บทนำ 6 กรกฎาคม : รับน้อง-ยิ่งระบาด

การประชุมสภาผู้แทนฯเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา ส.ส.ได้อภิปรายซักถามความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาล โดยระบุุว่า เมื่อปี 2554 มีการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง และตั้งรัฐบาลได้ในเวลา 1 เดือน แต่ปีนี้ เลือกตั้งเสร็จแล้ว เป็นเวลาเกิน 3 เดือน หรือเกินกว่า 100 วัน ยังไม่มีคณะรัฐมนตรีมาบริหารประเทศ ขณะที่มีปัญหาคั่งค้างมากมาย และประชาชนกำลังรอคอยความช่วยเหลือจากรัฐบาลชุดใหม่ เพื่อจะได้เข้ามาแก้ปัญหาต่างๆ

ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า รายชื่อ ครม.จะผ่านขั้นตอนต่างๆ ครบถ้วนปลายเดือนมิถุนายน ก่อนจะเลื่อนมาเป็นกลางเดือนกรกฎาคม หากเป็นไปตามกำหนดดังกล่าว เท่ากับว่า กว่ารัฐบาลใหม่จะเกิดขึ้น ใช้เวลาเกือบ 4 เดือนหลังจากเลือกตั้ง 24 มีนาคม ในแง่กฎหมาย ไม่มีปัญหา เนื่องจากรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดเวลาที่รัฐบาลใหม่จะต้องเกิดขึ้น แต่มีปัญหาแน่นอนในการบริหารงาน โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 ที่ส่อเค้าจะล่าช้า เริ่มมีภาคเอกชนออกมาสะท้อนความห่วงใยแล้ว

ล่าสุด ได้เกิดปัญหาในพรรคพลังประชารัฐ จนนายกรัฐมนตรี ต้องออกสารขอโทษประชาชน และระบุด้วยว่า ไม่อยากให้ปัญหาการเมืองแบบเดิมๆ เพราะไม่อยากแก้ปัญหาแบบเดิมๆ คำว่า “แบบเดิม” ทำให้เกิดการตีความ จนนายกรัฐมนตรีต้องออกมายืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจสื่อความหมายถึงการรัฐประหาร แต่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ยังไม่ยุติลง ทางสภาได้ผลักดันตั้งญัตติหาทางป้องกันไม่ให้เกิดรัฐประหารอีก อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ในพรรคพลังประชารัฐได้สงบลง

เชื่อว่าหลังจากนี้ กระบวนการจัดตั้งและเสนอชื่อ ครม.จะรวดเร็วขึ้น และน่าจะได้รัฐบาลใหม่เร็วๆ นี้ และเป็นบทเรียนสำหรับการเมืองในห้วงเวลาต่อไปว่า เมื่อมีการเลือกตั้งแล้ว การประกาศผลเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาล เป็นเรื่องที่จะต้องดำเนินการในกรอบเวลาที่เหมาะสมและรวดเร็วพอสมควร เพื่อสนองตอบเจตนารมณ์ของประชาชน สร้างความเชื่อมั่นและความต่อเนื่องในการทำงานแก้ปัญหาให้กับประชาชน เหตุการณ์ในสภาที่มี ส.ส.หลายสิบคน นำเรื่องเดือดร้อนของประชาชนมาร้องผ่านประธานสภาไปถึงรัฐบาล เป็นตัวชี้วัดที่มองข้ามไม่ได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ยุทธศาสตร์สหรัฐและทรรศนะอาเซียน ว่าด้วย‘อินโด-แปซิฟิก’ : โดย ดร.ชัยยงค์ สัจจิพานนท์
บทความถัดไปเรียงคนมาเป็นข่าว : โดย ปักหมุด // ภาพข่าวสังคม 6 กรกฎาคม 2562