หนังภาคต่อสองแนว Bad Boys for Life และ Ip Man 4

หนังภาคต่อสองแนว Bad Boys for Life และ Ip Man 4

Bad Boys for Life

ไม่ผิดหวังเลยสำหรับการกลับมาของหนัง Bad Boys หลัง 17 ปีผ่านไป แม้ผู้กำกับจะไม่ใช่ ไมเคิล เบย์ เจ้าพ่อหนังระเบิดภูเขาเผากระท่อม เปลี่ยนเป็น เอดิล เอล อาร์บี และ บิลัล ฟัลลาห์ ผู้กำกับที่แม้จะเคยได้รางวัลหนังยอดเยี่ยมจากหลายเทศกาล แต่คนไทยไม่รู้จัก

แต่ผู้กำกับทั้งสองก็สามารถเก็บเอกลักษณ์และรายละเอียดของหนัง Bad Boys ทั้งสองภาค ทั้งในเรื่องความป่วน กวน ฮา ของสองตำรวจคู่หู ไมค์ ลาวรีย์ (วิลล์ สมิธ) และ มาร์คัส เบอร์เน็ตต์ (มาร์ติน ลอว์เรนซ์) และฉากบู๊ดิบๆ แบบหนังแอคชั่นของไมเคิล เบย์ มาผสานกับแนวทางของตนได้เนียนและลงตัว จนไม่น่าเชื่อว่านี่ไม่ใช่ฝีมือผู้กำกับคนเดิม

เนื้อหาของหนังก็สอดคล้องกับสภาพทางกายของตัวละคร ที่เมื่อเวลาผ่านไป ไมค์และมาร์คัสเริ่มเข้าวัยใกล้เกษียณ มาร์คัสเป็นคุณตาและอยากเกษียณอย่างสงบสุข แต่ไมค์ยังคงระห่ำ มุทะลุ ไม่ทำอะไรตามกติกา และมุ่งมั่นจะทำงานที่เขารักจนถึงอายุ 100 ปี

แต่สถานการณ์พลิกผัน อาเรตัส เจ้าแม่ค้ายาเสพติด แหกคุกหนีออกมาได้ ไมค์เป็นเป้าหมายหลักที่เธอสั่งให้ลูกชาย อาร์มานโด (เจคอบ ซิพิโอ) ชำระแค้นให้เธอและครอบครัว มาร์คัสจึงต้องกลับมาสานต่อตำนาน Bad Boys เพื่อช่วยไมค์ และโค่นนักค้ายาเสพติดรายนี้

ปรกติหนังแอคชั่นมันหยดแบบนี้ พล็อตเรื่องมักกลวง แค่มีเนื้อหาให้ใส่แอคชั่นมันๆ เข้าไปได้ก็พอ แต่ Bad Boys For Life ทั้งผิดคาดและเกินคาด

บทหนังสนุกมากและไปได้สุดทุกทาง ทั้งความมันในความเป็นหนังแอคชั่น ทั้งพล็อตเรื่องที่พูดถึงมิตรภาพระหว่างเพื่อน และดราม่าครอบครัว แถมหักมุมอย่างไม่คาดคิด ด้วยฝีมือนักเขียนบทหนังถึงสามคน คริส เบรมเนอร์, โจ คาร์นาฮาน , และ ปีเตอร์ เครก

หนังภาคนี้เพิ่มภูมิหลังของไมค์ก่อนจะมาเป็นคู่หูกับมาร์คัส และมีตัวร้ายที่ เก่งกาจ โหด แต่ไม่ฆ่าคนที่ไม่เกี่ยวข้อง แถมท้ายด้วยเอ็นด์เครดิตที่ทำให้เชื่อว่าหนังน่าจะมีภาคต่อ

ตัวละครเอกทั้งสองตัว ไมค์และมาร์คัส เป็นตัวละครที่มีเสน่ห์มากๆ บทจิกกัด รับส่งมุขสนุกสนานและฮามาก ไมค์บ้าระห่ำเกินสังขาร ขณะที่มาร์คัสยังคงมีบุคลิกกลัวเมียแต่รักเพื่อน เป็นความขัดแย้งบนความสัมพันธ์ที่ดูเรียลและจริงใจ

ฝีมือวิลล์ สมิธ เชื่อถือได้อยู่แล้ว แต่มาร์ติน ลอว์เรนซ์ เรื่องนี้ มีบทที่ฮาสุดๆ เข้ากันดีกับเนื้อหาในเรื่อง แม้ระยะหลังๆ ไม่ค่อยเห็นเขาแสดงหนังมากนัก แต่ฝีมือการแสดง Bad Boys ภาคนี้ น่าประทับใจจนแค่นึกก็ต้องอมยิ้ม

ฉากแอคชั่นสะใจคอหนังแนวนี้ และมีติดต่อกันเป็นชุด เป็นแอคชั่นที่แทรกความฮาได้อย่างลงตัว ฉากการต่อสู้มีทั้งแบบประชิดตัว ที่สะท้อนให้เห็นว่าแม้ไมค์จะใจสู้ขนาดไหน แต่สังขารที่ร่วงโรยไปก็ทำให้เขาไม่สามารถต่อกรกับนักฆ่าที่หนุ่มแน่นกว่าได้

ฉากระเบิดตูมตามสไตล์ไมเคิล เบย์ ยังคงมีให้เห็น แต่ที่เจ๋งสุดคือฉากมอเตอร์ไซค์ไล่ยิงกันสนั่นเมืองระหว่างไมค์กับอาร์มานโดและพรรคพวก

เดินออกจากโรงหนัง เสียงเพลง Bad Boys, Bad Boys , What you gonna do, What you gonna do when they come for you? พร้อมท่าเต้นยียวนกวนโอ๊ยของไมค์และมาร์คัสยังตามออกมานอกโรง

หนังมีเซอร์ไพรส์ทั้งในส่วนเนื้อเรื่อง และการที่อยู่ดีๆ ไมเคิล เบย์ ก็โผล่มาเป็นนักแสดงรับเชิญให้คนดูตื่นเต้นเล่น แต่เขาแสดงเป็นใครนั้น ต้องไปดูกันเอง

Ip Man 4

ดอนนี เยน ประกาศชัดเจนว่า “Ip Man 4 จะเป็นหนังกังฟูเรื่องสุดท้ายในชีวิตผม แต่ผมจะเดินทางในเส้นทางของนักแสดงต่อไป”

เจิ้นจื่อตัน หรือ ดอนนี เยน เป็นทั้งนักแสดง ผู้ออกแบบฉากต่อสู้ที่มีผลงานยอดเยี่ยมจนได้รางวัลจากหลายเวที เช่น ตุ๊กตาทองฮ่องกง และม้าทองคำไต้หวัน

เป็นผู้กำกับคิวบู๊ของหนังฮ่องกง และหนังฮอลลีวูด อาทิ เช่น Blade 2, Stormbreaker และยังเป็นผู้นำศิลปะการต่อสู้แบบ Mixed Martial Arts มาสู่โลกภาพยนตร์ จนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก

แม้จะมีความสามารถหลายด้าน แต่บทปรมาจารย์ยิปมัน เป็นบทบาทการแสดงที่ทำให้คนดูส่วนใหญ่ประทับใจ และติดตามการแสดงของดอนนี เยน ตลอดมา ตั้งแต่ปี 2008 จนมาถึงภาคสุดท้าย ปี 2020 รวมมีหนัง Ip Man ออกมาทั้งหมด 4 ภาค

นึกเสียดายที่จะไม่ได้เห็นเขาในบทบาทนี้อีก แม้ ดอนนี เยน จะเคยแสดงหนังฮอลลีวูดอย่าง xxx: Return of Xander Cage หรือหนังดังภาคแยกของ Star Wars อย่าง Rogue One: A Star Wars Story มาแล้ว แต่คนดูส่วนใหญ่ยังคงชื่นชมกับบทบาทการเป็นอาจารย์ยิปมันมากกว่าบทอื่นอยู่ดี

จริงๆ หนังยิปมันทั้งสี่ภาคเดินเรื่องในแนวเดิมๆ ยิปมันต้องต่อสู้กับคนทั้งเชื้อชาติเดียวกัน เชื้อชาติอื่น ทั้งที่เป็นคนเอเชียและคนตะวันตก โดยใช้วิชามวยหย่งชุน เพื่อปกป้องความยุติธรรม กอบกู้ศักดิ์ศรี ไม่ให้ใครดูถูก เหยียดผิว หรือเหยียบย่ำมวยจีน

เนื้อหาเป็นแนวเดียวกันทั้งหมด แต่ความสนุกและความน่าดูของหนังอยู่ที่ดอนนี เยน ที่แสดงเป็นยิปมัน ด้วยมาดนิ่ง สุขุม ต่อสู้อย่างมีสติด้วยลีลามวยหย่งชุน ทำให้หนังมีเสน่ห์และผูกใจคนดู จนไม่ว่ายิปมันจะมีกี่ภาค คนดูก็คงจะตามดู แม้จะรู้ว่าเนื้อหาไม่ถึงกับมีอะไรแปลกใหม่

ภาคนี้สังเวียนการต่อสู้ไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศจีน แต่เกิดขึ้นที่ไชน่าทาวน์สหรัฐอเมริกา ยิปมันเดินทางไปอเมริกาตามคำเชิญของศิษย์เอก บรูซ ลี (เฉินกั๋วคุน) ที่สร้างชื่อเสียงอยู่ที่สหรัฐ และเขียนหนังสือตำรากังฟูเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งสมาคมชาวจีนต่อต้านและไม่เห็นด้วย

สมาคมชาวจีนมองว่ากังฟูควรจะเป็นศิลปะการต่อสู้เฉพาะของคนจีนเท่านั้น ในขณะที่บรูซ ลี อยากเผยแพร่กังฟูให้เข้าสู่วงการที่เป็นสากลมากขึ้น

จุดประสงค์หลักในการไปอเมริกาของยิปมันคือเขาอยากสร้างอนาคตที่ดีให้ลูกชาย ด้วยการส่งลูกชายไปเรียนที่นั่น แต่อเมริกาไม่ใช่ดินแดนแห่งเสรีภาพและความเท่าเทียมตามที่ยิปมันคิด

ยิปมันได้เห็นการดูถูก เหยียดผิว และความอยุติธรรมที่คนจีนอพยพต้องเผชิญ จึงได้ร่วมกันกอบกู้ศักดิ์ศรีชาวจีน และพิสูจน์ให้ชาติตะวันตกเห็นคุณค่าของศิลปะมวยกังฟู

ฉากการต่อสู้ถือเป็นไฮไลท์ของหนังยิปมัน ภาคนี้มีไม่มาก แต่ละฉากสะใจ น่าดู และเท่มาก คนดูรู้ตั้งแต่ภาคแรกแล้วว่า บรูซ ลี เป็นศิษย์อาจารย์ยิปมัน ภาคนี้ได้เห็นฝีมือกังฟูของบรูซ ลี อย่างเต็มตา น่าดูทั้งท่ากังฟูและลีลาควงกระบอง

ยังมีฉากยิปมันตามไปต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีและชนชาติที่ฐานทัพอเมริกัน การสู้ครั้งนี้คนดูได้เห็นลีลาที่สง่างาม แม้ยิปมันจะมีวัยที่สูงขึ้น พละกำลังน้อยลง แต่การอ่านเกมและตอบโต้อย่างมีสติ ทำให้การต่อสู้ครั้งสุดท้ายในบทยิปมัน เป็นลีลาที่น่าจดจำ จนเสียดายที่จะไม่ได้เห็นดอนนี เยน ในบทบาทนี้อีก

Ip Man 4 ปิดฉากได้อย่างน่าประทับใจ ดราม่าภาคนี้เข้มข้นกว่าทุกภาค แถมหนังยังมีสีสันด้วยความสวยน่ารักของสาวลูกครึ่งจีน-เยอรมัน วานด้า มาร์กราฟ ในบทโยนาห์ ลูกสาวนายกสมาคมมวยจีนไชนาทาวน์

สำหรับ ดอนนี เยน เชื่อว่าหลายคนคงรอชมบทบาทใหม่ของเขาในหนังมู่หลาน 2020 ภาคคนแสดง แต่จะสวมบทเป็นใครนั้น ต้องติดตามดูกัน

บทความก่อนหน้านี้‘สยามคูโบต้า’ โกยรายได้ 54,000 ลบ. เร่งปั้น ‘เกษตรอัจฉริยะง ดันเป้าโต 5-10%
บทความถัดไปล็อกถล่ม ‘ซาสซูโอโล่’ เปิดบ้านโค่น ‘โรม่า’ 4-2 คว้าชัยศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี