แอน ยังสู้ ไม่ถอดใจคดีโดนฉกทรัพย์ 20 ล. แม้ผ่านมา 2 ปี เล่าความสาหัสอากาศร้อนจน ญาญ่า เป็นลม

แอน ยังสู้ ไม่ถอดใจคดีโดนฉกทรัพย์ 20 ล. แม้ผ่านมา 2 ปี เล่าความสาหัสอากาศร้อนจน ญาญ่า เป็นลม

อากาศร้อนจัดจนกระทบกองถ่ายละครไม่น้อย โดยก่อนหน้านี้ นางเอกสาว ญาญ่า อุรัสยา ก็ได้เล่าถึงความสาหัสในกองถ่ายที่ร้อนจนเป็นลม ล่าสุด ผู้จัดละครอย่าง แอน ทองประสม ที่ได้มาร่วมงานเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์แชมพูสมุนไพร ไลโอ ก็ได้เปิดเผยถึงเรื่องนี้ รวมถึงประเด็นคดีความที่ถูกคนใกล้ตัวฉกทรัพย์สิน 20 ล้าน ว่าแม้ผ่านมาเกือบ 2 ปี แต่ก็ยังไม่ถอดใจ

พูดถึงการไปถ่ายละครที่ตรัง 3 วันพันเรื่องราว?
“อ่อใช่ๆ โหดมากค่ะ ใช่ค่ะ ไปในจังหวะที่อากาศเปลี่ยน น้ำเปลี่ยน แล้วก็อากาศร้อนที่สุดในตอนนั้นค่ะ จังหวะนี้ดี๊ดีค่ะ (พี่แอนดูหน้าเหนื่อยมากเลย?) ใช่ๆ เพราะตอนไปดูโล มันก็ไม่ได้มีจังหวะน้ำขึ้นน้ำลงแบบนี้ เราก็คาดเดาเอาเรือออกมันก็น่าจะออกได้ ปรากฏว่ามันก็มีคลื่น มีการเปลี่ยนทิศ มีอะไรอย่างนี้ มันอันตรายมาก ถ้าเกิดเราไม่เตรียมความพร้อมให้ดี”

Advertisement

แล้วจัดการหน้างานยังไงกับการถ่ายทำ?
“คือโชคดีตรงที่ว่าคนตรังมีน้ำใจมาก แล้วพอเหมือนเขาเห็นเราไปถ่าย เขาก็ช่วยเหลือ ทางเทศบาลก็คือส่งรถน้ำ ส่งรถห้องน้ำ ส่งผู้คนมาให้กำลังใจ มันก็เลยทำให้เราอยู่ได้ เพียงแต่สิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย คือความร้อน เพราะจุดที่เราไปมันเป็นคันนา แล้วเราก็จัดงานเล็กๆ มินิมอลไว้สำหรับเข้าฉาก มันก็เลยไม่มีที่บังนอกจากเต็นท์ที่เราเตรียมไป ก็เลยร้อนกันนิดนึง เพราะอยู่ทั้งวัน”

พูดถึงญาญ่าที่เป็นลม?
“ใช่ คือตอนนั้นมันเป็นฉากที่ต้องรวมพลกันเป็นร้อยคน แล้วญ่าเขาเข้าฉากอยู่ เราอยู่ที่มอนิเตอร์ เห็นอีกทีตอนเดินออกมา แต่เขาคงเป็นลมในฉากนะ แอนเห็นตอนเขาเดินออกมา ว่าเขาดูมึนๆ แล้วเขาก็นั่งไม่พูดไม่จา รู้เลยว่าเขาคงร้อน เราเข้าใจว่าเขาร้อน เพราะเขาไม่ได้บอกอะไร จังหวะจังหวะนั้นเราก็กลับห่วงคนแก่ที่อยู่ในฉาก จะมีใครไม่สบาย หรือหล่นร่วงบ้างไหม ปรากฏว่าคนแก่คือถึกมาก อึดมาก เพราะว่าแกเป็นชาวบ้านที่อยู่ตรงนั้น แกก็โอเค ไม่ได้ร่วง เราก็สบายใจไปว่าไม่ได้มีใครเป็นอะไร พอมาดูญ่า ก็เพิ่งรู้หลังจากนั้นว่า น้องวูบไปช่วงหนึ่ง เพราะมันร้อนจริงๆ”

Advertisement

แต่สปิริตแรงไม่ถอย?
“ไม่ถอยค่ะ แต่ว่าพอฉากต่อไปที่มีเขา เราก็ยกฉากนั้นไปเลย ให้เขาได้พัก แล้วก็รอเป็นฉากเย็น แล้วก็กลับบ้าน”

แล้วหลังจากนั้นเป็นยังไงบ้าง?
“คือทุกคนก็บ่นร้อน เพราะมันก็ร้อนจริงๆ แล้วก็กินน้ำกันไป อย่างอื่นก็มีทีมงานที่ อยู่ๆ ก็เรียกว่าเป็นตะคริวดีกว่า ยังไม่ถึงขั้นฮีตสโตรก เป็นอาการเบื้องต้น พอเป็นตะคริวปุ๊บ แล้วเขาต้องวิ่งไปวิ่งมาบนคันนา เขาอาจจะไม่ได้ชินพื้นที่ ก็ล้มลงไป เราก็มีรถพยาบาลสแตนด์บายอยู่แล้ว ก็พาไปโรงพยาบาลที่ตรังเลย 2 คน (ก็ไม่ได้เป็นอะไร?) ไม่ได้เป็นอะไร ก็คือวันรุ่งขึ้นก็กลับมา แต่มีอีกคนหนึ่งต้องนอนต่อสองวัน เพราะว่าคนนั้นเขาหนักกว่า เขาร้อนจริง”

ในฐานะผู้จัดต้องแก้ปัญหายังไงบ้าง?
“เราก็ล้อมทุกอย่างไว้หมดแล้วไม่ว่าจะเป็น รถพยาบาล น้ำ ทุกสิ่ง เราเตรียมได้เท่าที่เราเตรียมได้ แต่ว่า เราไม่สามารถเดาได้เลยว่า จะมีใครเป็นอะไรลำดับไหน เราได้แต่ดูสถานการณ์ พอเห็นปุ๊บเราก็เข้าชาร์จเลย เราก็รักษากันเบื้องต้นให้เร็วที่สุด”

เป็นปัญหาที่หนักที่สุดเท่าที่เคยทำละครมาไหม?
“โห่ แอนไปเมืองนอกอาจจะหนักกว่านี้ อันนี้เป็นเรื่องของความร้อนที่ญ่าเขาไปกับแอนเหมือนกันตอนนั้น หนาวเขาก็หนาวจะตายเหมือนกันตอนนั้น พอมาตอนนี้เขาก็ร้อน ร้อนหนักจริงๆ เราเองเรายังจะไม่ไหวเลย ไม่รู้จะทำยังไงจริงๆ คือตาแอนมองทุกคนหมดเลย ตอนแรกเเอนไม่คิดจริงๆ ว่านักแสดงเราจะเป็น แอนมองแต่คุณตาคุณยายที่มาเข้าฉาก แต่ตากับยายเดินชิวมาก เหมือนเขาคงชินกว่าเรา ไม่แน่ใจ ก็คือคุณตาคุณยายเดินเท้าเปล่าด้วย แต่นางเอกเราพับไปแป๊บหนึ่ง แต่แอนถือว่าญ่าฟื้นเร็วมาก คือเขาวูบไปแป๊บเดียว เขาก็ขึ้นมา”

พี่ต่อเห็นว่าแขนไหม้เลย?
“ใช่ เพราะว่าพี่ต่อเขาใส่แขนสั้น เราถ่ายกลางแดดพอดี เขาก็เลยโดนแดดเที่ยงไปนิดนึง ก็เลยเบิร์น เป็นต่อแดดเดียวไปเลย”

แล้วของพี่แอนเป็นยังไงบ้าง?
“เราก็ต้องแก้ปัญหาไปเรื่อยๆ เราต้องมองไปข้างหน้า แบบ อุ๊ย อันนี้ต้องเอาเรือกลับแล้วไม่ได้ ต้องอย่างนั้น ต้องอย่างนี้ เอาคนนี้โกยขึ้นรถ เอาอันนี้พอ ฉากนี้ไม่ถ่าย ยกมาในกรุงเทพฯ หัวเราก็ต้องสับ คิดอะไรแบบนี้ตลอดเวลา (แล้วมีอาการอะไรไหม?) แอนไม่เป็นอะไรเลยค่ะ คือจริงๆ กลับบ้านแอนตายนะ แล้วก็ชาวบ้านมาแอนก็ บางคนเหมือนญ่าเค้าวูบไปแล้ว เราก็รับหน้าที่ถ่ายรูปแทนญ่าเอ็นเตอร์เทนชาวบ้านไป (แล้วต้องเล่นเป็นสแตนด์อินแทนญ่า?) ไม่มีแล้วค่ะ (หัวเราะ)”

ต้องไปถ่ายที่ตรังอีกไหม?
“ไม่มีแล้วค่ะ มีแค่สามวันนั้นแหละค่ะ ก็กลับกรุงเทพฯกัน จะปิดกล้องแล้วค่ะ (ยกไปเยอะไหม?) ยกฉากไปหลายฉากเหมือนกันค่ะ เพราะว่าน้ำมันขึ้นลงไม่เป็นแบบที่เราคิด งบเราก็บานปลาย แต่เรากัดฟันสู้ไป”

รู้สึกยังไงกับการคาดหวังที่ตรงนั้นต้องเป็นอันซีน?
“คือถ้าทุกคนไปจะเซอร์ไพรส์มาก คนตรังรู้กันทั้งจังหวัด คือเมืองเขาเล็กมาก แล้วเขาดีใจมากที่เราไป เพราะมันไม่ค่อยมีละครไปถ่าย เป็นเมืองที่เล็ก แอนเช่ารถตู้มาถ่ายยังยากเลย ไม่มีรถตู้ให้เช่า ไม่ได้คิดว่าเขาจะไม่ได้เตรียมธุรกิจเกี่ยวกับฟิล์ม เกี่ยวกับอะไรพวกนี้เลย คือแบบน่ารักและออร์แกนิคมาก แอนไปแอนรู้สึกว่าสิ่งที่เห็นมันอาจจะออกมาเล็กน้อยสำหรับละคร แต่แอนเชื่อว่ามันมีคุณค่าทางความรู้สึก และแอนก็อยากให้คนไทยได้เห็นเมือง เห็นจังหวัดที่สวยงาม ถึงจะเล็กน้อยแอนก็อยากถ่ายค่ะ”

ชาวบ้านนั่งดูเป็นหนังกลางแปลงเลย?
“ใช่ ชาวบ้านเขาก็เอ็นดู เขาก็นั่งกางร่ม เอาลูกเอาหลานมา เรารู้เลยว่า เรานำพาความสุขไปให้เขา เหมือนวันนั้นก็เป็นวีคเอนด์ที่ดีสำหรับเขา ในการที่พาลูกหลานมาเที่ยวเล่นอะไรอย่างงี้ มาเจอพี่ญ่า มาเจอพี่ต่อ เขาก็ชื่นใจ มีแต่แบบเอาไอติมมาให้ เอาน้ำมาให้ เอาสตอมาให้ ของแบบ มีมะนาว มีคุณลุงใส่กางเกงเอวสูงถือกระเช้ามะนาวมาให้ มีแต่ความน่ารักทั้งนั้นเลยค่ะ ขอบคุณคนตรังมากๆ เลย”

ดูจากมอนิเตอร์แล้วรู้สึกว่างานจะออกมาคุ้มค่าไหม?
“คือเนื้องานออกมาไม่เยอะ แต่มันคุ้มค่าทางความรู้สึก เราฟีลของเราแล้ว แล้วมันเป็นก้อนโรแมนติกที่เราอยากให้เกิด คือแอนจะไปถ่ายจังหวัดอื่นก็ไม่ได้ เพราะมันเป็นพีเรียด มันยังต้องมีความออร์แกนิคอะไรบางอย่าง ที่เห็นตึกรามบ้านช่องอะไรที่เห็นในยุคปัจจุบัน ก็เลยต้องไปใช้ทะเล หรือความดิบของธรรมชาติบางอย่างที่ตรัง”

มีแพลนไปถ่ายโลเกชั่นที่ต่างจังหวัดอีกไหม?
“มีค่ะ เดี๋ยวไปราชบุรี ไปหัวหิน”

เเล้วเตรียมตัวยังไงบ้าง?
“ตอนนี้ก็กลายเป็นว่า ถ้าบางที่ คือบางทีเราเลือกโลนี้ แต่โลนี้เขาก็มีแอร์ แต่พอในฤดูนี้แอร์ที่เค้าติดไว้ มันไม่พอ เราก็ต้องถมรถแอร์เพิ่ม หรือต้องมีรถบ้านให้นักแสดงอยู่ หลังๆ ก็จะเริ่มมีช่วงแรกๆ ไม่มี”

มีค่าใช้จ่ายตรงนี้เพิ่มเข้าไป?
“ไม่ได้เยอะหรอกค่ะ แต่ว่าก็คือเป็นจุดที่เราต้องมาคอยแอดเข้าไป ให้เขาอยู่ได้”

บูทพลังงานนักแสดงยังไงบ้าง?
“ซื้อแตงโมเลี้ยงอย่างเดียว (หัวเราะ) แตงโมช่วยชีวิตได้ เพราะว่าเวลาร้อนๆ ทำอะไรกันไม่ได้จริงๆ ก็ได้แต่ให้เขา เสร็จแล้ววิ่งเข้าห้องแอร์ๆ ก็โหดจริง ยอมรับว่าถ่ายละครมา 30 ปี ปีนี้เป็นปีที่ร้อนที่สุดตั้งแต่แอนเจอมา แอนว่าแอนก็ผ่านมาทุกสมรภูมิแล้ว ยังไม่เคยเจอที่ไหนร้อนเท่าที่นี้มาก่อน”

ตอนนี้ก็มีฝนมาเพิ่ม?
“ใช่ ล่าสุดก็เพิ่งแบบพายุเข้าไปในกอง ก็ต้องเก็บกองกัน แล้วก็รอพักถ่ายใหม่ มันก็เป็นธรรมชาติที่เราต้องเจอ(ร้อนดีกว่าพายุไหม?) ไม่ดีทั้งสองอย่าง แต่โอเคค่ะโดยรวม อันนี้เราเล่าแค่จุดเล็กๆ แต่โดยภาพรวมมันดีมาก”

ตอนนี้ถ่ายไปได้กี่เปอร์เซ็นต์แล้ว?
“เกือบร้อยแล้วค่ะ 80% ถึง 70% แล้ว”

ตอนนี้คดีที่โดนคนใกล้ตัวฉกของไปคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว?
“เหลืออีกชิ้นหนึ่งค่ะ และเป็นชิ้นที่สำคัญที่สุด”

เป็นของหมั้นใช่มั้ย?
“ไม่ใช่ค่ะ แต่เป็นของที่มีมูลค่าทางใจและมูลค่าที่สุด และมันต้องมีขึ้นโรงขึ้นศาล”

ชิ้นที่อื่นๆ ได้โดยไม่ต้องใช้กระบวนกฎหมาย?
“อ๋อ อันนั้นเป็นการเจรจากันเพื่อจบปิดไปด้วยความรับผิดชอบของเราและคนที่รับจำนำไป เราเจรจา ทุกคนก็น่ารักหมดเลยค่ะ ก็ให้ความร่วมมือที่ดี”

จำนวนเงินที่ได้กลับคืนมา?
“อย่าถามเลยค่ะ ยังไงแอนก็เสียค่ะ (หัวเราะ) คือแอนก็ต้องเสียเงินเอาของๆ ตัวเองคืนมา (ซื้อกลับมาเอง?) อย่าไปลงรายละเอียดกับมันเลยค่ะ (หัวเเราะ) มีรายละเอียดที่ซับซ้อน เอาเป็นว่าหลายการดีล หลายมิติ มีทั้งเยอะ แต่จบลงด้วยดี แต่มีอันสุดท้ายนี่ค่ะที่ดีลไม่ได้เบยต้องดำเนินการต่อไป”

เขาไม่ยอมขายหรือไม่ยอมคืน?
“มันยังคุยกันไม่ลงตัว ยังต้องไปต่อ”

มูลค่ามันเยอะมั้ย?
“เยอะค่ะ ก็หลายล้าน ตัวนี้เป็นตัวท็อปสุด ก็เข้าใจตัวเขาก็คงเสียดาย เราก็อื้ม ตอนนี้แอนอยากพูดมาก แอนเล่าได้เต็มที่หมดเลย แค่มันอยู่ในกระบวนการที่แอนต้องเตรียมตัวเพื่อไปต่อสู้ต่อ แอนไม่อยากพูดอะไรออกไปก่อน เอาเป็นว่าเดี๋ยวใกล้ความจริง ทุกคนจะต้องได้ไปเจอแอนแน่นอน และจะได้สัมภาษณ์ในแต่ละรายละเอียด”

กี่ปี?
“เกือบ 2 ปีแล้วค่ะ ที่แอนอยู่กับเรื่องเหล่านี้มา แต่โอเคค่ะ แอนก็สู้ของแอน”

ผ่อนคลายมากขึ้นมั้ย?
“ยิ่งลุ้นนะคะ มันเหมือนลุ้นละครตอนจบ มันยังไงนะ คดีมันจะยังไง (ทำละครได้?) ทำละครเรื่องตามหาเพชรของฉัน เป็นละครเรื่องใหม่ (หัวเราะ)”

แอนยังดูได้ของครบกว่าคิมเบอร์ลี่?
“คิมไม่ได้อะไรเลย เพราะของแอน แอนตามล่าแอนรู้ว่าอยู่ตรงไหน แต่ของคิมมันถูกไปไหนไม่รู้เลยหาไม่เจอ แต่ของแอนมีหลักฐานการรับจำนำมันยังอยู่ในกระเป๋าที่เขาถือไว้ที่ตัว เราได้มาเลยตามทัน ยังโชคดี”

จะเริ่มตัดสินเมื่อไหร่?
“เร็วๆ นี้ค่ะ”

มีลุ้น?
“ไม่ค่ะ แอนแค่มีพลังในการต่อสู้ แต่มันเป็นแบบไหนแอนเดาไม่ได้เลย”

ตลอด 2 ปีรู้สึกยังไงบ้างกับเรื่องที่เกิดขึ้น?
เยอะอ่ะ มีทั้ง ห๊า แต่ตอนนี้เช้าใจล่ะ

ไม่เคยถอดใจว่าจะไม่เอาแล้ว?
“ถอดไม่ได้ค่ะ แอนไม่ยอม”

บอกตัวเองยังไง?
“มันต้องเป็นพื้นฐานใหม่ ถ้าแอนทำได้มันจะดีสำหรับทุกคน แอนขอแค่นี้ ถ้าแอนทำได้มันจะดีสำหรับคนอื่นๆ ในครั้งต่อๆ ไปด้วย”

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image