Star Wars: The Rise of Skywalker ปิดตำนานมหากาพย์

Star Wars: The Rise of Skywalker ปิดตำนานมหากาพย์

Star Wars: The Rise of Skywalker ปิดตำนานมหากาพย์

ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา Star Wars สงครามมหากาพย์การต่อสู้ระหว่างด้านมืดและด้านสว่าง ที่หากฝ่ายใดชนะก็จะส่งผลต่อชะตากรรมของทั้งกาแล็กซี มาถึงบทสรุปที่มีคำโปรยว่า The saga will end, the story lives forever. หลังจากอยู่คู่โลกภาพยนตร์มากว่า 40 ปี

ภาคนี้ได้ เจ.เจ. เอบรัมส์ ผู้กำกับ Star Wars: The Force Awaken ที่เริ่มเปลี่ยนผ่านตัวละครรุ่นเก่า ลุค เลอา ฮัน มาสู่ตัวละครรุ่นใหม่ เรย์ (เดซี ริดลีย์) โพ คาเมรอน (ออสการ์ ไอแซค) ฟินน์ (จอห์น โบเยก้า) กลับมาเป็นผู้ปิดตำนาน โดยจับมือ คริส เทอร์ริโอ มือเขียนบทระดับออสการ์จาก Argo มาสานต่อภาคจบ

คนดูจะได้คำตอบว่า เรย์ เด็กสาวจากกองขยะที่มีพลังเข็มแข็ง มีชาติกำเนิดที่แท้จริงอย่างไร และเรื่องราวระหว่าง เรย์ กับ ไคโล เรน หรือ เบน โซโล (อดัม ไดรเวอร์) ตัวร้าย หล่อ เท่ น่าเกรงขาม จะลงเอยเช่นไร

ทั้งสองอยู่คนละฝ่าย ไคโร เรน เป็นผู้นำปฐมภาคีที่ทรงอำนาจ เรย์อยู่ฝ่ายกบฏ แต่ทั้งสองสามารถสื่อสารกันทางจิต พูดจาโต้ตอบและสัมผัสกันได้ แม้อยู่ห่างไกลกัน ไคโล เรน พยายามดึงเรย์ให้เข้าสู่ด้านมืด เพื่อครองจักรวาลร่วมกัน ในขณะที่เรย์ก็สัมผัสถึงเศษเสี้ยวอ่อนไหวที่แฝงในจิตใจไคโล เรน

เรื่องราวของทั้งสองเดินมาสู่บทสรุปที่อาจพอเดาได้ แต่ก็ได้ภาพที่ประทับใจ

Star Wars ปัจฉิมบทไม่ได้มาพร้อมความแปลกใหม่ พล็อตเรื่องมีจุดโหว่หลายจุด ทั้งการกลับมาของตัวร้ายจากภาคเก่า พลังอำนาจพิเศษของตัวละครที่สามารถชุบชีวิตคนให้พื้นขึ้นมาได้ โดยไม่มีที่มาที่ไป

แต่หนังยังตอบโจทย์แฟนพันธุ์แท้ได้ในระดับหนึ่ง ตัวละครคนรุ่นใหม่จากสองภาคที่แล้วมาครบถ้วน นอกจากเรย์ ไคโล เรน แล้ว ยังมี โพ ฟินน์ และโรส ช่างซ่อมเครื่องสาว (เคลลี มารี ทราน)

ในส่วนตัวละครอันเป็นที่รักจากไตรภาคเก่า ก็กลับมาโลดแล่นให้เห็นบนจอ โดยเฉพาะเจ้าหญิงเลอา (แคร์รี ฟิชเชอร์ ดาราที่ล่วงลับไปแล้ว) ผ่านการนำฟุตเตจที่ถ่ายไว้แต่ไม่ได้ใช้ใน The Force Awaken มาปรับใช้ให้เข้ากับเรื่องราวภาคใหม่ และมอบบทสรุปที่ประทับใจให้คนดูได้หวนระลึกถึง

ไม่ใช่แค่เจ้าหญิงเลอา แต่ยังมีตัวละครอื่นๆ ที่เคยมีบทสำคัญเช่น แลนโด คาลริสเซียน (บิลลี่ ดี วิลเลียมส์) อดีตเจ้าของยานมิลเลนเนียมฟอลคอน ที่ฮัน ชนะพนันจนได้ยานมาครอบครอง ทั้งยังมีตัวละครในดวงใจที่ปรากฏให้คนดูเซอร์ไพรส์อีกหลายคน มีใครบ้างไปดูกันเอง

แอนดรอยด์หลักๆ มาครบครัน C3PO ที่ภาคนี้มีวาทะเด็ดที่ทำให้คนดูบางคนแอบน้ำตารื้น R2D2, BB-8 และ D–O หุ่นดรอยด์ตัวจ้อยตัวใหม่ รูปทรงกรวย และมีส่วนล่างเป็นล้อ ที่มาเป็นลูกคู่กับ BB-8

ตัวประกอบมนุษย์ต่างดาวหน้าแปลกประหลาดหลากหลายรูปแบบ ปรากฏตัวให้หวนคิดไปถึงไตรภาคดั้งเดิม ที่มีมนุษย์ต่างดาวหน้าตาทำนองนี้หลายตัว เพิ่มเติมด้วยตัวละครใหม่ที่มาเสริมทัพทั้งด้านมืด ด้านสว่าง ให้มีสีสันและเรื่องราวที่มีมิติมากขึ้น

และก็ไม่ใช่แค่นักแสดง ที่ผู้กำกับ เจ.เจ. เอบรัมส์ นำกลับมาพบกับคนดู คอมโพสเซอร์ของภาคนี้ ยังคงได้ จอห์น วิลเลียม มาทำเพลงประกอบ ซึ่งเขาบอกว่าจะเป็นการทำเพลงของหนังเรื่องนี้ครั้งสุดท้าย เสียงกระหึ่มของเพลงประกอบ สร้างทั้งความฮึกเหิมและความอาลัย

ฉากสงครามท้ายเรื่อง ยิ่งใหญ่แบบจักรวาล Star Wars มีฉากดวลไลท์เซเบอร์ระหว่าง เรย์ กับ เรน ที่ห้ำหั่นกันอย่างจริงจัง แม้ต่างฝ่ายจะแอบมีใจให้กัน

หนังอาจไม่ถูกใจคนดูทุกคน แต่โดยรวมยังคงเป็นหนังที่สนุก ปิดตำนานหนังมหากาพย์ที่ยิ่งใหญ่เรื่องนี้ได้อย่างน่าจะอยู่ในความทรงจำของหลายคน

ขอจบวิจารณ์หนังเรื่องนี้ด้วยประโยคที่เป็นอมตะตลอดกาลของหนัง Star Wars “May the force be with you.”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘มอยส์’ เต็งจ๋า! ‘เวสต์แฮม’ สั่งเด้ง ‘เปเญกรินี่’ พ้นเก้าอี้ เซ่นแพ้ ‘เลสเตอร์’ คาบ้าน
บทความถัดไป‘FTREIT’เพิ่มทุนครั้งที่ 2 กว่า 3 พันล้านบาท ม.ค.63