A Monster Calls พูดเรื่องการเติบโต ผ่านความเจ็บปวด

A Monster Calls พูดเรื่องการเติบโตผ่านความเจ็บปวด

A Monster Calls พูดเรื่องการเติบโตผ่านความเจ็บปวด

เห็นชื่อเรื่องและตัวอย่างหนังที่มีเด็กและอสุรกายเป็นต้นไม้ อย่าหลงคิดว่านี่เป็นหนังสำหรับเด็ก หรืออสุรกายต้นไม้จะออกแนวแฟนตาซีน่ารักๆ เหมือนกรูฟในหนัง Guardian of the Galaxy เชียวนะ แม้จะเป็นหนังแฟนตาซี แต่มีความเป็นดรามาสูงมาก และได้รับเรท PG-13 ทีมผู้สร้างอธิบายว่า มีบางฉากที่อาจจะน่ากลัวเกินไปสำหรับเด็ก แต่เรากลับคิดว่าหนังไม่น่ากลัวหรอก แต่อาจเครียดและซับซ้อนเกินไปสำหรับเด็ก

A Monster Calls เป็นวรรณกรรมเยาวชนที่แพทริค เนสส์ เขียนต่อจาก ชิโบห์น ดาวด์ นักเขียนผู้ล่วงลับ ซึ่งได้เขียนบทนำไว้ประมาณ 1,000 คำ ทั้งเขียนโครงเรื่องและออกแบบตัวละครบางตัวไว้ นิยายเรื่องนี้ได้รับการตีพิมพ์เป็นภาษาต่างๆ เกือบสี่สิบภาษา กวาดคำชมและคว้ารางวัลรางวัลมากมาย จากแวดวงวรรณกรรมหลายประเทศ

ผู้กำกับหนังเรื่องนี้คือ เจ เอ บาโยนา ผู้กำกับชาวสเปน ที่คนไทยรู้จักเขาจากหนัง The Impossible เรื่องจริงของครอบครัวชาวยุโรปที่ประสบสึนามิในประเทศไทย บาโยนาเป็นผู้กำกับที่สร้างหนังบีบคั้นอารมณ์และเล่นกับอารมณ์คนดูอย่างฉกาจ จนทอม ฮอลแลนด์ ได้เกิดจากหนัง The Impossible และไปไกลจนถึงบท Spider Man มาแล้ว มาเรื่องนี้ เขาก็สามารถกำกับให้ ลูอิส แม็คดูกัลล์ เด็กตัวเอกของเรื่อง แสดงอารมณ์ต่างๆ ได้อย่างเกินวัย

หนังเล่าถึงชีวิตเด็กชายวัยสิบสามขวบ คอเนอร์ โอมัลลี (ลูอิส แม็คดูกัลล์) ที่ต้องรับมือกับปัญหาสาหัสที่ถาโถมเข้ามา เริ่มจากแม่ (เฟลิซิตี้ โจนส์) ป่วยหนักด้วยโรคมะเร็ง พ่อ (โทบี้ แคมเบลล์) ทิ้งเขาไปอยู่กับครอบครัวใหม่ที่สหรัฐอเมริกา เขาต้องอยู่กับยาย (ซิกอร์นีย์ วีเวอร์) ที่แสนจะเข็มงวดและเข้ากับเขาไม่ค่อยได้ ทั้งยังถูกเพื่อนที่โรงเรียนกลั่นแกล้งรังแกไม่เว้นแต่ละวัน

ในฝันร้ายของคอเนอร์ทุกคืน ต้นยิวอายุกว่าพันปีในสุสานกลายร่างเป็นอสุรกายต้นไม้ (เลียม นีสัน) ออกมาหาเขาหลังเที่ยงคืน เพื่อเล่านิทานให้ฟังสามเรื่อง โดยมีเงื่อนไขว่าพอนิทานเรื่องที่สามจบ คอเนอร์ต้องเป็นผู้เล่าเรื่องที่สี่ และต้องพูดความจริง นิทานทั้งสามเรื่องของอสุรกายต้นไม้ ไม่ใช่นิทานน่ารักจบอย่างมีความสุข แต่เป็นเรื่องที่สอนให้คอเนอร์รู้จักกับความสูญเสีย ความเสียสละ และพลังศรัทธา

เนื้อเรื่องค่อนข้างหดหู่ หม่นหมอง เป็นหนังที่ต้องตั้งใจดู มีสัญลักษณ์ที่ต้องอาศัยการตีความมากมาย อสุรกายต้นไม้อาจไม่มีจริง เป็นแค่จินตนาการที่คอเนอร์ใช้เพื่อหาทางออกกับปัญหา แถมนิทานสามเรื่องที่อสูรเล่า ก็แฝงข้อคิดมากมาย

ในแง่นักแสดง ทุกคนแสดงดี ที่หนึ่งต้องยกให้ลูอิส แม็คดูกัลล์ นักแสดงเด็กที่บุคลิกเศร้าลึกและเก็บกด เขาชนะการแคสท์บทจากเด็กนับพัน เพราะผู้กำกับชอบความเปราะบางในสีหน้า แววตา ท่าทาง และน้ำเสียงของเขา ที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ของคนที่สร้างกลไกปกป้องตัวเอง ให้พ้นจากความเจ็บปวดได้อย่างสมบทบาท

เฟลิซิตี้ โจนส์ ในบทคนป่วยมะเร็งใกล้ตาย ไม่มีเค้าคุณหมอสาวสวยในหนัง Inferno เรื่องนี้เธอยอมลดน้ำหนักหลายกิโล เพื่อรับบทแม่ใกล้ตาย ซีกอร์นีย์ วีเวอร์ รับบทยายเข้มงวดผู้รักหลาน แต่ซ่อนความรู้สึกไว้ภายใน จนหลานเกลียดชัง และระเบิดอารมณ์โกรธเกลียด ด้วยการทำลายข้าวของในบ้าน เลียม นีสัน จากบทบู๊สุดขีดมาพากย์เสียงสัตว์ประหลาดต้นไม้ได้อย่างน่าขนลุก

เทคนิคและงานภาพหนังเรื่องนี้น่าสนใจ การเล่านิทานโดยเสนอเป็นแอนิเมชั่นคล้ายภาพสีน้ำ ทำให้นิทานดูมีมิติ สื่ออารมณ์หม่นหมองสอดคล้องกับโทนหนังโดยรวม ภาพอสุรกายต้นยิวดูน่ากลัว ฝีมือการออกแบบของ ยูเจนิโอ กาบาเยโร่ ที่เคยได้รับรางวัลออสการ์จากการออกแบบตัวละครในหนัง Pan’s Labyrinth

A Monster Calls ป็นหนังดรามาว่าด้วยการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ที่แฝงจิตวิทยาและปรัชญา หนังสอนให้เข้าใจความซับซ้อนของชีวิต ยอมรับความเจ็บปวด และก้าวข้ามมัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon