคดีเรื่องดังกล่าวประกอบกับภูมิศาสตร์ อีกทั้งร่องรอยอื่นๆ พบว่า วัดเจ้าฟ้าอากาศนาถนรินทร์ ซึ่งไม่ทราบแน่ชัดว่าอยู่ที่ใดนั้น มีความเป็นไปได้ว่า คือวัดสนมไทย บนเขาพนมยงค์ บ้านหินกอง อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ไม่ใช่วัดเขาดิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาอย่างที่เชื่อกัน และไม่น่าจะใช่วัดพระพุทธฉาย อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี อย่างที่ตนเคยเขียนบทความไว้หลายครั้ง ยอมรับว่าที่ผ่านมาเคยมองข้ามวัดสนมไทย บรเขาพนมยงค์ไป แต่ไปให้ความสำคัญกับวัดพระพุทธฉาย เนื่องจากเป็น ‘แลนด์มาร์ก’ ซึ่งเป็นที่รู้จักมานาน แต่เมื่อได้ลงพื้นที่สำรวจและตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม โดยเฉพาะข้อความในนิราศท่อนที่ระบุว่า  “พอเย็นจวนด่วนเดินขึ้นเนินโขด ถึงตาลโดดดินพูนเป็นมูลสูง”

พบว่ามีความใกล้เคียงกับสภาพภูมิประเทศบริเวณวัดแห่งนี้มากกว่า เนื่องจากไม่ได้อยู่บนภูเขา แต่อยู่ช่วงเนินหรือปลายเขาที่พื้นที่ยกสูงไม่มากนักและมีก้อนหินใหญ่น้อยมากมาย ที่โดดเด่นคือ หินขนาดใหญ่ 3 ก้อนเรียงกันที่ดูมีลักษณะพิเศษ ซึ่งในสมัยโบราณมักถูกเชื่อมโยงกับความศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งไปกว่านั้น คำว่า เจ้าฟ้าอากาศนาถนรินทร์ ยังมีความหมายเชื่อมโยงกับ ‘พระเจ้าเสือ’ แห่งกรุงศรีอยุธยา


“อากาศ คือท้องฟ้า นาถนรินทร์ คือที่พึ่งของมวลเทวดา ในคำให้การชาวกรุงเก่ากับคำให้การขุนหลวงหาวัด เรียกพระเจ้าเสือว่าพระศรีสุริเยนทร์ ซึ่งหมายถึงพระอาทิตย์ เจ้าฟ้าอากาศคือใคร ก็คือพระอาทิตย์ ซึ่งเป็นผู้เป็นใหญ่แห่งท้องฟ้า นี่คือสิ่งที่ตรงกันอย่างไม่น่าเชื่อ อย่างไรก็ตาม เป็นไปได้ว่าชื่ออาจพ้องกัน แต่สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือ บริเวณนี้ที่เรียกกันว่าเขาพนมยงค์ จริงๆแล้วเดิมคือคำว่าพนมโยง หมายถึง เป็นพื้นที่เชื่อมต่อ หรือโยงกับเขาลูกใหญ่ ปรากฏในสมุดภาพไตรภูมิ สมัยอยุธยาแสดงว่าเป็นที่รับรู้กันมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ในพระราชพงศาวดารบอกว่า พระเจ้าเสือเคยเสด็จมาประทับอยู่ที่นี่ ทั้งหมดนี้ชี้ว่าเจ้าฟ้าอากาศนาถนรินทร์คือพระเจ้าเสือแน่นอน” นายสุจิตต์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุจิตต์ ได้เดินทางยังไปวัดสนมไทยด้วยตนเอง โดยเดินเท้าลุยดงหนามไปถึงหิน 3 ก้อนใหญ่ เกิดอาการเหนื่อยหอบจนต้องหยุดนั่งพักเป็นเวลานาน อีกทั้งอาการหมดแรงที่ขาข้างหนึ่งกำเริบ แต่นายสุจิตต์ยืนยันว่าตนยังไม่แก่ แค่เวลาในชีวิตเหลือน้อย

 

ทั้งนี้ นายสุจิตต์เตรียมนำหลักฐานทั้งหมดเปิดเผยอย่างละเอียดในรายการ ‘ขรรค์ชัย-สุจิตต์ ทอดน่องท่องเที่ยว’ ประจำเดือนธันวาคม เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กมติชนออนไลน์, ข่าวสด, ศิลปวัฒนธรรม และยูทูปมติชนทีวี ในวันอังคารที่ 31 ธันวาคม เวลา 14.00 น.

บทความก่อนหน้านี้สภาล่มซ้ำ 2 รอบ รัฐบาลร้าวเขย่าเก้าอี้”บิ๊กตู่” สัญญาณความเสื่อมมาถึงแล้ว
บทความถัดไป686 องค์กร ออกแถลงการณ์ 5 ข้อ ย้ำเอาผิด ‘สุริยะ’ เดินหน้าแบน 3 สารพิษ