Kung Fu Panda 3 : แอนิเมชั่นแฝงแง่คิด เด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูดี

กังฟูแพนด้า เป็นหนึ่งในแฟรนไชส์แอนิเมชั่น ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งในแง่คำชื่นชมและรายได้

การกำหนดให้โป แพนด้าตัวกลมตุ้ยนุ้ยเป็นจอมยุทธ์กังฟู ทั้งๆ ที่มีสรีระขัดกับศิลปะการต่อสู้แบบที่ต้องอาศัยความแคล่วคล่องว่องไวเคลื่อนไหวรวดเร็ว เป็นไอเดียที่บรรเจิดและได้รับการตอบรับ

จนภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นความสำเร็จของค่าย Dream Works Animation กังฟูแพนด้าทั้งสองภาคได้รับการเสนอชิงรางวัลออสการ์ แม้จะไม่ได้รางวัลนี้ แต่ก็ได้รับรางวัลจากเวทีอื่นๆ เช่น Annie Award

สำหรับภาคสามนี้ ทีมสร้างยังเป็นทีมงามเดิมคือเจนนิเฟอร์ ยู เนลสัน และอเลสซานโดร คาร์โลนี่ ผู้เขียนบทยังคงได้ โจนาธาน เอเบล และเกลบบ์ เบอร์เกอร์ ซึ่งเขียนบทสองภาคแรก นักออกแบบงานสร้าง (ตัวละคร สถานที่ การให้แสง และงานศิลป์) คนเดิมคือ เรย์มอนด์ ซิบาค

และที่สำคัญที่ทำให้ตัวละครมีเสน่ห์และมีชีวิตชีวาคือ ทีมนักพากย์ซึ่งแต่ละคนเก่งและมีจังหวะในการปล่อยมุข ยังคงเป็นทีมเดิมเช่นกัน โป (แจ็ค แบล็ค) อาจารย์ชิฟู (ดัสติน ฮอฟฟ์แมน) ไทเกรส (แองเจลินา โจลี่) มังกี้ (แจ็คกี้ ชาน) กระเรียน (เดวิส ครอส) ตั๊กแตน (เซธ โรแกน) และอสรพิษ (ลูซี ลิว)

กังฟูแพนด้าภาคนี้ ทิ้งห่างจากภาคที่สองถึงห้าปีเต็ม มีการสร้างเอฟเฟคและใช้เสียงดนตรีเป็นแนวไชนิส สไตล์ ฮานส์ ซิมเมอร์ ผู้ทำดนตรีประกอบหนังเรื่องนี้ ทำงานร่วมกับศิลปินจีนหลายคน

ฉากการต่อสู้ระหว่างโปกับไค และการปกป้องชุมชนแพนด้าจากซอมบี้หยก (ลูกสมุนไค) นอกจากจะใช้แสงสีอลังการแล้ว ดนตรีประกอบยังเอาเสียงเตะ ต่อย มาผสมกับเสียงดนตรีซึ่งเป็นเครื่องดนตรีจีนหลากชนิด ทำให้รู้สึกทั้งมันและสนุกสนาน ผสมอารมณ์ขันอันเกิดจากการต่อสู้ที่เอาบุคลิกน่ารักขี้เล่นของแพนด้ามาเป็นกลยุทธในการปะทะศัตรู เด็กๆ น่าจะชอบฉากนี้เป็นพิเศษ

โปในภาคนี้ต้องพบกับบททดสอบที่ทำให้เขาต้องพัฒนาตัวเอง โปเป็น “นักรบมังกร” ในตำนาน เขาเป็นศิษย์เอกของอาจารย์ชิฟู แต่ภาคนี้โปต้องเปลี่ยนตัวเองจากการเป็นศิษย์ มาเป็นอาจารย์สอนกังฟูให้กับสหายจอมยุทธทั้งห้า ไทเกรส มังกี้ กระเรียน อสรพิษ และตั๊กแตน

รวมทั้งเมื่อได้พบหลี่ซาน พ่อที่แท้จริงของเขา และร่วมกันเดินทางกลับหมู่บ้านลับแลแพนด้าเพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตของแพนด้า ที่นั่นเขาต้องสอนกังฟูให้แพนด้าทุกตัวเพื่อพร้อมรับมือกับไค (ฉากการฝึกแพนด้าในหมู่บ้านเป็นฉากเด็ดที่ทั้งน่าขันและน่าเอ็นดู)

ไควายร้ายจากโลกแห่งวิญญาณ มีรูปลักษณ์เป็นกระทิงป่าตัวใหญ่ (พากย์เสียงโดย เจ เค ซิมมอนส์ นักแสดงรางวัลออสการ์ปี 2014 จากเรื่อง Whiplash) ไคสะสมความแค้นที่รู้สึกว่าถูกอาจารย์อูเกวทรยศ เพราะอูเกวเป็นคนส่งไคไปกักขังในปรภพ จึงตามล้างแค้นศิษย์ทุกคนของอูเกว ไคกลับสู่พื้นโลกได้เพราะพบวิธีดูดพลังชิจากอาจารย์กังฟูอื่นๆ มาเป็นของตัวเอง

แม้รูปลักษณ์ไคจะออกแนวโหดเถื่อน แต่ไคมีความเพี้ยนที่ยอมรับไม่ได้กับการเป็น “โนบอดี้” หรืออสูรร้ายที่ใครไม่รู้จัก ไคเคยมีฉายามากมายตั้งแต่ อสูรสุมแค้น เจ็บปลิดชีพ ผู้สร้างแม่ม่าย แต่เขาถูกกักขังนานจนใครๆ ก็ลืมเขาหมดแล้ว

ลูกเล่นการพากย์ของซิมมอนส์ ทำให้ไคดูเป็นตัวร้ายที่ผสมผสานกันระหว่างความตลกเพี้ยนๆ กับอันตราย ที่ดูแล้วต้องหัวเราะ เมื่อมาพบกับโป ฉากการปะทะคารมระหว่างตัวละครทั้งสองน่ารักน่าขัน จนเรียกรอยยิ้มจากคนดูโดยไม่รู้ตัว

แอนิเมชั่นเรื่องนี้งดงามทั้งภาพและเรื่องราว ผสมผสานระหว่างความบันเทิงและสาระ แทรกปรัญชาจีนเกี่ยวกับเรื่องหยิน/หยางและพลังชิ พลังที่ควรสร้างให้เกิดขึ้นด้วยตัวเองไม่ใช่ไปขโมยของคนอื่นมา

สาระที่หนังเรื่องนี้สื่อถึงคนดูก็น่าคิด คนเราสามารถเก่งได้โดยไม่ต้องเลียนแบบคนอื่น เพียงแค่ค้นหาจุดแข็งในตัวเอง และพัฒนาศักยภาพนั้นขึ้นมา

หนังน่ารักดูง่ายสบายตา ทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ ดูได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่เด็กๆ จะสนุกมากเพราะแพนด้าเป็นสัตว์ในดวงใจของเด็กๆ อยู่แล้ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ยิ้มอ่อน! อัพเดทอาการ “น้องไอดิน” หน้าตาสดใส ผิวเปล่งปลั่ง เลี้ยงง่าย ชอบแอบยิ้มมุมปาก
บทความถัดไป“อธิบดีป่าไม้”เผยร่างโซนนิ่ง ภูทับเบิก เสร็จแล้วกว่า 90% พบ 95 รีสอร์ต นายทุนรุกป่า