Yes Indeed Band วงมัธยมเปิดหมวกสุดฮอต กับเส้นทางฝันสู่การเป็นศิลปิน แค่ลงมือทำ
Yes Indeed Band – จากกระแสตอบรับความฮอตของ วง Yes Indeed Band ที่เล่นสดเปิดหมวกอยู่ย่านสยามแสควร์ โดยมีบรรดาศิลปินชื่อดังแวะเวียนมาร่วมโชว์ด้วย กลายเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ของวงการเพลงวัยมัธยมอีกครั้งกับ 5 สมาชิก พอร์ส นรากร อิสระวรางกูล (ร้องนำ+กีตาร์) อายุ 18 ปี, แพนเค้ก อิสรีย์ อิสระวรางกูล (ร้องนำ) อายุ 16 ปี, มังกร รัชชานนท์ วรกิจไพบูลย์ (มือกลอง) อายุ 18 ปี, ติน ตฤณ ฟูจิตนิรันดร์ (คีย์บอร์ด) อายุ 15 ปี และ ทะเล ยศธกร ชะเอม (กีตาร์โซโล่) อายุ 15 ปี

โดยล่าสุดได้มาแสดงดนตรีสดให้แฟนๆ ได้ชมกัน ในงาน Amazing Blooming Bangkok ที่ลานอัฒจันทร์กลางแจ้ง มิวเซียมสยาม บรรยากาศเริ่มต้นด้วยเพลงช้าๆ ซึ้งๆ เป็นการเรียกน้ำย่อย โดยมีแฟนเพลงเข้ามาล้อมวงชมดนตรีกันอย่างคึกคัก ก่อนที่จะค่อยๆ อัพเลเวลความสนุกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งนี้ก่อนเริ่มโชว์ก็ได้พูดคุยเปิดใจกับ มติชน ออนไลน์ว่า รู้สึกดีและขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่ติดตาม รักและสนใจพวกเรามากขึ้น ซึ่งก็ได้ประสบการณ์จากตรงนี้ทั้งกับพี่ๆ ศิลปิน ทำให้แก้ไขปัญหาสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ดีขึ้น
พอร์ส ยังได้เล่าว่า ได้เริ่มเล่นด้วยกันตั้งแต่ช่วงก่อนโควิด แต่ตอนนั้นยังไม่ได้เป็นรูปแบบวงจริงจังแบบทุกวันนี้ เพราะพวกเราเพิ่งจะตั้งวงแบบจริงจังเมื่อ 1-2 อาทิตย์ที่แล้ว จากที่เล่นด้วยกันมาประมาณ 6 เดือน
“จุดเริ่มต้นของการมาเล่นดนตรีด้วยกันคือ ผมกับแพนเค้กเป็นพี่น้องกัน ส่วนกับมังกรเป็นเพื่อนห่างๆ ที่โรงเรียนสมัยประถม ก็แยกย้ายกันไปตอนมัธยม พอมัธยมปลายผมขาดมือกลองพอดี แล้วเห็นเขาตามเฟซบุ๊กเลยทักไปชวนว่าสนใจไหม แต่ตอนนั้นไม่ได้ทำเป็นวงแค่มาแจมๆ จอยๆ กันเฉยๆ”
ก่อนที่ แพนเค้ก จะเล่าต่อว่า “หนูกับทะเลรู้จักกันผ่านโลกออนไลน์ แล้วเลเห็นหนูกับพี่พอร์สเล่นดนตรีเปิดหมวกแล้วอยากมาเล่นบ้างก็เลยชวนกันมาเล่น”
ส่วนสมาชิกคนสุดท้ายอย่าง ติน น้องเล็กนั้นก็เล่าให้ฟังว่า “ผมเป็นแฟนคลับวงนี้มาก่อนครับ เจอเขาเล่นกันที่วันงานลอยกระทงวันนั้นก็นั่งดูเขาตั้งแต่เริ่มจนจบ แล้วก็ทักไปบอกว่าชอบมากนะ เขาก็ชวนให้มาดูอีกวันนึง พอมาดูก็บอกเขาว่าถ้าขาดมือคีย์บอร์ดบอกได้นะ เขาก็โอเคผมก็ได้เข้ามาแบบงงๆ ครับ”
กับการที่คนดูเยอะขึ้นในเรื่องของความประหม่านั้นมังกร กล่าวว่า “จริงๆ คนดูเยอะขึ้นเราเล่นแล้วสนุกเพราะพอเขาเอนจอยกับเราแล้วเราจะไม่เกร็ง มีคนกระโดดอะไรก็แฮปปี้ใส่เต็มที่ ส่วนการที่เป็นมือกลองแต่ออกมาร้องเพลงด้วย ก็เป็นเพราะแฟนคลับอยากฟัง”
พอร์ส “คือเราคิดในหัวไว้บ้างกับภาพที่มีแฟนคลับมีคนมาดูเราแบบนี้ แต่ไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นจริงหรือเปล่า”
แพนเค้ก “แล้ววันนี้ก็เป็นจริง เราภูมิใจมากที่เห็นทุกคนตั้งใจจะมาดูพวกเราจริงๆ ไม่ใช่แค่เดินผ่านมา บางคนมาจากต่างจังหวัด มาจากยะลา มานั่งรอเราตั้งแต่ 10 โมงเช้า เราเล่น 5 โมงเย็น พอเห็นภาพนั้นเราก็อยากพัฒนาตัวเองให้สมกับที่เขาตั้งใจมาดูเรา”
กับการประสบความสำเร็จในวันนี้ เมื่อถามถึงความฝันในสเต็ปต่อไป ทั้ง 5 คนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคือการได้เป็นศิลปิน โดยมีความตั้งใจที่จะทำวงด้วยกันทั้ง 5 คน ซึ่งตอนนี้ก็มีหลายค่ายติดต่อทาบทามให้ไปร่วมงานด้วยแล้ว
“เลือกยากมาก แต่หลักๆ เราจะเลือกค่ายจากความที่เข้ากัน เข้าใจกัน เราตกลงกันแล้วว่าถ้าจะไปอยู่ค่ายไหนถ้าเกิดเขาไม่เอา 5 คน เราก็ไม่ไปครับ” พอร์สว่า
ด้าน ติน มือคีย์บอร์ดวัย 15 ปี ได้เผยถึงการแบ่งเวลาในเรื่องเรียนกับเล่นดนตรีว่า
“ที่บ้านก็โอเคครับ ตอนแรกก็แอบเป็นห่วงเรื่องการเรียนนิดหน่อย แต่เราก็จัดตารางเรียนและก็บริหารจัดการเวลาให้ดี อย่างตอนนี้ก็เรียนพิเศษอยู่ถ้าเรียนที่โรงเรียนไม่ทันก็มีติวเพิ่ม ก็พยายามตั้งใจเรียนให้มากขึ้น เพราะเป้าหมายเราก็คือเรียนเป็นหลักอยู่แล้ว ในพาร์ทของการออกมาเล่นดนตรีก็เป็นการพักผ่อนและมีความสุขกับมัน เป็นการรีแลกซ์และมีประโยชน์ ที่สำคัญคือการเรียนเราไม่ได้เสียครับ”
ส่วนการที่ตอนนี้กลายเป็นไอดอลของใครหลายๆ คนที่อยากตามความฝันแบบนี้บ้างพวกเขาก็ว่า
“ถ้าอยากทำก็ออกมาทำเลย ไม่ต้องคิดหรือไปคาดหวังเยอะว่ามันจะดังหรือเปล่าเพราะเราไม่รู้อนาคต แต่อย่างน้อยก็ได้ประสบการณ์“



