สรยุทธ เป็นอิสระแล้ว ขอเวลาคิด-ปรับตัว ก่อนหวนงานข่าว วอนให้โอกาสผู้ได้รับการพักโทษ

สรยุทธ เป็นอิสระแล้ว ขอเวลาคิด-ปรับตัว ก่อนหวนงานข่าว วอนให้โอกาสผู้ได้รับการพักโทษ

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 7 หลักสี่ รอเวลาการปล่อยตัว นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตพิธีกรรายการข่าวชื่อดัง อายุ 55 ปี ผู้ต้องขังในคดีฐานสนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งได้รับการพิจารณาพักโทษโดยเหตุพิเศษ และจะได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 14 มี.ค. เวลา 9.00 น.

โดยเวลา 09.05 น. เจ้าหน้าที่ออกมาแจ้งกับผู้สื่อข่าวซึ่งรออยู่เป็นจำนวนมาก ว่ายังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ ต่อมาในเวลา 09.10 น. มีการนำพัดลมตั้งพื้น 2 ตัว มาจัดวางหน้าประตูเพื่อเปิดให้ผู้สื่อข่าว

ต่อมา เวลา 09.25 น. นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติแถลงต่อสื่อมวลชนถึงรายละเอียดต่างๆ หลังการติดกำไลอีเอ็มและการปล่อยตัว อาทิ การทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ และการปรับพฤติกรรม เป็นต้น

ไบรท์ พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ มารอรับสรยุทธด้วย

เวลา 09.30 น. นายสรยุทธได้เดินออกมาพบผู้ที่มารอรับ และได้นั่งลงที่โต๊ะแถลงข่าว โดยมีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้มอบพระพุทธรูปให้พร้อมทั้งอวยพรให้นายสรยุทธมีชีวิตที่ไม่มีเรื่องทุกข์ร้อน

โดยผู้สื่อข่าวได้ถามว่า จะมีอะไรบอกกับคนที่รอคอยนายสรยุทธออกมาจากเรือนจำหรือไม่ นายสรยุทธระบุว่า ยังไม่รู้จะบอกอะไร วันนี้ดีใจที่ได้อิสรภาพ แม้ไม่เต็มร้อย เนื่องจากต้องถูกคุมประพฤติ แต่อย่างน้อยยังได้ออกจากเรือนจำ รู้สึกดีใจที่ยังไม่ลืมกัน ตนรู้สึกขอบคุณมากจริงๆ การอยู่ในเรือนจำมันเป็นทุกข์ หลังได้ใช้ชีวิตในคุก จนได้กลับมาเริ่มต้นใหม่ รู้สึกดีใจที่ได้มีวันนี้ ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง

ด้านกรมคุมประพฤติระบุว่า คุณสรยุทธไม่ได้เป็นคนที่กระทรวงยุติธรรมเป็นวีไอพี สรยุทธรับโทษเช่นเดียวกับผู้ต้องขังคนอื่นทั่วไป กระบวนการทั้งหมดก็เป็นเรื่องปกติ เพียงแต่สรยุทธเป็นผู้ที่สื่อมวลชนให้ความสนใจ ยืนยันด้วยว่า สามารถทำงานในฐานะสื่อมวลชนได้ปกติ ไม่มีข้อจำกัดใดๆ สามารถปฏิบัติหน้าที่โดยติดกำไลอีเอ็มที่ข้อเท้า โดยกรมคุมประพฤติ คุมพื้นที่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยหากจะออกนอกพื้นที่ต้องทำเรื่องขอกับกรมใน 3 วัน

ต่อข้อถามที่ว่า หลังจากได้รับอิสระจะกลับมาทำงานข่าวหรือไม่ โดยนายสรยุทธระบุว่า โลกเปลี่ยนไปเยอะ ทำในเรือนจำก็ได้ทำงานช่วยทางเรือนจำ เข้าไปก็เคว้งคว้าง อยู่ข้างในพอปรับตัวได้ ความทุกข์อยู่ที่ใจ พอดีว่าเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 เกิดจลาจลที่บุรีรัมย์ จึงได้เริ่มจัดรายการในเรือนจำ เพื่อไม่ให้นักโทษตื่นตระหนก การได้ทำรายการจึงทำให้มีความสุขพอประมาณ ทำให้ใช้ชีวิตผ่านไปได้ การที่สามารถทำให้นักโทษได้ยิ้มได้บ้างก็รู้สึกมีความสุข โควิดอาจเป็นโชคดีที่ทำให้ได้ใช้ชีวิตในเรือนจำอย่างมีค่า ได้ทำงานจนในที่สุดได้มีวันนี้

นายสรยุทธกล่าวต่อว่า “ส่วนออกไปสู่โลกภายนอกจะทำงานหรือไม่ ก็ขอคิดก่อน เพราะผมไม่ได้ทำงานมาถึง 5 ปี ในยุคนั้นผมทำในยุคที่คนไม่ดูข่าว ทำให้คนหันมาดูข่าว ผมยังงงๆ ขอกลับไปคิด ไปปรับตัว”

นอกจากนี้ นายสรยุทธยังระบุด้วยว่า ตนขอใช้โอกาสในการบอกเรื่องกำไลอีเอ็ม การปล่อยตัว สำหรับนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ คดีข่มขืน ฆาตกรรม ตนเตือนว่าอย่าทำ คุณจะไม่ได้รับอภัยโทษ จะไม่ได้รับการพักโทษเลย จะมีคน 5-10 เปอร์เซ็นต์ ที่โทษหนัก ออกไปทำผิดซ้ำ อย่าเอาคนกลุ่มนี้มาตัดสินคนอีก 90 เปอร์เซ็นต์ ทุกคนมีโอกาสทำพลาด ให้โอกาสพวกเขา คนในเรือนจำอยากขอโอกาสจากทุกคน หากคุณให้โอกาสเขา เขาจะเป็นพลังของสังคม หากไม่ให้โอกาสเขาจะเป็นภาระของสังคม มีโอกาสที่จะไปทำผิดอีกครั้ง สำหรับผู้ได้รับการพักโทษเมื่อออกไปแล้วก็ต้องพิสูจน์ให้เห็นด้วยการใส่กำไลอีเอ็ม ให้เขาได้ลองใช้ชีวิตในโลกภายนอก จนวันนึงพร้อมก็ถอดกำไลอีเอ็ม เป็นการออกมาเตรียมตัวใช้ชีวิต ผลดีของนโยบายการพักโทษ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon