‘อั๋น-ภูวนาท’ เชื่อคนรุ่นใหม่จะมีบทบาทสำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้
เมื่อวันที่ 25 มกราคม 66 ที่ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ อั๋น ภูวนาท คุนผลิน พิธีกร-นักจัดรายการวิทยุ ได้ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมอง หัวข้อพลัง NewGen (นิวเจน) ขับเคลื่อนประเทศ เพื่อคาดการณ์และผลักดันให้การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในประเทศไปในทิศทางที่ดีขึ้น ภายในงาน สัมมนา “Thailand: New Episode บทใหม่ประเทศไทย 2023” เนื่องในโอกาสหนังสือพิมพ์มติชนก้าวเข้าสู่ปีที่ 46 มติชน
นายภูวนาท กล่าวว่า หาก นิวเจเนอเรชั่น คือคนรุ่นใหม่ที่วัดกันที่ความคิด ทัศนคติหรือเจตนารมณ์ แปลว่าอายุอาจจะไม่ใช่เกณฑ์ แต่ในที่สุดเมื่อย้อนกลับไปเราก็ต้องแบ่งคนเป็นกลุ่ม ๆ ออกมาตามอายุอยู่ดี เพราะแม้มันจะไม่สามารถบอกว่าทุกคนจะคิดเหมือนกัน มุมมอง แม้แต่ไลฟ์สไตล์เหมือนกันหมด แต่มันก็จะค่อนข้างใกล้เคียงกันได้ เพราะฉะนั้นการแบ่งด้วยอายุยังคงจำเป็นอยู่

สิ่งหนึ่งจะเรียกว่าเป็นข้อดีก็ได้ แต่ในอีกมุมหนึ่งข้อที่ควรคำนึงถึง ถ้าเป็นนิวเจนในเรื่องของอายุไม่ใช่ปัญหา แต่จะมีนิวเจนบางกลุ่มอายุ ที่ยังคงเชื่อมั่นว่าเป็นคนรุ่นใหม่อยู่ ที่ตนบอกว่าเป็นข้อดีเพราะว่าถ้ารู้สึกว่าเป็นคนรุ่นใหม่อยู่ คุณก็จะกระตือรือร้นให้เป็นส่วนหนึ่งของสังคม หรือยังอยากที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนอย่างสร้างสรรค์
แต่ในอีกด้านนึงคนที่เกิดก่อนหรืออายุมากกว่า หลายครั้งมันจะเกิดการยึดพื้นที่ไว้อย่างเหนียวแน่น ด้วยความเชื่อที่ว่าเรายังเป็นนิวเนอเรชั่น แล้วเกิดการปิดกั้นความคิดเห็นใหม่ ๆ ตนมองว่าตรงนี้ส่วนหนึ่งคือปัญหา
ในยุคนี้ เจเนอเรชั่น วาย มีจำนวนมากที่สุดแปลว่ากลุ่มนี้สำคัญสุด แต่ก็ไม่ได้แปลว่ากลุ่มอื่นจะไม่สำคัญ ส่วนอีกกลุ่มคนที่สำคัญไม่แพ้กันคือกลุ่มคนที่อายุ 50 ขึ้นไป เพราะในภาครวมเป็นกลุ่มที่มีเงินเยอะที่สุด กุมอำนาจในสังคม ในการขับเคลื่อนต่าง ๆ แน่นอนว่าในยุคนี้มีความหลากหลายเจเนอเรชั่นสูงที่สุด เพราะฉะนั้นเราต้องใส่ใจและยอมรับคาแรกเตอร์ของคนแต่ละกลุ่ม

สำหรับในปี 2023 ตนมองว่ามันไม่ใช่แค่แบ่งเจเนอเรชั่นเท่านั้นแล้ว แต่มันเป็นยุคที่ทุกคนต้องการความเป็นตัวเอง เพราะฉะนั้นทุกอย่างในอนาคตหรือปัจจุบันที่จะก้าวไปหลังจากนี้ ทุกคนอยากรู้สึกว่าฉันเป็นฉันในแบบที่ไม่เหมือนใคร โดยไม่ให้ความสำคัญว่าตัวเองอยู่กลุ่มเจเนอเรชั่นไหน ยุคนี้จะเห็นความแตกต่าง ความหลากหลาย และมันเป็นเรื่องปกติ ที่ทุกคนค่อย ๆ ให้ความเคารพกัน แล้วมองว่าเขาแค่เป็นอีกหนึ่งความแตกต่างเท่านั้นเอง ถือว่าเป็นการเคลื่อนตัวไปสู่เรื่องที่ดี
นอกจากนี้ นิวเจเนอเรชั่น ยังมีความน่าสนใจมากถ้าพูดกันในเรื่องของอายุ เขามีพลังแห่งความกล้าหาญที่สูงส่งมากกว่ารุ่นเหนือก่อนเขา เราเกิดมาพร้อมกับภายใต้ระบอบอำนาจนิยม ไม่ว่าคุณจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม เราถูกสั่งให้ทำตามระเบียบ โดยที่อาจจะมีคำถาม แต่ส่วนใหญ่ก็จะไม่ได้คำตอบ และหากดื้อดึงที่จะถามต่อไป ก็อาจถูกมองว่าก้าวร้าว ไม่มีมารยาท หรืออยู่ภายใต้วาทกรรมฉันอาบน้ำร้อนมาก่อน และคนในยุคหนึ่งจะไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาชีวิต เพราะเขาชินกับมัน เช่นถูกสั่งให้ตัดผมก็ตัด สั่งให้ยืนหรือนั่งฟังประกาศ อบรมกลางแดดก็ทำ ก็ไม่รู้ว่าทำไปทำไม และไม่มีคำอธิบาย ซึ่งหากวันนี้ไปถามก็ยังงงว่าใช่ทำไปทำไม เป็นต้น

นายภูวนาท กล่าวต่อว่า ตนคิดว่าสิ่งที่ นิวเจเนอเรชั่น ทำอยู่และเป็นสิ่งที่ดีมาก คือการตั้งคำถามที่ดีอย่างสร้างสรรค์ และพยายามอย่างไม่ลดละที่จะหาคำตอบที่ดีให้ได้ คิดว่าสังคมในทุกเจเนอเรชั่น มีหน้าที่ในการตอบคำถามเหล่านั้น เราถูกครอบอยู่กับอะไรบางอย่างมานานมาก โดยที่ปราศจากคำถามและคำตอบ มีหลายเรื่องเรางงว่าเราอยู่แบบนี้มาได้อย่างไร แต่คนรุ่นใหม่เขาไม่ยอม เมื่อตนมองย้อนไปจึงไม่แปลกใจว่าทำไมเขาไม่ยอม แล้วมันสะท้อนกลับมาว่าแล้วทำไมเราจึงยอมให้สิ่งนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว เหมือนเราชินกับอะไรก็ไม่รู้ และปล่อยให้มันเป็นเช่นนี้
การตั้งคำถามของคนรุ่นใหม่ มันสะท้อนสิ่งใหญ่ ๆ มาถึงคนทุกรุ่นที่เกิดแรงกระเพื่อม ที่ทำให้เกิดการปลี่ยนแปลง สังคมไทยมีปัญหาหลักคือ เราไม่ไหวใจกัน และไม่รู้ว่าจะไหวใจใคร เพราะทุกวันนี้เรารู้สึกว่ามีชีวิตที่ปลอดภัยไหม เราไม่กล้าพูดสิ่งที่คิด และไม่กล้าแสดงออกในสิ่งที่เชื่อ ทำไมบางเรื่องต้องป้องปากคุยกันมาตลอดทั้งชีวิต

เมื่อมีโซเชียลมีเดียทำให้บางอย่างเปลี่ยนแปลงไปมาก เพราะนี่คือพลังของ นิวเจเนอเรชั่น ต่อให้คนอีกกลุ่มที่พยายามบอกว่าเป็นคนรุ่นใหม่เหมือนกัน เพราะใช้โซเชียลมีเดียเดียวกัน แต่วิธีการใช้โซเชียลมีเดียเดียวกันของคนเจเนอเรชั่นที่แตกต่างกันนั้นไม่เหมือกัน บางคนใช้เพื่อสะท้อนตัวตน บางคนสร้างตัวตน บางคนสร้างอาชีพ บางคนใช้เพื่อให้คนเห็น ให้คนได้ยิน ในสิ่งที่เขาอยากจะเรียกร้อง
แต่ในชีวิตจริงในสังคมทั่วไปไม่มีพื่นที่ใดเลยที่เปิดโอกาสให้เขาเป็นตัวของตัวเอง นี่คือสิ่งที่หายไปและเป็นสิ่งที่สำคัญมากในสังคมไทย เพราะฉะนั้นเราต้องช่วยกันสร้างระบบนิเวศที่เปิดโอกาสให้คนได้แสดงความคิดเห็นในมุมของเขาและอย่าฟังผ่านๆ
ยกตัวอย่างคือ ส่วนใหญ่ในพื้นที่แสดงความคิดเห็นของกลุ่มนิวเจน ก็จะเป็นนิวเจนตามไปฟังกัน แต่ถ้าผู้ใหญ่บางคนไปฟังอาจเพื่อจับผิด เพื่อจุดประสงค์อื่น นั้นทำให้นิวเจนก็ไม่ไหวใจคนรุ่นก่อนว่าเขาทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้องหรือเปล่า เพราะเขาอยู่ภายใต้ระบอบอำนาจนิยม เราต้องฟังอย่างจริงใจ เราต้องเลือกพยายามเข้าใจ ก่อนพยายามตัดสิน ตนคิดว่าสังคมปัจจุบันเน้นตัดสินก่อนและไม่พยายามทำความเข้าใจด้วยซ้ำ
นายภูวนาท กล่าวต่อว่า สำหรับประเทศไทยหลังการเลือกตั้ง ตอนนี้ตนยังไม่รู้ว่าจะเลือกใคร แต่มีทฤษฎีหนึ่งคือจะพยายามเปลี่ยนตัวละคร แน่นอนทุกคนมีอคติส่วนตัว แต่การเช็กว่าเราหลงทางหรือเปล่า ลองเปลี่ยนตัวละครดูว่าถ้านโยบายนี้ คำพูด การกระทำ หรือกิริยาท่าทางนี้ เป็นของอีกคนหนึ่ง เราจะยังเห็นด้วยอยู่ไหม มันจะทำให้เรารู้เลยว่าเรายึดติดกับตัวบุคคล นโยบาย หรือแก่นของมันกันแน่
การเลือกตั้งครั้งนี้ถือว่าหลายคนตื่นตัวสูงมาก เพราะมีหลายเจเนอเรชั่นเข้ามาเกี่ยวพันเยอะ อยากให้คนมองที่นโยบาย เพราะก่อนหน้านี้มีคำหนึ่งว่า เลือกคนที่รัก พรรคที่ชอบ ตนมองว่าอย่าเลือกเพราะว่ารักและชอบ อย่าเลือกเหมือนดูละคร ต้องมองไปให้ไกลกว่านั้น มันไม่ใช่แค่รักและชอบ เพราะปัจจุบันนี้ที่เกิดการแตกแยกเพราะการหลับหูหลับตารักจนกลายเป็นหลง

คนรุ่นใหม่มาพร้อมกับคำถาม ที่เราควรหาคำตอบที่ดีให้เขา เพื่อที่จะเดินไปด้วยกัน และถ้าเขาไม่เข้าใจหรือเข้าใจที่แตกต่างกัน เราก็ไม่ควรโกรธ เพราะว่าเรายังไม่ได้อยู่ในสังคมที่พร้อมจะพูดความจริง และควรที่จะผลักดันในการพูดความจริงมากขึ้น แล้วเราต้องไม่รู้สึกไม่ปลอดภัยเมื่อเราพูดความจริง เมื่อภาคประชาชนเข้มแข็ง สื่อมวลชนเข้มแข็ง ยืนหยัดเคียงข้างกันด้วยเจตนาที่ดี เชื่อว่าเราจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้
ตนคิดว่าความแตกต่างและความหลากหลายเป็นความสวยงาม อยากส่งเสริมให้เราฟังกันให้มากกว่านี้ ฟังเพื่อจะเข้าใจ โดยปราศจากอคติ ตนไม่ได้คิดว่าคนรุ่นไหนเพอร์เฟคที่สุด แต่เชื่อว่าการที่จะก้าวไปข้างหน้า เราต้องยอมรับว่า เขาคือคนรุ่นที่จะมาแทนที่เรา ต้องเปิดกว้างที่จะเข้าใจ ประเทศเราเต็มไปด้วย ทฤษฎี คำคม นโยบาย โมเดลเศรษฐกิจเยอะแยะมากมายเต็มไปหมดที่ไม่ได้ทำ แต่เอาไว้พูดเอาไว้แถลงเอาไว้ขึ้นจอ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเปลี่ยนจริงๆคือการทำมากกว่าการพูด ตนหวังว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้จะมีอะไรเปลี่ยนไป
อ่านข่าวเกี่ยวข้อง
- เครือมติชน จัดเสวนาใหญ่ก้าวสู่ปีที่ 46 ‘Thailand : New Episode บทใหม่ประเทศ 2023’
- เริ่มแล้ว!! เครือมติชนก้าวสู่ปีที่ 46 ลุยเสวนาใหญ่ “Thailand : New Episode บทใหม่ประเทศ 2023”
- ‘กอบศักดิ์’ ชี้วิกฤต! เศรษฐกิจโลกซึม-ถดถอย แนะไทยรับมือคว้าโอกาสท่องเที่ยวฟื้น
- ‘เกรียงไกร’ เตือนปี 66 ศก.โลกเริ่มถดถอย ดอกเบี้ยขาขึ้น สภาพอากาศไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
- ‘สมโภชน์’ ชี้นโยบายพลังงานพลาดซ้ำซาก จี้ปรับวิธีคิดลดค่าไฟได้แน่

