หนุ่ม กะลา เปิดเหตุยื่นฟ้องภรรยา ปมยักยอก 66 ล้าน แถมมีหนี้เพิ่มอีก 20 ล้าน

7.06.24 | 23:21 น.

หนุ่ม กะลา เปิดเหตุยื่นฟ้องภรรยา ปมยักยอก 66 ล้าน แถมมีหนี้เพิ่มอีก 20 ล้าน

จากกรณีที่ ทนายเดชา ได้ออกมาเผยว่า นักร้องดัง หนุ่ม ณพสิน แสงสุวรรณ หรือ หนุ่ม กะลา มอบหมายให้ตนยื่นฟ้องคนใกล้ชิดจำนวน 2 คน ที่ยักยอกเงินของห้างหุ้นส่วนจำกัดทองบริบูรณ์ 365 จำนวนกว่า 66 ล้านบาทนั้น ล่าสุด ทั้งคู่ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวถึงเรื่องนี้ว่า

ทนายเดชา : “เงินหายไปจากบัญชีตั้งแต่ปี 2558 จนถึง 2566 เงินหายไป 66 ล้านกว่า ได้มีการตรวจสอบสเตจเมนต์ในคดีชู้ ซึ่งภรรเขาไปฟ้องเรื่องชู้ แล้วมีการเรียกสเตจเมนต์ผมได้เอาเอกสารมาตรวจสอบ ก็พบว่ามีเงินหายไปจากบัญชี เลยถามทางหนุ่มคำนวณแล้ว 66 ล้าน เขาก็ช็อกเลยที่เงินหาย ตรวจแล้วสเตจเมนต์มายันหมดเลย เงินไปเข้าบัญชีภรรยาหมด เงินบริษัทก็ตรวจสอบ หลังมีปัยหาเรื่องมือที่สาม แยกกันอยู่ ก็เอาบัญชีมาดูเงินเหลือ 2-3 แสนบาท หลังจากนั้นก็ฟ้องไปที่ศาลแขวนสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2567 จริงๆ เราไม่ได้อยากเป็นข่าว แต่ปรากฎว่าทางคู่กรณีดันไปปล่อยข่าวทางโวเชียล ทางเราเสียหาย ต้องออกมาชี้แจง”

หนุ่ม : ผมไม่ได้อยากให้เป็นข่าวเลย ตั้งแต่มีข่าวมือที่สาม ผมออกมาพูดแค่ครั้งเดียวด้วยซ้ำ แล้วโฟนอินเข้ารายการ กลัวกรกระบทลูก สิ่งนี้บานปลายกลัวไปถึงลูก มีผลกระทบต่อเด็ก ครั้งนี้ก็ไม่คิดว่าจะพูด สิ่งเดียวเลยผมอยู่วัดจะบวช บอกโทรหาทนายว่าอย่าทำข่าวนะ ผมขอบวชนะ พี่เดชาก็รับปาก ทีนี้พอเราไม่ทำข่าวแต่อยู่ดีๆ ก็มีข่าวออกมา จากบางเพจ บางบุคคลว่าบวชเพราะจะหนีไปอยู่กับเมียน้อย เพราะนั่นนี่ หรืออะไรก็ตามแต่ เริ่มเป็นกระแส 2 วันที่ผ่านมา เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ หลังๆ ผมไม่เล่นโซเชียล ผมให้พี่เดชาวิเคราะห์ว่ามันร้ายแรงแค่ไหน พอบอกว่าต้องพูดเพราะมันไปไกลแล้ว เป็นสาเหตุที่ต้องออกมา เจตนาผมการที่ไปฟ้องต่อศาลฟ้องเพื่อเคลียร์ปัญหาเรื่องการยักยอก มันคือปัญหาภายใน ผมไม่ใช่คู่แรกของโลกที่เลิกรากันแล้วศาลเป็นคนตัดสิน การที่ให้ศาลเป็นคนคุย เป็นการคุยภายใน ไม่ใช่ใช้สื่อกดดันว่าผมไม่เลี้ยงลูก ชั่วร้าย ผมเป็นแบบนั่นนี้ พอฝั่งนั้นพูดถึงเวลาที่ผมต้องอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น

ย้อนไปข้อสงสัย ต้องบอกก่อนว่าที่ผ่านมาไม่เคยมีข้อสงสัยอะไรเกี่ยวกับการเงิน เพราเราเป็นสามีภรรยากัน จ่ายค่าไฟยังไม่เป็นเลย มีหน้าที่ออกไปหาเงินแล้วกลับมา แต่จุดนึงที่ผมรู้สึกตอนที่คืนบัญชี เขาคืนมา 2 หรือ 3 แสน มันเลยเป็นจุดทำให้ผมทำให้ผมรู้สึกว่า เดี๋ยวนะ ผมยังต้องรับผิดชอบรายเดือนเขาและลูก อกีเกินจำนวนเงินที่เขาคืนผม แล้วเงินผมไปไหนหมด เขาไม่เคยให้เหตุผลอะไรกับผม ผมได้เงินเดือนละ 40,000 บาท พอเขาคืนเงินกลับมา ผมก็ตกใจว่าเงินไปไหน แล้วเช็กสเตจเมนต์ทางมือถือได้คร่าวๆ ชื่อออกไปที่ “เพ็ญชุลี” ผมเคยพูดกับจูนว่าทำไมบ้านเราไม่มีเงิน 10 ล้านสักที คำพูดนี้อยู่ในไลน์ที่คุยกัน

Advertisement

ผมน้อยเนื้อต่ำใจมาก ทำไมเป็นนักร้องที่ไม่มีเงิน 10 ล้านสักที ทุกครั้งทีไปแบงก์กัน ผมต้องเป็นคนเซ็นเพื่อเบิกเงิน คำถามว่าทำไมเงินไป เพ็ญชุลี โดยผมไม่ได้เซ็นชื่อ แล้วทุกครั้งที่ไปแบงก์ สมมุติผม 6 เดือน สมมุติผมทำงานมีรายได้เดือนละ 2 ล้าน สมมุติเราได้ 10 ล้าน ผมตีให้แบบฟุ่มเฟือยสุดๆ ใช้เงินครึ่งนึงอาจะเหลือ 5 ล้าน ไม่ครับ เงินเหลือประมาณ 2 ล้าน 3 ล้าน พอเราทำงานมาครึ่งปีหรือหนึ่งปี ผมก็ถามวง่าเงินไปไหน คำตอบคือค่ายใช้จ่าย และไม่ใช่เกิดขึ้นตอนผมมีประเด็นข่าวกับเขานครับ ตั้งแต่ผมเป็น วงกะลา ด้วยซ้ำ จนมาเป็นนักร้องเดี่ยว ทุกมากระจ่างตอนดูสเตจเมนต์ ทำไมถึงเห็นยอด 3 ล้าน ยอด 2 ล้าน เพราะก่อนที่จะเหลือ 3 ล้าน มันถูกกระจาย เงินจะเข้าทุกวันศุกร์แล้วออก ยอดจะเหลือแค่ให้ผมเห็นเท่านี้

วันนี้ที่ผมคุยกับเขามาตลอด เขาบอกทำไมเป็นคนในครอบครัวถึงไม่คุยกัน ผมคุยมาตลอด หลายเดือนแล้ว ทุกอย่างอยู่ในไลน์หมด

ตอนนี้ผมเป็นหนี้เกือบ 20 ล้าน คือถ้าบริหารเงินผมได้จริง ผมเป็นนักร้องมา 26 ปี ทำไมเป็นหนี้ 20 ล้าน ถ้าผมหาเงินด้ปีละ 20 กว่าล้าน ผมเป็นหนี้บ้าน หนี้รถ หนี้คอนโด ทุกอย่างเป็นหนี้หมด พอผมเห็นสเตจเมนต์แล้ว ก็มาพบพี่เดชา และบอกว่าผมไม่ได้จะเอาเงินคืนนะ นี่ช่องทางเดียว มีบัญชีอื่นอีก ต่อให้เป็น 100 ล้านผมก็ไม่เอาคืน แต่ผมขอให้เขาปิดหนี้ให้หน่อย แล้วถ้าเป็นไปได้ขอเงินติดตัว 5 ล้าน ถ้าให้ไม่ได้ไม่เป็นไร ปิดหนี้ให้หน่อย ส่วนเรื่องที่ผมเห็นบางคอมมนต์ว่าอยากหย่าขนาดนี้เลยเหรอ ไม่นะ ความจริงจูนบอกว่าจะหย่าอยู่เรื่อยๆ ช่วงหลัง ผมบอกยังหย่าไม่ได้ เพราะเงินของผมอยู่ที่ไหน เราต้องคุยเรื่องนี้กันก่อน นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น

เงินเดือน?
“ผมได้เงินเดือน 40,000 บาท คือจะค่อยๆ เพิ่ม ช่วงก่อนหน้านี้ก็อาจจะ 20,000 บาท แล้วช่วงหลังๆ ผมมาได้เงิน 100,000 บาท ตอนแยกบ้าน ผมขอเขาว่าอยู่ด้วยเงิน 40,000 ไม่ได้ ต้องดูแลลูกน้องเดินสาย และไปอยุ่บ้านแม่ก็ต้องรับผิดชอบบางอย่าง เพิ่งมาได้ 100,000 บาท
ส่วนที่ถามว่าเงินไปไหน เขาบอกว่าไม่มี ตอนเป็นประเด็นข่าวมีบางช่องพูดว่า ผมมี 8 ล้าน สาบานให้ตายเลย เกิดมาผมยังไม่เคยเห็นเงินตัวเองเกิน 5 ล้านเลยด้วยซ้ำ ตอน 8 ล้าน เขาบอกขอเก็บให้ลูก ผมยังดีใจที่สุดในชีวิตด้วยซ้ำ อย่างน้อยเลิกกันไป ลูกยังยังมีเงิน 8 ล้าน ผมคิดแบบนั้นเลย”

ปัญหานานหรือยัง?
“มันมีคำถามทุกครั้งที่ไปแบงก์ แต่สุดท้ายผมไม่ได้ต้องการคำตอบ เพราะผมไม่ได้จะไปไหนจากเขา แล้วผมไม่คิดว่าคนๆ นึง จะใจร้าย เลิกกันไปแล้ว ตัวเองเก็บทรัพย์สินทุกอย่างไว้หมดแล้วทิ้งหนี้ไว้ให้ผมขนาดนี้ บางคนพูดว่าออกมาแล้วไม่รับผิดชอบเลี้ยงดูลูก ค่าใช้จ่ายเดือนละ 700,000 บาท ผมยังจ่ายทุกเดือนนะ
ส่วนที่ฟ้อง มันคือการที่ขาต้องมาแจงกับผมว่าเงินไปไหน แล้วเมื่อเขาแจงได้หรือไม่ได้ก็ตาม เราต้องคุยกันว่า ถ้าไม่อยากให้เรื่องบานปลาย ก็ขอให้ปิดหนี้ให้หน่อย แล้วจบกันไปนะ คำตอบคือไม่มี อยากฟ้องก็ฟ้องเลย

ผมกับเขาจดทะเบียนสมรสกัน ที่ฟ้องอาญา และไม่ฟ้องหย่า เราแบ่งสินสมรสไม่ได้ เพราะตอนที่ผมแยกออกจากบ้าน ของทั้งหมดที่เป็นหนี้เขาให้ผม แต่ของที่ผ่อนหมดแล้วเขาเอา นั่นคือสิ่งที่ผมจะแบ่งจากอะไร”

ทนายเดชา : “ที่ไม่ฟ้องหย่า แล้วแบ่งสินสมรส เพราะมันไม่มีสินสมรส ถ้าพูดตามภาษากฎหมาย สินสมรสถูกจำหน่ายไป โดยคู่สมรสอีกฝ่ายนึง ในเมื่อสินสมรสหายไป 66 ล้าน จะฟ้องหย่าแล้วแบ่งสินสมรสไม่ได้ เลยต้องใช้คดีอาญา ยักยอกเงินส่วนนี้ไป แต่ไม่ใช่เงินสินสมรส แต่เป็นเงินบริษัท ซึ่งโจทย์ที่ฟ้องคือบริษัท ไม่ใช่หนุ่มนะ”

หนุ่ม : “มีสิ่งนึงผมพูดกับคนรอบตัวเสมอว่า ผมรู้สึกผิดที่ผมทำสิ่งนั้น ผมยอมรับผิดอย่างลูกผู้ชายครับ พอเราอยู่ด้วยกันไม่ได้ พอแยกทางก็ต้องตกลงกันว่าจะเอายังไงต่อ ผมทำงานมาทั้งชีวิต มันไม่ยุติธรรมกับผม เงินมันหายไปหมด กลายเป็นว่าผผมต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ส่งลูก รวมๆ ทั้ง 2 บ้าน ค่าใช้จ่ายประมาณ 700,000 บาท”

ถ้าเขามีหลักฐานยืนยัน?
“ดีครับ จะได้รู้ว่าเงินอยู่ไหน (อยากเห็นตัวเงินไปไหน?) ใช่ครับ ถ้าตัวเงินยังอยู่ แล้วไปอยู่ไหน ก็จะได้ปิดหนี้ เราจะได้จดทะเบียนหย่า ตกลงกันเรื่องลูก”

จะคุยกันนอกรอบ?
“จริงๆ คุยไลน์ตลอด มีหลากอารมณ์ เขาบอกว่าไม่มี เราอาจจะไม่ได้คุยเรื่องเงิน 66 ล้าน แต่ผมรู้ว่าเขามี เลยบอกว่าเอาเงินมาปิดหนี้ ขอ 5 ล้าน จบเลย เราต่างคนต่างไป บ้านต่อให้ปิดแล้วก็ให้เป็นชื่อทั้งคู่ แต่เขายืนยันว่าไม่มี

ผมขอย้อนกลับไป 2 ปีที่เป็นข่าว นั่นคือ 2 ปีที่ผมไม่ได้เอาเงินออกมาใช้หรือซื้อของเลย มีแค่เงินเดือน 40,000 บาท เท่ากับรายได้ผมจะเข้าเขา 100% ก่อนหน้านี้ไม่มีผมเชื่อ แต่ 2 ปีนี้มันต้องมีสิครบ จะเหลือ 8 ล้านได้ยังไง

บริษัทมีหุ้นคือ ผม น้องสาวผม และจูน ตอนนี้ผมกลับมาดูแลบัญชีเองแล้ว ก่อนหน้านี้น้องก็ไม่ได้ดู มีแค่จูนแบฝ่ายบัญชีอีกท่าน จริงๆ คนที่เซ็นอนุมัติต้องเป็นผม เช่นเรื่องเลิกเงิน แต่ก็ตกใจว่าไปที่เห้นสเตจเมนต์เป็น เพ็ญชุลี ก็มีเพื่อนๆ ให้คำปรึกษาว่าเขาอาจจะใช้แอปฯ หรือเปล่า กับน้องสาวผมก็ติดต่อกัน เราก็ปรึกษากัน เขาแล้วแต่ผม ช่วงที่เอาบัญชีกลับมาดูแล เงินเข้า-ออก ก็เยอะ ปีนี้เป็นปีที่ผมรับงานไม่เยอะ มีแค่ 15-18 งานต่อเดือน ไม่ร่วมค่าลิขสิทธิ์ เงินเข้าโดยประมาณ 20 ล้านต่อปี สาบานตลอดที่เป็นสามีภรรยากัน ไม่เคยเห็น 5 ล้าน ครั้งสุดท้ายที่เห็นก่อนเป็นโควิด ยังคิดว่างานไม่เปิดสักที ค่าใช้จ่ายโหด พอวันนี้มารู้ผมเสียใจมาก ตอนนั้นมันเครียดมาก พอมาเห็นบัญชีทุกอย่างที่ออกไป ก็คิดว่าถ้าพูดกับผมสักคำ”

เคยสงสัยเรื่อเงินไหม?
“เขาให้เหตุผลค่าใช้จ่ายเยอะ แต่ท้ายที่สุดสเตจเมนต์ไม่โกหก ผมพูดอะไรก็ได้ จูนพูดอะไรก็ได้ สเตจเมนต์ไม่โกหก”

ทนายเดชา : “ก่อนฟ้องหลักฐานชัดเจน ถ้าเขาบอกว่าไม่ได้ทุจริตก็เอาหลักฐานมา ถ้าไม่ชัดไม่ฟ้องหรอก เส้นเงินมันชัดเลย ฟ้องตามสเตจเม้นต์”

ฟีดแบ๊กคนอาจจะมองอีกมุม?
“25 ที่ผ่านมาเป็นเงินผมที่เลี้ยงเขาและครอบครัว ฉะนั้นผมบกพร่องตรงไหน ทำผิดก็ยอมรับผิดทำสิ่งที่ไม่ดีที่สุดท่าที่ผู้ชายคนนึงจะทำกับครอบครัว แต่ถ้าเรื่องดูแล ผมดูแลดีที่สุดครอบครัวผมและเขา มาตลอด 25 ปี คือเงินผมทั้งหมด ไม่ใช่ของจูน วันนี้ผมแค่รู้สึกว่าต่อให้ทุกบัญชี ขึ้นศาลต่อให้ 100 ล้าน ผมก็ไม่เอาคืน ผมเชื่อว่าสุดท้ายเขาจะดูแลเงินเพื่อลูกได้ดีอยู่แล้ว ผมแค่คิดว่าปิดหนี้ และต่างคนต่างชีวิต ดูแลลูก ก็จบ”

ทนายเดชาไลฟ์ เมียหลวงน่าสงสาร แต่เอาเงินของห้างไป ทำให้สามีไม่กลับบ้านเพราะอะไร มีคำถามเกี่ยวกันไหม?

“ไม่ครับ”

ให้บอกอะไรเขาได้?
“เวลาไปส่งลูก ยังเห็นเขากินข้าวอยู่เลย ทำไมไม่คุยกัน ความจริองเราทั้งคู่รู้ดีว่าเราคุยกันอยู่แล้ว ทำไมไม่คุยกันให้จบวันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าคุณไม่มีเงิน แล้วควรเอามาเคลียร์ในส่วนที่ผมต้องรับผิดชอบ”

ที่พี่หนุ่มบอกตอนแรกว่ามันมีบัญชีอื่นด้วยคือบัญชีอะไรคะพี่หนุ่ม?
บัญชีทองบริบูรณ์ มันมีแบงค์อื่นด้วย แต่นี่เราเอามาแค่แบงค์เดียวนะครับ

คาดว่าอย่างไร?
“คือตอนนี้ผมไม่ได้คาดหวังว่าจะให้เขาล่มจม ไม่คิดว่าจะทำสิ่งนั้นกับเขาเลยด้วยซ้ำ แต่ผมเป็นหนี้ ผมรู้สึกว่า ยิ่งผมเป็นกระแสข่าวมากเท่าไหร่ยิ่งเป็นผลเสียต่องานในวงการบันเทิงแน่นอน ซึ่งพอมันไม่ได้เป็นผลดีแล้ว ผมจะหาเงินที่ไหนมาเลี้ยงลูก แล้วผมอายุเยอะแล้ว ทางที่ควรทำที่สุดคือก็เอาเงินมาปิดหนี้ให้เราซะ ก็จบกันไปดีกว่า ประเด็นของผมคืออยากคุย เคลียร์ และแค่คุยบนศาลเท่านั้น ซึ่งการที่ผมไม่ออกมาทำข่าวเลย มันก็ค่อนข้างภายในสุดๆ แล้วนะ แต่การที่ถึงขนาดไปพูด หรือให้เพื่อนบางคนไปโพสต์ถึงผมว่า บวชเพื่อจะอยู่กับเมียน้อย ผมว่ามันไม่ใช่ผมแค่รู้สึกว่าผมอยากอยู่เงียบๆ ถ้าเขาอยากคุยกับผมจริงๆเขาต้องคุยกับผมไม่ใช่คุยผ่านสื่อ”

เหตุผลในการบวช?
“เหนื่อยครับ มันไม่ใช่เหนื่อยแค่เรื่องข่าวที่เกิดขึ้น แต่เวลาให้สัมภาษณ์ผมมักจะสัมภาษณ์ว่าผมรับงานเยอะเกิน จนพอเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมาก็รู้สึกว่าอยากอยู่แบบสงบๆ ประมาณเดือนกว่าๆ ไปอยู่ป่า”

เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวไหม?
“จริงๆ เกี่ยวทุกเรื่องเลยทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องงาน ทั้งทุกๆ อย่างเลย”

แต่แพลนการบวชมีมาก่อน?
“มีครับ มีมานานแล้ว เพราะถ้าผมรู้ผมจะไม่บวช แต่เราโชคดี เหมือนกับเราไม่ได้กำลังจะฟ้องเขาเพื่อให้เขาติดคุก หรือฆ่าเขาให้ตาย มันคือการที่เราแค่อยากจะคุย ฉะนั้นผมจึงไม่มีความทุกข์ใจว่าสิ่งนี้เป็นปัญหากับการบวช”

ถ้าเกิดการคุยกันแล้วยังไม่ลงตัวอีกการบวชจะยังคงกระทบไหม?

“ไม่ครับ ผมก็ไปบวชตามหน้าที่ของผม”

ถ้าเปรียบกับชีวิตตัวเองตอนนี้ อยากเปรียบเป็นเพลงอะไร?
“ผมคิดว่าเพลงปล่อย ชีวิตผมช่วงนี้ไม่ค่อยเล่นโซเชียลมาก ที่เห็นผมเล่นโซเชียลมันเป็นหน้าที่ที่ผมจะต้องทำ เพราะว่าผมยังทำงานวงการบันเทิง มันเลยรู้สึกนิ่งๆ พอมันนิ่งจนถึงจุดหนึ่ง เหมือนว่าเราเตรียมใจมาแล้ว และแพลนมาแล้วว่าเราจะบวช ก็เลยรู้สึกว่าได้จังหวะพอดีเพลงนี้จึงเหมาะที่สุด จริงๆ เดือนกว่าๆ มันอาจเป็นช่วงเวลาที่ไม่นาน แต่สำหรับผมผมคิดว่ามันจะเป็นประโยชน์ต่อใจผมมากๆ ความจริงแล้วตอนนี้ยังทำใจไม่ได้เลยที่จะไม่เจอลูก (หัวเราะ) และผมเองก็ยังส่งข้อความไปหาจูน ก่อนที่จะมีคนทั้งโลกรู้ว่าผมบวช ผมส่งไปบอกว่า 15 นี้ผมบวช ถ้าไม่เป็นการรบกวนเธอจนเกินไป มางานบวชได้ไหม เขาก็ถามว่าบวชวัดไหน ผมก็บอกว่าวัดบวรนิเวศวิหาร และประจำวัดป่า และหลังจากนั้นก็เป็นข่าว (หัวเราะ)”

พอได้เข้าสู่กระบวนการนี้แล้วสบายใจขึ้นไหม เพราะก่อนหน้านี้ก็เจอมาหนัก?
“จริงๆ ไม่เคยสบายใจขึ้นเลย (หัวเราะ) จริงๆช่วงที่ผ่านมาไม่เคยรู้สึกดีขึ้นเลย มันก็มีเรื่องมาตลอด ถ้าใครได้ตามเรื่องนี้จะเห็นว่าผมโดนกระแสเรื่องมือที่สาม ต่อให้เขาจะฟ้องคู่กรณีฝั่งทางนั้น หรือมีกระแสของฝั่งนั้นขึ้นมาผมก็โดนด้วยเสมอ มันก็ไม่ได้มีความสุข 100%”

เรื่องมือที่ 3 มีติดต่ออะไรกันไหม?
ทนายเดชา: “คดีอยู่ที่ศาล ปัจจุบันอยู่ที่ระหว่างการฟ้องร้อง และมือที่สามก็ฟ้องคุณจูนกลับด้วย”

อะไรที่ทำให้หนุ่มมั่นใจว่าคุณจูนมีเงิน 66 ล้านบาท?
“ผมไม่ได้มั่นใจว่าตอนนี้เขามีเงิน 66 ล้าน ผมคิดว่าต่อให้ขึ้นศาลแล้ว ผมก็จะไม่ได้เงินเลยสักบาท ผมเชื่อว่าเป็นอย่างนั้น กฎเกณฑ์ของการทำอย่างนี้มันรู้ปลายทางอยู่แล้ว ถ้าถามว่าผมมั่นใจจากอะไร สเตจเม้นท์โกหกคนไม่ได้”

ตลอดเวลาที่รู้จักกันมานานคิดว่าเขาจะมีท่าทีแบบนี้ไหม?
“จริงๆ ถ้าผมไม่ใช่นักร้องผมเป็นคนบื้อๆ คนนึงด้วยซ้ำ ผมเดินห้างเองไม่ได้ จ่ายค่าไฟเองไม่ได้ทำอะไรเองไม่ได้ จูนเหมือนเป็นทั้งพี่ ทั้งแม่ ทั้งน้องสาว เขาทำแทนผมหมดเลยทุกอย่าง ฉะนั้นบางอย่างต่อให้เราสงสัยแค่ไหน เราก็จะไม่เอ่ยปากถามหรอกเพราะเรารู้สึกว่าเราอยู่กันมานาน”

วันนี้ชีวิตส่วนตัวเขามีอะไรที่ฟุ้งเฟ้อหรือเปล่า ว่ามันคือเงินของเราจากการทำงานของเรามา?
“ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันของส่วนมากจะอยู่ในสายตาของผม ไม่ว่าของจะแพงแค่ไหน รถ นาฬิกาเรือนละเป็นล้าน อะไรก็ตามแต่ มันจะอยู่ในสายตาของผม แต่หลังจากที่แยกบ้านกันไปแล้ว ผมเห็นช้อปปิ้ง แบรนด์เนม 5 ใบ ผมเห็นรองเท้า Hermes อะไรก็ตามที่เขาไม่ซื้อตอนอยู่กับผมเลย ผมก็แอบตกใจว่าผมร้องเพลงคืนเดียวเท่าเงินเดือนเขา แล้วเขาซื้อได้ขนาดนี้เลยเหรอ ผมยังไม่กล้าซื้อขนาดนี้เลย นั่นคือปัญหาที่ผมรู้สึกว่า เรากำลังลำบากมากเลยตั้งแต่แยกบ้านออกมา แต่คุณสุขสบาย”

ความสัมพันธ์ 25 ปีที่ผ่านมา มันทำให้เรามีชะงักไหม ว่าเราจะดำเนินการต่างๆ ที่ออกมา?
ธงของผมกับธงของพี่เดชาเรื่องนี้เรื่องเดียวเท่านั้นคือ เราฟ้องเขาก็จริง แต่เราแค่อยากให้เขาแจง แล้วถ้ายังมีเงินอยู่ปิดหนี้ให้ผมครับ ต่อให้จะมีเงินมหาศาลขนาดไหนเอาไปเลยครับผมทำใหม่ได้ และผมเชื่อว่าเขาเป็นแม่ที่ดีอยู่แล้วและสามารถจัดเก็บเงินนี้ไว้เพื่อลูกได้แน่ๆ ซึ่งต่อให้ปิดหนี้แล้วผมก็ยังจะส่งเสียลูกอยู่

พอจบเรื่องนี้แปลว่าความสัมพันธ์จะร้าวไปกว่านี้ไหม?
“ผมตอบไม่ได้ว่ามันจะร้าวกว่านี้ไหม เพราะตัวผมเองไม่ได้โกรธเขา หรือคิดว่าเขาจะต้องติดคุก ไม่รู้พูดได้ไหม มันมีข้อกฎหมายบางอย่างการยักยอกทรัพย์ มันมีผลต่อบริษัทที่เขาทำงาน ผมพูดกับพี่เดชาเองว่า ผมไม่อยากต้องการเห็นใครล่มจม ผมแค่อยากได้ส่วนที่มันเป็นธรรมต่อผม”

อย่างที่กล่าวมาตอนแรกว่าที่ออกมาเพราะว่าต้องทำเพื่อลูก คิดไหมว่าจะเป็นในด้านลบมากกว่า?
ทนายเดชา: “เรื่องการฟ้องร้องเป็นเรื่องในศาลเขาไม่เคยคิดที่จะมาแถลงข่าว แต่ปรากฎว่ามีการปล่อยข่าวผ่านทางโซเชียลเต็มไปหมด ก็คงไม่ต้องบอกว่าเพจไหน วันนี้เขาก็เลยต้องออกมา จริงๆ เขาแค่ต้องการไปคุยกันที่ศาล ไม่ต้องการที่จะฟาดฟันทางโซเชียล หรือไปออกรายการโหนกระแส แม้วันนี้เขาเองก็ไม่อยากจะมา กว่าจะคะยั้นคะยอมา”

สุดท้ายเรื่องต้องไปต่อ ความรู้สึกของลูกจะเป็นอย่างไร?
“ผมคิดว่าความโชคดีน้องยังเด็กมาก เพราะว่าน้องยังไม่รับรู้อะไรหรอกครับ แต่ถ้าหากเกิดว่ามันยืดเยื้อไปเรื่อยๆ ผมรู้สึกว่าถ้าเขารู้สึกอย่างที่เขาพูดจริงๆ ว่า มันต้องคิดถึงลูก ต้องไม่เป็นแบบนี้ ต้องไม่มีการใช้สื่อมาฟาดฟันกัน แล้วผมโดนด่าค่อนข้างหนัก แต่ก็ไม่กระทบกับผมมาก เพราะรอบที่แล้วผมโดนด่ามากกว่านี้”