‘ธงทอง’ เผยวาทะ ปวศ.ช่วยมั่นใจรากเหง้า ‘สุจิตต์’ แนะ ‘สีชัง-ศรีราชา’ จับมือเผยแพร่ความรู้

‘ธงทอง’ เผยวาทะ ประวัติศาสตร์ช่วยมั่นใจรากเหง้า ‘สุจิตต์’ แนะ ‘สีชัง-ศรีราชา’ จับมือเผยแพร่ความรู้

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม เวลา 14.00 น. ที่พระจุฑาธุชราชฐาน เกาะสีชัง มีการถ่ายทอดสดรายการ “ขรรค์ชัย บุนปาน-สุจิตต์ วงษ์เทศ ทอดน่องท่องเที่ยว” ตอน เกาะสีชัง มีพระราชวัง ร.5 บนเส้นทางการค้าโลกยุคทวารวดี โดยมีวิทยากรกิตติมศักดิ์ คือ นายธงทอง จันทรางศุ ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ราชสำนัก ดำเนินรายการโดยนายเอกภัทร์ เชิดธรรมธร

นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการบริษัทมติชนจำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตนเคยมายังเกาะสีชังตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก โดยเดินทางมากับพ่อตั้งแต่ราว พ.ศ.2499 ใช้ถนนสุขุมวิทเลียบคลอง แวะที่แปดริ้วก่อน ไหว้หลวงพ่อโสธรแล้ว จึงเข้าบางแสน ศรีราชา และเกาะสีชัง

นายสุจิตต์ วงษ์เทศ คอลัมนิสต์เครือมติชน กล่าวว่า หลัง พ.ศ. 1500 บ้านเมืองเล็กๆรอบอ่าวไทยเติบโตขึ้น ไตรภูมิพระร่วงมีการกล่าวถึงเกาะสีชัง ซึ่งเป็นหลักหมายแรกของคนเดินเรือ อยู่บนเส้นทางเดินเรือ โดยอยุธยาอยู่ทางทิศเหนือ ใครจะไปจีน ไปใต้ ไปมลายู ต้องมาเกาะสีชังก่อนวรรณคดีเรื่องกำสรวลสมุทร หรือกำสรวลศรีปราชญ์ มีโคลง 2 บทหนึ่งกล่าวถึงเขาสามมุก อีกบทกล่าวถึงเกาะ ‘สรชัง’ นี่คือ ชื่อเดิมของเกาะสีชัง สรชัง แปลว่า ภาชนะอย่างหนึ่ง สอดคล้องกับชื่อเกาะอื่นๆใต้เกาะสีชัง ซึ่งมีเกาะครก เกาะสาก ส่วนมาเพี้ยนเป็นสีชังเมื่อไหร่ ก็น่าศึกษา ส่วนชื่อพัทยา ไม่ได้เพี้ยนจากทัพพระยา เพราะเป็นชื่อลมมรสุม คือ ลมพัทยา นอกจากนี้ยังเป็นชื่อส่วย เรียก ส่วยพัทยา

นายธงทอง จันทรางศุ กล่าวว่า เป็นที่เล่าลือแต่โบราณว่าเกาะสีชังอากาศดีเหมาะแก่การพักผ่อน ซึ่งในตอนนั้นคนยังไม่รู้จักหัวหินและชะอำ แถบนี้มีชาวกรุงนิยมมาพัก มีคำที่สมัยก่อนเรียกว่า “อาไศรยสถาน” ใครจะมาอยู่ สามารถแจ้งราชการแล้วเข้าพักได้ เกาะสีชังเริ่มต้นอาไศรยสถานในราวพ.ศ.2430 กว่าๆ คือเมื่อ 130 ปีก่อน รัชกาลที่ 4 ยังทรงรู้จักคนแก่ ชื่อ “ยามเสม” อายุ 100 กว่าปี ทรงตั้งเป็น “ท้าวคีรีรักษา” ในยุคนั้ชาวบ้านทำไร่น้อยหน่าเลี้ยงชีพ

ต่อมา ในสมัยรัชกาลที่ 5 เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ ซึ่งทรงรักมาก เกิดประชวรเมื่อมีพระชนมายุได้ 2-3 ชันษา ต้องทรงต้องเปลี่ยนอากาศ เกาะสีชังคือสถานที่ที่สะดวกที่สุด โดยประทับครั้งละหลายเดือน เสด็จราว 2-3 ปี ทรงพัฒนา ความเจริญให้เกาะสีชัง เกิดสะพานอัษฎางค์และอาคารต่างๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในตอนท้ายของรายการ นายธงทอง กล่าวปิดท้ายว่า ประวัติศาสตร์ เป็นสิ่งที่ทำให้เรามั่นใจในรากเหง้าของตัวเอง การปลูกต้นไม้ ถ้ามีรากแก้วจะ ยั่งยืนเติบโต แต่ถ้ามีแค่รากฝอย โดนลมก็ล้มได้ทั้งต้น ประวัติศาสตร์ทำให้เราอยู่กับปัจจุบันและอนาคต

ด้าน นายสุจิตต์ วงษ์เทศ มองว่า คนปัจจุบันไม่ต้องสืบทอดมรดกวัฒนธรรม ขอแค่เข้าใจ ก็เพียงพอแล้ว แต่ปัญหาคือ คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ความสำคัญของเกาะสีชัง เทศบาลเกาะสีชัง และเทศบาลศรีราชาควรร่วมมือกันเผยแพร่ความรู้ คนในท้องถิ่นจะรู้คุณค่าเอง

อนึ่งการถ่ายทอดสดครั้งนี้สนับสนุนโดยสำนักศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และพิพิธภัณฑ์พระจุฑาธุชราชฐาน

อ่านต่อ : ‘ขรรค์ชัย-สุจิตต์-ธงทอง’ ทอดน่องจุฑาธุชราชฐาน วังบนเกาะแห่งเดียวในไทย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon