เปิดอดีต ‘ป๋อมแป๋ม นิติ ‘ กับช่วงเวลา 8 ปีที่พ่อไม่ยอมรับ

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราได้จะเห็นชีวิตของ ป๋อมแป๋ม นิติ ชัยชิตาทร ในหลากหลายมุมมอง ที่ทั้งสนุกสนาน เฮฮาอยู่ตลอด แต่ก็มีหนึ่งเรื่องที่นับเป็นเรื่องส่วนตัวของป๋อมแป๋มที่อาจจะตลกไม่ออก เมื่อเจ้าตัวเปิดใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างพ่อ (สมศักดิ์ ชัยชิตาทร) ในWoody พร้อมเผยอดีตที่ไม่เคยคุยกับพ่อมาเป็นเวลา 8 ปี 

“ตั้งแต่เด็กเรารู้สึกว่าความสัมพันธ์ของเรากับพ่อไม่ได้ราบรื่น ถึงแแม้ว่าจะอยู่บ้านเดียวกันก็ตาม”

อีกทั้งเรื่องเพศสภาพของตนนั้นทำให้เป็นชนวนของความขัดแย้งกับผู้เป็นพ่อ

“น่าจะเป็นจุดแตกหักที่ทำให้ไม่ได้คุยกับพ่อ ห่างไปเลย ไม่ได้คุยกัน 8 ปี”

“อยู่บ้านเดียวกันนะ  แต่ว่าจริงๆมันก็มีเหตุมาก่อนหน้านี้”

ย้อนกลับไปตอนนั้นอยู่ ม.3 อายุ 15

“จำได้ว่า มีเรื่องที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไร คือเราคุยกับน้องอยู่ แล้วอยู่ๆพ่อก็โกรธขึ้นมาแล้วก็ตี”

“ตอนนั้นเราก็เหมือนว่าเราโตแล้ว รู้สึกว่ากำลังวังชาเราก็มี เราก็สู้ ”

พอเริ่มสู้กัน จากนั้นก็มีแม่และน้องเข้ามาเกี่ยว

“ทั้งแม่และน้องโดนลูกหลง ต่างหูเขาหลุดและมีเลือดออก”

“เรารู้สึกว่าเราโกรธ”

พร้อมทั้งตั้งคำถาม

“นี่พ่อฉันจริงหรือเปล่า ถ้าเป็นเราโดนเราจะไม่รู้สึกแบบนี้ คือโกรธ จำได้ว่ามันไม่หยุด มันไม่หยุดโมโห จนเขาต้องเรียกมาเคลียร์”

หากมองจากวันนี้ปัญหามันไม่ควรจะใหญ่ขนาดนั้น

“เป็นครั้งแรกที่พ่อพูดว่าเขาไม่พอใจ เขาถามว่าพฤติกรรมหลายๆอย่างของเรา มันเหมาะสมหรือเปล่า”

“เขาไม่พูดตรงๆว่าเราตุ้งติ้ง แต่เรารู้ว่าเขาไม่ชอบที่เราเป็นตุ๊ด เขาไม่ชอบ”

ป๋อมแป๋มในวัย 15 ปีได้ยินอย่างนั้น จึงตัดสินใจตอบกลับไปด้วยความรวดเร็วทางอารมณ์

“เราตอบไปว่า คิดเอาเองว่าเป็นเพราะใคร เราไม่ได้เป็นตุ๊ดเพราะเราอยากเป็นตุ๊ด ”

“ความรู้สึกตอนนั้นคือเราอยากเป็นตุ๊ดเพราะไม่ได้อยากเป็นผู้ชายที่แบบพ่อ เรารู้สึกว่าดุร้าย”

หลังจากตอบพ่อของตนอึ้งไปเลย

” ไม่พูดอะไร หลังจากนั้น 7 ปี บ้านไม่เคยมีเทศกาลงานเลี้ยงอะไรเลย วันเกิดไม่เคยได้ของขวัญจากพ่อ”

จากนั้นหลังตนเรียนจบมีงานทำ ความสัมพันธ์ของตนและพ่อก็ดีขึ้นตามลำดับ

“จุดหนึ่งเรารู้สึกว่าพ่อเขาอ่อนลง และเห็นแววตาของพ่อทที่อ่อนลง พ่อไม่ได้แข็งกับเราแล้ว”

“พ่อแอบดูผลงานของเราเทยเที่ยวไทย ตอนออกอากาศ พ่อนั่งหัวเราะ พ่อดูความสำเร็จของเราอยู่ แม้ว่าเขาจะไม่บอก ทั้งเราและเขาต่างไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อกันดี”

ตลอดเวลาที่ผ่านมาตนรับรู้ว่าพ่อเป็นห่วงอยู่เสมอ

” แต่ว่าพ่อเราเขาเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีเพศที่สาม แล้วพอเราเป็นตุ๊ดขึ้นมา มันหักจากชีวิตเขาไป”

“เขาไม่เข้าใจว่าพอเราเป็นตุ๊ดแล้วมันจะเท่ากับว่าเราต้องเสียคนไหม ถ้าลูกเราเป็นตุ๊ด ที่ไหนเขาจะรับลูกเราไหม ”

จนในวาระสุดท้ายในชีวิตพ่อ เมื่อโรคมะเร็งคร่าชีวิต

“อยู่กับพ่อที่โรงพยาบาล มีเวลาที่อยู่กับพ่อสองคน จับมือพ่อพูดว่าไม่โกรธเขาแล้ว บอกเขาว่าถ้าเขายังห่วงตรงนี้คือเราไม่โกรธเขาแล้ว ไม่เคยพูดมาก่อน ตั้งแต่มีเรื่องกันก็ไม่เคยขอโทษ ปรับความเข้าใจ”

จนใกล้ถึงลมหายใจสุดท้าย พ่อเรียกคนในครอบครัวทุกคนมาถ่ายทอดเรื่องราวดีๆของหัวหน้าครอบครัวที่กำลังจะลาโลกนี้

“เรากลายเป็นคนที่ไม่มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับพ่อ แต่ไม่มีใครร้องไห้ เพราะว่าทุกคนเล่าแล้วก็ยิ้มกัน จนพ่อไป ”

“ย้อนกลับไปพ่อมีข้อดีเยอะ เขาไม่ใช่คนแย่ แต่ว่าเขาแค่ปฏิบัติกับเรา ในอารมณ์ที่ทำให้เราเสียใจ แต่ว่าพ่อเราไมใช่คนแย่”

จนถึงวันนี้ป๋อมแป๋มนิติ ไม่มีอะไรค้างคากับพ่ออีกแล้ว
“ที่เรารู้สึกคือมันต้องมีวิธีคุย ถ้าพ่อเขาได้รู้จักหรือพูดคุยแลกเปลี่ยนกับพ่อแม่ที่มีลูกเป็นเพศที่สาม และผ่านการยอมรับมา มันจะไม่มี 7-8 ปีที่หายไป”

และนี่คือคลิปเปิดใจเต็มๆ

rjv

ขอบคุณWoody

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon