“มติชน”จัด “สมานมิตรบรรเทองครั้งที่ 4” นักเขียน-คอลัมนิสต์ ร่วมงานคึกคัก!

เริ่มแล้ว! สมานมิตรบรรเทองครั้งที่ 4 รวมนักเขียน-นักวิชาการ ร่วมงานคึกคัก อย่างฮา! “คำผกา” อู้กำเมืองกลางงาน “สมานมิตร” ก่อนโดน “ฐปนีย์” แล่งใต้ เกทับ

เมื่อเวลา 17.30น. วันที่ 16 พฤศจิกายน ที่ศูนย์ฝึกอบรมอาชีพมติชน (มติชนอคาเดมี) บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) จัดงาน “สมานมิตรบรรเทอง 2561” โดยมีบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน), กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ จำกัด,บริษัท ซีพีออลล์ จํากัด มหาชน ให้การสนับสนุน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีนักเขียน คอลัมนิสต์ และนักวิชาการ เดินทางมาร่วมงานจำนวนมาก อาทิ นางวีรพร นิติประภา นักเขียนรางวัลซ๊ไรต์ 2 สมัย, พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คอลัมนิสต์ด้านประวัติศาสตร์ , นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติสาขา วรรณศิลป์, นางกนกวลี พจนปกรณ์ นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย, ดุษฎี พนมยงค์ บุญทัศนกุล ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง, ศ.ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ธรรมศาสตราภิชาน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข อาจารย์ประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายกล้า สมุทวณิช คอลัมนิสต์ในเครือมติชน, นายจรัญ หอมเทียนทอง สำนักพิมพ์แสงดาว,นายโตมร ศุขปรีชา นักเขียน , นางสาวอินทิรา เจริญปุระ นักเขียน นักแสดงชื่อดัง, นายขจรฤทธิ์ รักษา นักเขียน, นางชมัยภร บางคมบาง เป็นนักเขียน ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2557, นางกานดา วรดิลก, พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์ โดยมีนายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) พร้อมผู้บริหารในเครือให้การต้อนรับ

นายฐากูร บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) กล่าวเปิดงานว่า หลังจากห่างหายไป 3 ปีนี่เป็นหนแรกที่กลับมาจัดงานสมานมิตรบรรเทองอีกครั้ง มติชนก็เหมือนกับทุกท่านในรอบหลายปีที่ป่านมาคือประสบปัญหาลุ่มๆดอนๆ ถ้ามีกำลังวังชาปกติ เราหวังว่าจะได้พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนอย่างนี้ทุกปี แต่ที่พิเศษคือปีนี้เป็นการฉลองให้กับ คุณวีรพร นิติประภา ดับเบิ้ลซีไรต์

“ผมรู้สึกดีมากคือคำให้สัมภาษณ์ของคุณวีรพร ซึ่งมักจะพูดถึงผลงานของคนอื่นๆ ว่าอ่านเถอะ ดีทุกเล่ม เราก็อยากให้ความฝันของคุณวีรพรและความฝันของเราทุกคนเป็นจริง คือมีคนอ่านหนังสือเยอะ เราเชื่อจะบำรุงสติปัญญาและความรู้คิดพอสมควร” นายฐากูณ กล่าว

ด้านนางวีรพร กล่าวขอบคุณและบอกว่า ตนเองเริ่มเขียนหนังสือช้ามาก เรื่มเขียนตอนอายุ 40 กว่า ยังจำตอนที่คุณพัลลภ สามสี อดีตบรรณาธิการสำนักพิมพ์มติชน ทาบทามให้เขียนเล่มแรก “ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต” ไม่คิดว่าจะมาไกลขนาดนี้ และส่วนตัวไม่ได้คิดอะไรมาก ในฐานะนักเขียนหวังความรื่นรมย์ในการอ่านอย่างยิ่งให้กับผู้อ่าน นอกเหนือจากเงินคือเพื่อนฝูงที่ได้พบพานตามรายทาง ต้องขอขอบคุณมาก

พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก นายทหารนักเขียน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่มติชนซึ่งเป็นสถาบันซึ่งมีเครือข่ายทางด้านสื่อหลายอย่างตั้งแต่หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ ได้รวบรวมและเชิญบรรดานักคิดนักเขียนและนักวาดการ์ตูนมางานในวันนี้ซึ่งเราไม่รู้จักกันเพราไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน วันนี้ตนก็ต้องมาแนะนำตัวเอง เพราะปาวนาตนเองว่าไม่ได้เป็นนักเขียน แต่หาอะไรทำเพื่อผูกมัดและกระต้นตัวเองด้วยความรู้สึกว่าควรจะทำอะไรให้กับสังคม โดยเฉพาะเรื่องความรู้ ซึ่งต้องขอบคุณมติชนที่รับงานของผมเอามาเป็นส่วนหนึ่งในหนังสือพิมพ์ และพ็อกเก็ตบุ๊ก และล่าสุดได้รับคำเชิญให้ทำรายการมติชนทีวี โดยจะนำคอลัมน์ภาพเก่าเล่าตำนานที่เขียนแล้วกว่า 100 เรื่องมาเล่าผ่านรายการ

“นอกจากนี้ในงานวันนี้ผมก็ยังได้ร่วมแสดงความยินดีกับคุณวีรพร นิติประภา ซึ่งได้รับรางวัลซีไรต์เป็นปีที่ 2 จากผลงานของเธอ ผมเชื่อว่านักเขียนทุกคนมีความใฝ่ฝันที่จะทำงานของตัวเองออกมาให้ดีที่สุดและต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ซึ่งผมมองว่ามติชนพยายามทำจุดนี้อยู่ ซึ่งประเทศไทยควรจะเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้และเรียนร็อย่างไม่จบสิ้นตลอดชีวิต” พล.อ.นิพัทธ์ กล่าว

ดร.วัลยา วิวัฒน์ศร นักแปลเจ้าของผลงาน “ดาร์ตาญังกับสามทหารเสือ” วรรณกรรมชิ้นเอก ผลงานของ อเล็กซองดร์ ดูมาส์ กล่าวว่า เคยมางานสมานมิตรบรรเทองหลายปีแล้ว หลังๆ ไม่ได้เข้าร่วมเพราะไม่สะดวกบางสิ่งบางอย่าง เพิ่งมีโอกาสได้มาในปีนี้ บรรยากาศครึกครื้นสมกับเป็นงานสมานมิตรบันเทอง ปีนี้ไม่ได้นัดเพื่อนมา แต่ตั้งใจจะมาเจอกันในงาน

“ตั้งใจจะมาคุยกับวีรพร โดยเฉพาะ รู้สึกมาชื่นชม และชอบใจวิธีการสร้างตัวละคร โดยเฉพาะหนูดาว ไม่มีใครพูดถึงหนูดาว อยากรู้ว่าหนูดาวคือใคร”

นายช่วง มูลพินิจ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ประจำปี พ.ศ. 2556 กล่าวว่า โดยมากผมจะมาร่วมงานสมานมิตรบรรเทอง บรรยากาศของการจัดงานปีนี้ก็เหมือนกับทุกครั้งที่เคยมา เพียงแต่เพื่อนฝูงน้อยลง โดยเฉพาะที่เป็นผู้ใหญ่

“ผมชอบบรยากาศของการมาอยู่ร่วมกันเป็นพี่เป็นน้อง ปัจจุบันความเป็นพี่น้องจะหายไปเพราะเป็นเรื่องธุรกิจไปหมด ดีครับ บรรยากาศแบบนี้ ควรจะทำทุกปี”

นางสาวลักขณา ปันวิชัย หรือ คำผกา นักเขียนและ คอลัมนิสต์ชื่อดัง กล่าวว่า งานสมานมิตรบบรรเทองเป็นงานที่พวกเรารอคอย แล้วพอหายไป 2-3ปีก็หงอยๆ พอปีนี้กลับมาจัดอีกก็ดีใจ วันนี้มาถึงงานตั้งแต่ 4 โมงครึ่งมาก่อนเพื่อน เพราะว่างานนี้เป็นงานที่เราจะได้เจอเพื่อนฝูงในแวดวง ซึ่งปกติมันหาเวลาที่จะมาเจอกันยากมาก แล้วปรากฏว่าในงานมติชนเราได้เจอทุกคนทั่วฟ้าเมืองไทย แล้วก็ได้ถือโอกาสถามสารทุกข์สุขดิบ อัพเดตเรื่องราวต่างๆ มันเป็นงานสมานมิตรจริง


“งานในวันนี้ก็มีเอกลักษณ์ที่มติชนจัดอยู่แล้ว งานสมานมิตรก็จะเป็นแบบนี้ คือมีซุ้มอาหาร มีเครื่องดื่ม มีความรีแลกซ์ มีกิมมิกให้เล่น ให้ถ่ายรูป เรารู้สึกเหมือนมางานประจำปีที่ทุกคนก็แฮปปี้ สบายๆ ที่สนุกที่สุดก็คือได้เจอคน ได้เจอครูบาอาจารย์ ได้เจอคอลัมนิสต์ที่เราชื่นชม ซึ่งในแวดวงนักเขียนทุกวันนี้เราเจอกันในโซเชียลมีเดียมากขึ้น ซึ่งก็ดีที่สามารถแลกเปลี่ยนอะไรกันได้เลย แต่ว่าการเจอกันเป็นตัวเป็นๆมันดีกว่า ทั้งๆที่เราก็คิดว่าเราไม่ขาดอะไร แต่ปรากฏว่าพอเราได้เจอกันก็รู้สึกว่ามันดีนะ ดีกว่าการเจอกันในเฟสบุ๊กอีก” นางสาวลักขณา กล่าว

ศ.ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ธรรมศาสตราภิชาน  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ดีใจที่ได้มาเจอเพื่อนเก่า นักเขียน นักวิชาการ ที่ส่วนใหญ่ทำงานกันมาหลายสิบปีก็มีความผูกพันกับมติชนเองก็เกิดมากับความเปลี่ยนแปลงทางสังคม การเมืองใหญ่ในสังคมไทยทุกครั้ง

“วันนี้ในประเทศไทยมีการจัดงานอย่างนี้น้อยมากๆ วงการนักเขียนวรรณกรรมหรือศิลปินต่างๆ คล้ายจะมีเวทีหรือช่องทางในการสื่อสารในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่างๆ ที่ค่อนข้างจะจำกัด แต่งานแบบนี้เป็นงานที่เปิดสู่ภายนอก ซึ่งการได้มาพบปะต่างๆ ก็เป็นการช่วยเสริมสร้างผลักดันมุมมอง ความเข้าใจ และความรับรู้ต่างๆ ได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตามโดยมุมมองส่วนตัวมองแวดวงนักเขียนนักวิชาการตอนนี้ บรรยากาศทางการเมืองยังไม่ค่อยเปิดเท่าไหร่ พอไม่มีการอำนวยให้แสดงออกอย่างเต็มที่อย่างมีอิสระ มันก็ทำให้การนำเสนอการแสดงออกต่างๆ ไปจนถึงความรู้สึกที่แสดงออกในงานก็ไม่เต็มที่ และผลงานสร้างสรรค์ที่สุดยอดซึ่งต้องมีองค์ประกอบหลายอย่างไม่ได้” นายธเนศ กล่าว

นายสกุล บุณยทัต นักเขียนและอาจารย์มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวว่า ปกติมาร่วมงานทุกปี ชอบความเป็นมิตรสหาย เจอกับรุ่นพี่รุ่นน้อง จนบางครั้งก็รู้สึกว่าเราแก่เมื่อก่อนมายังเป็นเด็กอยู่เลย ตอนนี้อายุมากขึ้นแล้ว และได้เจอกับคนใหม่ๆ แต่มีความสุขทุกครั้งและรอคอยงานนี้มาหลายปีแล้ว ถึงไม่ได้จัดมาหลายปีแต่บรรยากาศไม่เปลี่ยนไปจากเดิม ยังจำการถ่ายรูปได้

“ผมว่าวันนี้แวดวงวรรณกรรมไทยต้องช่วยกัน ต้องพยายามจะทำให้คึกครื้น ผมก็อยู่โซนของนักเขียน ก็พยายามจะทำให้งานมันคึกครื้น ซึ่งผมว่าเราต้องช่วยกัน ถ้าปล่อยไปก็จะเงียบ คนอ่านหนังสือเหมือนจะน้อยลง แต่ว่าสื่อสิ่งพิมพ์เยอะมาก ก็ไม่รู้เป็นยังไง บรรยากาศไม่คึกคักเหมือนสมัยก่อน ดังนั้นต้องช่วยกัน

ดีกรีความคึกคักไต่ระดับขึ้นตามลำดับสำหรับงาน”สมานมิตรบรรเทอง” ครั้งที่ 4 ที่มติชนอคาเดมี มากมายด้วยมิตรน้ำหมึกทะยอยหลั่งไหลเข้าร่วมงานคึกคัก

กระทั่งฤกษ์ดี 20 นาฬิกา 30 นาที เข้าสู่ช่วงสัมภาษณ์พิเศษ ซึ่งพิธีกรผายมือเชิญ “คำ ผกา” นักเขียนและผู้ดำเนินรายการชื่อดังขึ้นกล่าวความรู้สึกที่ได้มาร่วมงานในค่ำคืนนี้. เจ้าตัวคว้าไมค์พร้อมอู้กำเมืองเรียกเสียงฮา ก่อนที่ “ฐปนีย์ เอียดศรีไชย เหยี่ยวขาวสาวจะขึ้นมา”แล่งใต้” เรียกเสียงกิ๊วก๊าวฮาครืนอีกรอบ

ปิดท้ายด้วยทราย เจริญปุระ มาแบบเรียบร้อยเป็นพิเศษ แม้เดินเซเล็กน้อยขึ้นเวที กล่าวเป็นภาษาถิ่นภาคกลางอย่างเนิบๆถึงความดีใจที่วันนี้ได้มา “รวมรุ่น”

เป็นอีกหนึ่งบรรยากาศสุดอบอุ่นในงานสมานมิตรบรรเทองครั้งนี้



บทความก่อนหน้านี้“บิ๊กอวบ”ปล่อยแถวป้องกันอาชญากรรมเทศกาลลอยกระทง”ไอคอนสยาม”
บทความถัดไปสุดงง! ศาลสั่งคุกหญิงอินโดฯ 6 เดือน หลังแฉพฤติกรรมคุกคามทางเพศเจ้านาย