ภรรยา ‘โรเบิร์ต สายควัน’ เล่า สามีมาเฝ้าที่บ้าน สัมผัสได้ว่าเครียด เผยคิดถึงมาก แต่ต้องทำใจ

เมื่อวันที่ 23 กันยายน ที่ศาลา 1 วัดสุทธิสะอาด ถนนนิมิตรใหม่ สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลสวดอภิธรรมศพ โรเบิร์ต สายควัน หรือไพฑูรย์ พุ่มรัตน์ ศิลปินตลกชื่อดัง เสียชีวิตอย่างสงบเมื่อเวลา 22.10 น. ของคืนวันที่ 19 ก.ย.63 ที่ผ่านมา สำหรับคืนวันนี้ บริษัท เซ้นส์เอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด, ถั่วแระ เชิญยิ้ม และทีมงานนักแสดงโกดังมหาสนุก ร่วมเป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรม

แจ๋ว วิภารัตน์ ทิพย์ทอง ภรรยาของโรเบิร์ต ให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกหลังจากเคลียร์ปัญหากับญาติของโรงเบิร์ต ว่า เมื่อคืนที่ 3 ของการเสียชีวิต โรเบิร์ตได้กลับมาที่บ้าน ซึ่งตนรู้สึกได้

“ก่อนอื่นต้องขอบคุณน้องๆ ที่มาอยู่ร่วมเป็นเพื่อนกัน ให้กำลังใจกัน หลังจากที่เมื่อคืนได้นั่งเคลียร์กันก็รู้สึกสบายใจขึ้น สบายใจมาก เหมือนเราปลดล็อก พี่เบิร์ตก็คงรู้สึกเหมือนพี่ คือรู้สึกดีใจ ถามว่าติดใจอะไรไหม ไม่ติดใจอะไร เราอยากปล่อยวาง หลังจากนี้ไปอยากให้สงบ เราอยากอยู่ของเราเงียบๆ ที่อยู่แบบนี้ไม่อยากให้มันวุ่นวาย”

2-3 วันก่อน พี่แจ๋วอาการไม่ดีเลย เหมือนจะเป็นลม ต้องมีคนเอายาดมให้?

“ด้วยที่เราเคลียร์หลายอย่าง เพลียอยู่หลายวันมันทับถมหลายวัน อาการเริ่มแย่ อีกอย่างหนึ่งกินข้าวได้นิดหน่อย มันกินไม่ได้ ก็เหมือนร่างกายเราแย่ มันเครียดหลายๆอย่าง เราเสียใจที่พี่เบิร์ตเขาปล่อยให้เราอยู่แบบนี้ ไปเขาไม่บอกเราสักคำ ทำไมเขาต้องรีบทิ้งเราทั้งที่เราสัญญาอะไรกันไว้ตั้งหลายอย่าง คือต่อไปเราจะไม่รับงานเยอะแล้วนะ เรามีแค่นี้ก็พอแค่นี้ ไม่ต้องให้มันมากมายแล้ว นี่คือที่คุยกันไว้ค่ะ คือถ้าเขาอาการดีขึ้น เราจะรับงานน้อยลง แล้วจะไปทำบุญกันที่ต่างจังหวัด ไปพักผ่อนบ้าง แต่ก็ไม่เป็นไปตามที่เราหวังไว้”

แสดงว่ามีสัญญาต่อกัน?

“ใช่ค่ะ ตั้งแต่เริ่มไม่สบาย ก็บอกกันว่าให้เริ่มรับงานน้อยลงนะ เอาเฉพาะที่เราไหว เล็กน้อย อย่างงานคณะเราก็เอาแค่นี้ ยังไม่ต้องโหมงานหนัก เราเห็นแล้วว่าไม่ค่อยดีกับเราเลย แล้วทุกอย่างน่าจะลงตัวแล้ว เรามีพร้อมหมดแล้ว เราไม่ต้องมีมากมาย แค่เราคนธรรมดา ไม่เป็นหนี้ไม่เป็นสินเราอยู่ได้แล้ว แต่ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เราคิด เขาก็ปล่อยเราไป แต่เขาก็สบายแล้วล่ะ ไม่เจ็บ ไม่ปวดแล้ว แล้วเราต้องอยู่ต่อไป ถึงแม้มันจะทรมาน”

หลังจากนี้ไหวไหม?

“คงต้องไหว ทำไงได้เนอะ แต่มีน้องๆ พี่ๆ ที่เขาช่วยเราดู มีชาวคณะให้กำลังใจเรา เขาบอกเราว่าพี่อย่าทิ้งพวกผมไปนะ อยู่ตรงนี้นะ เราก็ดีใจพี่น้องเราเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน”

ถามถึงเรื่องบ้าน กับเรื่องรถ ตรงนี้หมดภาระหนี้หรือยัง?

“หมดไปตั้งนานแล้วค่ะ รถนี้เราซื้อเป็นเงินสด บ้านก็เรียบร้อยหมดแล้ว ก่อนหน้าที่เขาจะไม่สบาย รักษาตัวช่วงที่รักษามะเร็ง เมือก่อนก็ผ่อนอยู่ ก็คุยกันว่าตัดตรงนี้ไปก่อนไหม เผื่อถ้าเราดีขึ้น เราไม่รู้ว่าจะได้ทำงานตอนไหน อาจจะต้องรักษาตัวยาว เราตัดตรงนี้ไปแล้วเหลือไว้นิดหน่อย เพื่อรักษาตัวเอง แล้วเราก็ไม่ได้ใช้อะไรเยอะแยะอยู่แล้ว แค่เอาไว้ส่วนหนึ่งเพื่อรักษาตัวเขา ก็เลยปิดบ้านปิดอะไรให้หมด”

เรียกว่าพี่เขาไปอย่างสงบ ไม่มีภาระทิ้งไว้ให้เลย?

“ใช่ค่ะ”

แจ๋ว วิภารัตน์ ทิพย์ทอง


แล้วเมื่อวานนี้ที่บอลบอกว่าสมบัติจะให้เมีย กับลูก มีรถ 1 คัน บ้าน 2 หลัง?

“ใช่ค่ะ แต่มีรถ 2 คัน มีของพี่โรเบิร์ต 1 คัน ของพี่ 1 คัน ของพี่ซื้อเงินสดทั้ง 2 คัน มันเป็นชื่อพี่อยู่แล้ว แต่ว่ารถเขาน่าจะขายแล้วเอาตังค์แบ้วให้ลูก แต่ว่าบ้านหลังนั้นให้ลูกไปแล้วค่ะ”

มีรถคันหนึ่งที่พี่บอลซื้อไว้?

“อันนี้ก็ยังไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ตรงนี้ต้องให้พี่บอลจัดการ เพราะเขาเหมือนน้องชายพี่เบิร์ต ที่พี่เบิร์ตไว้ใจเขา และรักเขามาก มันมากกว่าคำว่าเจ้านาย เพื่อนร่วมงาน เขารักกันมากๆ ทำอะไรเกรงใจ ทุกอย่างก่อนจะทำอะไรจะต้องถามพี่บอลก่อน”

ตามหลักความเชื่อ 3 วัน 7 วัน คนตายต้องมาหา เจอบ้างไหม?

“เจอบ้างคืนวันที่ 3 เขามาหาที่ห้อง แต่เรารู้ ก็บอกพี่บอลว่าเมื่อคืนอยู่กับพี่ทั้งคืนนะ เขาจะมาในชุดของโรงพยาบาล เขามาก็ใช้ชีวิตปกติเหมือนอยู่กับเขา แต่เรารู้เห็นเขานะ ไม่รู้ว่าเราคิดไปเองหรือเปล่า แต่ความรู้สึกเราสัมผัสได้เหมือนเขามาอยู่กับเรา มีเสียงรื้อของแบบนี้ ปกติเขาจะขาดแว่นตา โทรศัพท์ไม่ได้ ต้องอยู่ติดตัวเขาตลอด วันที่เขาป่วยหนัก แว่นตากับโทรศัพท์เขาอยู่กับพี่ คืนที่ 3 พี่ก็เอาแว่นตากับโทรศัพท์วางไว้บนโต๊ะ รู้ว่าเขาต้องมาเอาแน่ๆ แล้วสักพัก ประมาณตี 2-3 เห็นมารื้อสายโทรศัพท์ มีเสียง เราก็รู้สึกได้ อ่อ..มาแล้วใช่ไหม”

ได้คุยอะไรกับเขาไหม?

“ไม่ได้คุย เหมือนเรารู้สึกว่าเขาพูดอะไรเราไม่ได้ยิน เขาพูดเสียงเบามา เขาจะนั่งอยู่ข้างๆ นั่งชันเข่าอยู่ข้างๆ แล้วก็พูดเสียงเบามาก เราฟังไม่ชัดว่าเขาพูดว่าอะไร แต่เรารู้ว่าเขามาแล้ว”


เห็นเป็นร่างเลยไหม?

“เห็นลางๆ แต่เรารู้ว่าเป็นเขา หน้าตาก็ปกติของเขา แต่เรารู้สึกได้ว่าเขาเครียดๆ เรารู้สึกว่าเป็นเขาจริงๆ แต่อาจจะเป็นเพราะเราคิดมากไป อธิบายไม่ถูก มันเป็นความรู้สึกของเรา”

ความคิดถึงตอนนี้เป็นยังไง?

“คิดถึงมากๆ แต่ว่ามันต้องค่อยๆ ทำใจ เขาไม่อยู่แล้ว ถามว่าคิดถึงมากไหม คิดถึงมาก เพราะว่าเรามีกันอยู่แค่ 2 คน ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมา เราไม่เคยมีคนที่จะเข้ามาอยู่ด้วย เราอยู่กันสองคนตายาย ไปไหนเราก็จะไปกันสองคน นั่งกินข้าวสองคน หลังเลิกงานมา เขาชอบกินข้าวหลังเลิกงาน ตอนตี 3 พี่ก็ต้องลงมาทำกับข้าวให้เขา ต้องเตรียมไว้แล้ว

“ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาไม่เคยมีแม่บ้าน พี่จะเป็นคนดูแลเขา ซักผ้า รีดผ้า เตรียมอาหาร ก่อนไปทำงานก็เตรียมชุดไว้ให้เขา และชงนมไว้ให้เขาแก้วนึงเพื่อให้เขากินก่อนไปทำงาน พอเลิกงานมาเราก็ต้องเตรียมอาหารไว้ให้เขา เพราะว่าเขาไม่ชอบกินข้าวนอกบ้าน จะต้องกลับมากินข้าวในบ้าน ต่อไปนี้เราจะทำให้ใคร จะซํกผ้า รีดผ้าให้ใคร”

อาจจะเหงาหน่อย?

“ใช่ เหงามากๆ แต่ก็ต้องทำใจค่ะ”

ขอบคุณ ข่าวสด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ส.ต.ท.ใช้เวลาว่างบิดมอ’ไซค์ หารายได้ เก็บเงินเดือนส่งตจว.ให้พ่อแม่
บทความถัดไปยกฟ้อง ‘อดีตพระพรหมดิลก-ผู้ช่วยฯ’ คดีฟอกเงินทอนวัด กลับมาห่มจีวรอีกครั้ง